กรณี “ซีอุย” ซึ่ง พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เป็นเจ้าภาพฌาปนกิจศพไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมๆ กับการลบล้างมลทินปิดตำนานความเชื่อผิดๆ ที่ว่า เขาคือมนุษย์กินคน ฆ่าเด็กแล้วผ่าท้องควักอวัยวะภายในมากินอย่างวิปริตพิสดาร
ถือเป็นกรณีศึกษาของสังคมไทยที่น่าจะได้เรียนรู้กันอย่างถ่องแท้
เพราะยังมีอีกหลายเรื่องราวในบ้านเมืองเรา ที่ถูกสร้างเรื่องกล่าวหากันอย่างผิดๆ แล้วก็เชื่อกันต่อๆ มาโดยไม่เคยสนใจค้นหาข้อเท็จจริงมารองรับ
ขณะเดียวกัน นับเป็นมิติใหม่ของสังคมไทย ที่มีการค้นคว้าทบทวนเรื่องราวในอดีต เมื่อพบว่าเป็นเรื่องที่ผิด ก็ต้องจัดการแก้ไขเสียใหม่
เมื่อสังคมไทยยุคใหม่ ให้ความเคารพในหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักสิทธิมนุษยชน ก็ช่วยให้ “ซีอุย” ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา
พร้อมกับได้ร่วมกันลบล้างข้อกล่าวหาและความเชื่อผิดๆ ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี
จากหนุ่มชาวจีน ที่อพยพหลบหนีสงครามและความยากจนจากจีนแผ่นดินใหญ่ เข้ามาในไทยเพื่อทำงานรับจ้าง แล้วตกเป็นผู้ต้องหาฆาตกรต่อเนื่อง เป็นมนุษย์กินคน โดยถูกจับกุมเมื่อปี 2501 และถูกประหารชีวิตเมื่อปี 2502 จากนั้นโรงพยาบาลศิริราช ขอรับศพมาผ่าเพื่อศึกษา ก่อนจะนำไปตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑ์ พร้อมป้ายข้อความ นายซีอุย แซ่อึ้ง มนุษย์กินคน
ในภายหลังมีการค้นคว้าเรื่องราวของซีอุย จนพบข้อมูลที่หักล้างว่า การจับกุมและกระบวนการสอบสวนน่าจะไม่อยู่บนพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ ความที่สังคมโหมกระพือเรื่องนี้จนเกินจริงและหวาดผวาไปทั่ว รวมทั้งซีอุยเองเป็นคนจีนพูดไทยไม่ได้ ไม่มีญาติพี่น้อง ช่วยเหลือต่อสู้คดี จึงกลายเป็นเหยื่อเป็นแพะ
อีกทั้งการยอมรับสารภาพ น่าจะเพราะถูกเกลี้ยกล่อมให้รับๆ ไป เพื่ออาจจะได้ถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน
จนในปี 2562 เกิดกระแสในโลกโซเชียล เรียกร้องให้ชำระล้างมลทิน คืนความเป็นธรรมให้กับซีอุย รวมทั้งให้ปลดป้ายมนุษย์กินคน ที่หน้าตู้กระจกซึ่งจัดโชว์ร่าง
ต่อมาชาวบ้าน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งซีอุยเคยมาพักอาศัยและรับจ้างทำงานในพื้นที่นี้ ได้เข้าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กรณีการจัดแสดงนิทรรศการศพซีอุยถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงได้ประสานไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
สุดท้ายโรงพยาบาลศิริราชจึงมอบศพคืนให้กับกรมราชทัณฑ์ เพื่อดำเนินการเผา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต และเป็นการยุติเรื่องราวความเชื่อผิดๆ ทั้งหมด
ในยุคที่ซีอุยถูกดำเนินคดีนั้น ส่วนหนึ่งวิทยาการด้านสอบสวนยังล้าหลัง
ต่างจากยุคปัจจุบันที่นิติวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญ การสืบสวนสอบสวนของตำรวจต้องมีพยานหลักฐานหลักแน่นชัดเจน
แต่เราก็พบว่าในยุคปัจจุบัน ที่มีวิทยาศาสตร์ล้ำหน้า เราก็ยังมีความเชื่อต่อหลายเรื่องราวอย่างผิดๆ เชื่อตามๆ กันไปโดยไม่มีข้อมูลหลักฐานรองรับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ทางการเมือง ที่มีกระบวนการสร้างเรื่องกล่าวหาคนคิดต่างอย่างรุนแรง แต่ก็ยังมีคนที่ใช้อคตินำ พลอยเชื่อตามๆ กันไปอยู่อีกหลายเรื่อง
เหยื่อการเมืองในยุคปัจจุบัน ก็ไม่ต่างจากซีอุยในอดีต

