บทนำ : กระตุ้นเที่ยวอีก

บทนำ : กระตุ้นเที่ยวอีก

บทนำ : กระตุ้นเที่ยวอีก

วันหยุดยาว 25-28 ก.ค.ที่ผ่านมา คนไทยเดินทางข้ามจังหวัดกันอย่างคึกคัก ในจังหวัดท่องเที่ยวใกล้ กทม. มีการจองโรงแรมจนเต็มเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ชายทะเล อย่างพัทยา บางแสน ชลบุรี ประชาชนหลั่งไหลไปพักผ่อนกันแน่นขนัด สร้างความคึกคักให้กับธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวได้ระดับหนึ่ง ขณะที่นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า ททท.ตั้งเป้านักท่องเที่ยวในประเทศไว้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มคนไทยเที่ยวนอก ซึ่งปี 2562 มีประมาณ 12-13 ล้านคน ใช้เงินมากกว่า 400 ล้านบาท 2.กลุ่มคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนที่พอมีกำลังซื้อ ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และ 3.การจัดการประชุมสัมมนาภาครัฐ ซึ่งคิดว่าน่าจะช่วยในส่วนของโรงแรมต่างๆ ในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ในเวลานี้

แม้ว่าจะมีความคึกคักของการท่องเที่ยวในประเทศ แต่รายได้ที่เกิดขึ้นยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ ดังที่นายยุทธศักดิ์ระบุว่า ตามโครงสร้างรายได้หลักของการท่องเที่ยว 2 ใน 3 ส่วน เป็นรายได้จากต่างประเทศ ดังนั้น จำเป็นต้องปลุกนักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่มนี้ รวมทั้งกลุ่มคนไทยทั่วๆ ไป จากเดิมที่เดินทางท่องเที่ยวอยู่แล้ว กระตุ้นให้เดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น แต่คำว่าปลุกนี้อยากให้ครอบคลุมถึงเรื่องการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นด้วย เพราะตอนนี้นักท่องเที่ยวยังเดินทางท่องเที่ยวกันเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียง ในระยะ 200-300 กิโลเมตร

สำหรับตัวเลขการเดินทางระหว่าง 25-28 ก.ค. อันเป็นช่วงวันหยุดยาว คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 1,890,000 ครั้ง คาดว่าจะเกิดการจับจ่ายใช้สอย มีเงินสะพัดกว่า 6,800 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว จากหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวจะไม่ยุติแค่มาตรการ เราเที่ยวด้วยกันŽ แต่จะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเฟส 2 เกิดขึ้นอีก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ในห้วงเวลาที่รายได้จากแหล่งต่างๆ ยุติไปหมด การเดินทางของประชาชน การใช้จ่ายเงินทองในแหล่งค้าขายต่างๆ ในขณะนี้ จึงมีความหมายอย่างมากต่อเศรษฐกิจในประเทศ รัฐบาลควรพิจารณาว่าจะปรับนโยบายอย่างไร ให้เกิดความปลอดภัยจากการแพร่ระบาด และประคองเศรษฐกิจไปพร้อมกันได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ซีพี ออลล์” รักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน “FTSE4Good Index” กลุ่มค้าส่งค้าปลีกอาหารระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
บทความถัดไปญาติยันไม่เคยรู้ ‘จารุชาติ มาดทอง’ เป็นพยานปากเอกพลิกคดี ‘บอส อยู่วิทยา’