สถานีคิดเลขที่ 12 : คลิปหลุด : สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ไม่แพ้ข่าวบอสกระทิงแดง ไม่แพ้ข่าวการเคลื่อนไหวเขย่ารัฐบาลของม็อบเยาวชนที่ขยายตัวไปทั่วประเทศ ก็คือข่าวชะตากรรมของนายตำรวจคนดัง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งชะตาชีวิตพลิกผันอย่างน่าตกใจ

เมื่อตอนต้นปี โดนคำสั่งฟ้าผ่าลงนามโดยนายกรัฐมนตรี ย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ

ผ่านมา 6 เดือน มีคำสั่งให้กลับคืนสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มานั่งเก้าอี้รอง ผบ.ตร.ดังเดิม

ความที่เป็นช่วงกำลังจะแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปี โดยเฉพาะเก้าอี้ ผบ.ตร.ที่ว่างลงด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำลังจะเกษียณอายุ

เลยเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการกลับมาเป็นรอง ผบ.ตร.เพื่อเข้าร่วมประกวดชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.กับเขาด้วยหรือไม่

โดยลืมดูกันไปว่า ในคำสั่งที่ให้กลับจากสำนักนายกฯมาสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ระบุว่าเนื่องจากผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ตอนที่ถูกเด้งฟ้าผ่าเมื่อต้นปีนั้น ผลสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าสรุปเสร็จอย่างไร

การเด้งข้ามหน่วยและการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว เกี่ยวข้องกับกรณีคลิปเสียงโทรศัพท์ที่หลุดออกมาจนฮือฮาไปทั่ว

ไปๆ มาๆ หลังจากกลับคืนองค์กรสีกากีได้แค่วันเดียว ก็มีการเปิดเผยผลสอบสวนดังกล่าวว่ามีมูล นำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบฯ

จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจ ก็มีคำสั่งให้สำรองราชการ พ้นจากตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ไปด้วย

สรุปว่าไม่ใช่การกลับมาเพื่อมาลุ้นเก้าอี้ใหญ่ แต่กลับมาเพื่อขึ้นเขียงโดนลงดาบนั่นเอง

ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเพราะคลิปหลุด ชีวิตเลยพลิกผัน

คลิปเสียงโทรศัพท์ต้นเหตุดังกล่าว เป็นเสียงพูดคุยระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ กับ พล.ต.อ.วิระชัย

โดย ผบ.ตร.โทรศัพท์ขณะไปราชการต่างประเทศ เพื่อสั่งการงานและแนะนำตักเตือนการทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.วิระชัย ซึ่งขณะนั้นรักษาราชการแทน ผบ.ตร.

แล้วต่อมาคลิปเสียงการคุยโทรศัพท์นี้ มีการเผยแพร่ในโซเชียล และในสื่อ

เลยกลายเป็นคดีเข้าข่ายการเผยแพร่ความลับทางราชการ

จากนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ก็ต้องไปแก้ข้อกล่าวหา ทั้งด้านคดีทางวินัยและคดีอาญา ยังสรุปว่าผิดแล้วแน่นอนคงไม่ได้

แต่ความที่อายุราชการยังเหลืออีก 2 ปี อนาคตในหน้าที่การงานจะเป็นเช่นไร วิเคราะห์กันได้ไม่ยาก

ในด้านหนึ่งก็ถือเป็นบทเรียนสำหรับคนทั่วไป ยุคนี้โทรศัพท์มือถือมากประสิทธิภาพ เป็นคอมพิวเตอร์พกพาดีๆ นี่เอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการบันทึกเสียงสนทนาระหว่างการพูดคุยโทรศัพท์ มีทั้ง
คุณอนันต์และโทษมหันต์

ใช้เพื่อประโยชน์ หรือใช้เพื่อเป้าหมายแอบแฝง

แต่กรณีที่ผู้บังคับบัญชาโทรศัพท์มาสั่งงานหรือตำหนิติเตียนอะไร แล้วต่อมากลายเป็นคลิปหลุด เสียงสนทนานั้นแพร่ว่อนไปทั่ว

ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งในด้านองค์กร และในด้านความน่าเชื่อถือทางส่วนตัว

ก่อนหน้านี้เคยมีมาแล้ว การเช็กย้อนบันทึกเสียงโทรศัพท์มือถือเพื่อหาข้อเท็จจริงในคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน

หรือกรณีนายตำรวจรายหนึ่งต้องคดีร้ายแรง แล้วด้วยพฤติกรรมชอบบันทึกเสียงพูดคุยโทรศัพท์ เมื่อไปกู้ไฟล์เสียงนั้นจากระบบคอมพิวเตอร์ได้ ก็เลยมีอีกหลายรายที่โดนบันทึกเสียงเอาไว้ เลยต้องรับเคราะห์ไปตามๆ กัน

เป็นบทเรียนให้กับทุกชีวิต

จะพูดคุยโทรศัพท์กับใคร ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมอุปนิสัยใจคอของคู่สนทนาเป็นส่วนประกอบสำคัญด้วย

 

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดราม่าถาโถม เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น อยากเคลียร์ให้จบ เลื่อนแถลงข่าวให้เร็วขึ้นอีก
บทความถัดไปช็อกวอลเลย์บอลไทยลีก! กลุ่มทรูถอนสปอนเซอร์หนุน – ‘สมพร’ เร่งแก้ปัญหา