“โหรฟองสนาน” ชี้ดวงเมืองในขณะนี้เป็นอาการสำคัญของยุคที่ 13

“โหรฟองสนาน” ชี้ดวงเมืองในขณะนี้เป็นอาการสำคัญของยุคที่ 13

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2563 โหรฟองสนาน จามรจันทร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 335 โดยฟองสนาน จามรจันทร์
การต่อสู้กันทางความคิด-หนึ่งในอาการสำคัญยุคที่ 13 ของเมืองเริ่มปรากฏ โดยมีรายละเอียดคือ

ผู้เขียนขอพักการเขียนทำนายเค้าโครงชีวิตคนรายลัคนาราศีระหว่าง 10 กันยายน 2563 – 9 พฤศจิกายน 2564 ไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อเขียนถึงปรากฏการณ์-อาการในเมืองรัตนโกสินทร์ที่กำลังสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจไปทั่วด้วยความคิดที่แตกต่างกันเกี่ยวกับนิยามประชาธิปไตยและสถาบันหลักของชาติในขณะนี้

อันที่จริงผู้เขียนเหมือนโหรอาภัพเพราะทำนายไว้ก่อนล่วงหน้านานมากในหนังสือชื่อ-ลอกคราบใหม่ประเทศไทย-ตีพิมพ์ 1 มกราคม 2558-โดยสำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณว่าตั้งแต่ 2 มีนาคม 2562 เป็นต้นไปจะเป็นจุดเริ่มต้นยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่จะกินเวลายาวนานไปอีก 20 ปี ซึ่งในระยะยี่สิบปีนี้ก็จะมีทั้งเรื่องดี-ร้ายเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะโดดเด่นออกมาคือการต่อสู้ทางอุดมการณ์-ความคิด-ลัทธิ-ความเชื่อที่สำคัญที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธระหว่างคนไทยด้วยกันเองแต่คนคงลืมกันไปหมดแล้ว จึงขอย้อนไปพูดถึงอีกครั้ง

หลักที่ผู้เขียนใช้ทำนายจนเขียนหนังสือได้เป็นเล่มนั้นเอามาจากแนวคิดของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับจากหนังสือโหราศาสตร์ในวรรณคดีที่ท่านได้คำนวณยุคโบราณไว้ทั้งหมด 10 ยุคโดยหลักการและชื่อยุคที่รู้กันโดยทั่วไปคือ

1.การเริ่มเกิดของแต่ละยุคนำเอาจุดที่พระพฤหัสบดีจร (5) ซึ่งเป็นหัวหน้าดาวดี ประธานศุภเคราะห์แตะก่อนร่วมราศีกันแต่ละครั้งกับพระเสาร์จร(7) หัวหน้าดาวร้ายหรือประธานบาปเคราะห์เป็นจุดเริ่ม แล้วยุคนั้นจะกินเวลายาวนาน 20 ปีก่อนที่ดาวสองดวงนี้จะกลับมาแตะกันอีกครั้งจึงจะเริ่มยุคใหม่ต่อไป

2.ด้วยหลักดังกล่าวเกิดยุคที่อ้างอิงจากหนังสือโหราศาสตร์ไทยในวรรณดคีนับตั้งแต่เมือง-ดวงเมืองถือกำเนิดคือวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2525 เวลา06.54น.เป็นสิบยุคคือ

ยุคมหากาฬ-พันธุ์ยักษ์-รักบัณฑิต-สนิทธรรม-จำแขนขาด-ราชโจร-ชนร้องทุกข์-ยุคทมิฬ-ถิ่นกาขาว-ราชวิไล

3.ต่อจากยุคราชวิไลก็สามารถใช้หลัก 20 ปีคิดยุคใหม่ได้ตามสติปัญหาผู้เขียนที่ตกผลึกออกมาคือ

ยุคที่ 11 โชติช่วงชัชวาล-พฤหัสบดีจรแตะแล้วร่วมราศีกับพระเสาร์จรที่ราศีสิงห์เริ่ม 11 กุมภาพันธ์ 2523 เป็นยุคของการนำแก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ ต่อด้วย

ยุคที่ 12 ยุคโทรศัพท์มือถือ-พฤหัสบดีจรแตะแล้วร่วมราศีกับพระเสาร์จรที่ราศีเมษตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2542 เป็นการเริ่มยุคโทรศัทพ์มือถือและอินเตอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ยาวนานมายี่สิบปี

4.ครั้นวันที่ 2 มีนาคม 2562 พฤหัสบดีจรแตะแล้วร่วมราศีกับพระเสาร์จรอีกครั้งในราศีธนูเกิดปรากฎการณ์ยุคใหม่ค่อย ๆ เริ่มขึ้น เพียงแต่ในช่วงแรกจะเป็นในลักษณะยึกยัก (พระดาวทั้งสองดวงนี้ไล่ล่ากันข้ามราศีระหว่างธนูกับมังกร-ไปจนถึงประมาณ9พฤศจิกายน 2564)แต่ถือเป็นจุดร่วมของยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่จะยาวนานไปอีก 20 ปี-ไปถึงประมาณ 22กุมภาพันธ์ 2582 จึงจะเริ่มยุคที่ 14 ต่อไป

5.อาการของยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์คือยุค4.0(ขึ้นไป)โดยขณะนั่งเขียนหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยเมื่อปี 2558 นั้น ผู้เขียนจินตนาการไม่ออกว่ายุคนี้จะเป็นอย่างไรจึงบอกไปรวม ๆ ว่าเป็นยุค4.0 ซึ่งต้องขออภัย เพราะตอนนี้โลกก็เป็น 5.0 ไปแล้ว

ส่วนเมืองไทยก็จะมีความเจริญ-รุ่งเรืองไพบูลย์-โชคมากมาย เช่นตอนนี้เริ่มแล้ว EEC-รถไฟฟ้า-รถไฟรางคู่-รถไฟความเร็วสูง-สนามบินแห่งใหม่-เมืองการบิน-เมืองหลวงแห่งที่สอง-ค้าขายออนไลน์-ทุกคนมีมือถือเป็นอาวุธมีช่องทางสื่อสารของตัวเอง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐโอนเงินเข้าบัญชี ฯลฯ

6.อาการร้ายที่แทรกเข้ามาในยุคที่ 13 ในหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยผู้เขียนเตือนไว้ชัดเจนว่าเนื่องจากการเกิดของยุคนี้หัวหน้าดาวดี-ร้ายเริ่มแตะกันในราศีธนู-ภพที่เก้าศุภะของเมืองหนึ่งในความหมายคือทัศนะและอุดมการณ์-ความเชื่อ เกี่ยวกับศาสนาและปรัชญาและลัทธิการเมือง ฉะนั้นจึงต้องระวังการปะทะกันทางความคิด อุดมการณ์

ขณะนี้อาการก็เริ่มขึ้นแล้วกำลังปะทะกันทางความคิดอุดมการณ์ทั้งใหญ่-เล็กดุเดือดในโลกออนไลน์ บางกลุ่มไปโฉบเฉี่ยวสถาบันหลักของชาติแล้วเริ่มลงถนน จึงต้องระวังไม่ให้เป็นการปะทะด้วยกำลังเพราะ

ในหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดในยุคคล้าย ๆ กันนี้ในอดีตคือมีการก่อตั้งองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานีหรือพูโลเพื่อแบ่งแยกจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งและสองคือการเกิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ในนามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ทั้งสองกรณีมีการต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐไทยด้วย

7.คาดหมายผลการต่อสู้ทางความคิด-อุดมการณ์รอบยี่สิบปีนี้-ในฐานะโหรที่นั่งสังเกตุอาการณ์ของเมืองมานาน บวกกับเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2515ที่ ร่วมเป็นหนึ่งในสาวก5ย.กับเขาด้วย สรุปออกมาได้ว่าเมืองจะถูกท้าทาย-ซัดกันเป็นระยะ ๆ เป็นธรรมดา-ผลัดกันรุกและรับทั้งสองฝ่าย-ส่วนคนในเมืองก็ปรับเปลี่ยนไป-องค์กรรวมทั้งสถาบันหลัก ๆ ของชาติก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

แต่เมื่อสู้กันไปแล้วในที่สุดก็กลับมาพื้นฐานเดิมของดวงเมืองที่ออกแบบมาให้สถาบันหลักของชาติจะยังยืนยงคงอยู่คู่เมือง

ทั้งนี้ดูได้จากพระอาทิตย์(๑)อันเป็นตัวแทนพระราชสายโลหิตของรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชพระผู้ทรงสร้างเมือง(ตัวแทนภพที่ห้า-ปุตตะ) กุมลัคนาหรือจุดเกิดของเมืองรัตนโกสินทร์-ตลอดไป-เปลี่ยนแปลงไม่ได้-

ฟองสนาน จามรจันทร์

31 กรกฎาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก โหรฟองสนาน จามรจันทร์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศรีสุวรรณ สงสัย ‘พล.ต.อ.ศตวรรษ’ นั่ง ปธ. สอบข้อเท็จจริงคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ หรือแก้ต่างให้ตำรวจ
บทความถัดไปอัยการเปิด 7 ข้อ สั่งไม่ฟ้อง ‘บอส’