เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ปลดรูป “สมเด็จ วิรุฬหผล” อดีตนิสิตปี1 วีรชน 14 ตุลาออกจากคณะ

ตึกเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ปลดรูป “สมเด็จ วิรุฬหผล” อดีตนิสิตปี 1 วีรชน 14 ตุลาของคณะ ถูกยิงเสียชีวิตออก แม้ตั้งมากว่า 40 ปี ระบุ เตรียมส่งคืนครอบครัว ด้านนิสิตล่าชื่อค้าน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โลกออนไลน์มีการล่ารายชื่อบุคคล เพื่อคัดค้านการปลดป้ายยกย่อง นายสมเด็จ วิรุฬหผล นิสิตปีที่1 คณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งได้สละชีวิตในการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ออกไปจากห้องสโมสรนิสิต หลังจากตั้งอยู่มานานกว่า 40 ปี เพื่อร้องเรียน รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีรายละเอียดระบุว่า

เนื่องด้วยในวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ภาพถ่ายของคุณสมเด็จ วิรุฬหผล นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และป้ายอนุสรณ์อันมีข้อความว่า

“นายสมเด็จ วิรุฬหผล นิสิตปีที่1 คณะเศรษฐศาสตร์ได้สละชีวิตในการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ขอให้อนุชนรุ่นหลังจดจำและพิทักษ์รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยด้วยชีวิต เยี่ยงวีรชนที่ได้สละชีวิตของตนมาแล้ว”

ได้ถูกปลดออกจากห้องที่ทำการสโมสรนิสิตเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนั้นมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

เมื่อสอบถามพี่ชายของคุณสมเด็จ วิรุฬหผลจึงทราบความว่า รศ.ดร. สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนปัจจุบัน เป็นต้นคิดส่งภาพคุณสมเด็จ วิรุฬหผลคืนแก่ครอบครัว และจะนำนามไปตั้งเป็นชื่อห้องประชุม หรือรางวัล แทนในภายหลัง

การตัดสินใจนี้กระทำไปโดยลืมพิจารณาว่า 1) คุณสมเด็จ วิรุฬหผล เป็นวีรชนนิสิตใน “เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516” ที่นิสิตนักศึกษาและประชาชนสามารถโค่นล้มอำนาจเผด็จการของถนอม-ประภาส-ณรงค์ ได้สำเร็จ

2) คุณสมเด็จ วิรุฬหผล ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงนิสิตเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 พลีชีวิตเพื่อประชาธิปไตยในเหตุการณ์นี้ โดย “ถูกยิงทางด้านหลัง ทะลุอกและขาทั้ง 2 ข้าง จากทหาร-ตำรวจที่อยู่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า ขณะที่นายสมเด็จกำลังมุ่งหน้าจะไปธรรมศาสตร์ ในเวลาประมาณ 18.00 น. เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516”

การที่คณะเศรษฐศาสตร์ ตั้งภาพถ่ายและป้ายอนุสรณ์แก่คุณสมเด็จ วิรุฬหผลที่ห้องสโมสรนิสิตเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และปณิธานที่กว้างไกลของคณะเศรษฐศาสตร์ซี่งหมายให้นิสิตรุ่นหลังเจริญรอยตามรุ่นพี่ที่มีจิตเห็นแก่ผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง

การตัดสินใจปลดภาพถ่ายและป้ายอนุสรณ์จึงเป็นการกระทำอันไม่คำนึงถึง

1) ปณิธานของคณะเศรษฐศาสตร์ที่หมายแสดงแบบอย่างแห่งการเสียสละอันน่าจดจำให้แก่อนุชน
2) จิตวิญญาณประชาธิปไตยของวันที่ 14 ตุลาคม 2516
3) มิติทางประวัติศาสตร์ของภาพถ่ายและป้ายอนุสรณ์นี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกสถาปนาคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา การปลดภาพถ่ายและป้ายอนุสรณ์คุณสมเด็จ วิรุฬหผลจึงเป็นการไม่สมควร การนำนามของคุณสมเด็จมาตั้งเป็นชื่อประชุมหรือชื่อรางวัลไม่อาจทดแทนการเชิดชูเกียรติให้ทั้งบุคคลภายในและภายนอกคณะเศรษฐศาสตร์เห็นประจักษ์ดังที่เคยปรากฏมา

“ในฐานะนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อกระผมสัญจรผ่านคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งใด กระผมก็จะก้มศีรษะคารวะคุณสมเด็จ วิรุฬหผล นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรุ่นพี่ผู้พลีชีพเพื่อประชาธิปไตยทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้ กระผมจึงขอร่วมกับเพื่อนนิสิตปัจจุบัน ศิษย์เก่า คณาจารย์ และประชาชนผู้ศรัทธาในประชาธิปไตย คัดค้านการรื้อถอนภาพถ่ายและป้ายอนุสรณ์คุณสมเด็จ วิรุฬหผล ขอให้คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งปวงโปรดพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งโดยนำเอาภาพถ่ายและป้ายอนุสรณ์กลับคืนแหล่งเดิม เพื่อเป็นเกียรติภูมิของคณะเศรษฐศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอันเป็นที่รักยิ่งสืบไป” ผู้ตั้งแคมเปญกล่าว

ด้าน รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ชี้แจงผ่านโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

ตามที่มีนิสิตบางท่านได้แสดงความกังวลใจเรื่องที่คณะฯ นำรูปพี่สมเด็จออกจากห้องสโมสรนิสิตนั้น ผมขอชี้แจงการดำเนินการว่า คณะฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ใด ๆ ในการลบหลู่หรือบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพียงแต่ต้องการให้มีการระลึกถึงเรื่องราวของพี่สมเด็จในทางที่ถูกต้องเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ผมได้รับคำทักท้วงจากหลายท่านว่าการตั้งรูปของพี่สมเด็จในห้องสโมสรแล้วมีนิสิตมากราบไหว้บูชารูปในลักษณะนี้เป็นการไม่เหมาะสม และคณะควรปรับปรุงให้มีการระลึกถึงคุณความดีในรูปแบบที่เหมาะสมมากขึ้น

ผมจึงได้พูดคุยกับอาจารย์บางส่วน ตัวแทนนิสิต และครอบครัวของพี่สมเด็จถึงแนวคิดดังกล่าว และได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรจัดกิจกรรมให้มีการระลึกถึงเรื่องราวของพี่สมเด็จในรูปแบบอื่น เช่น การจัดกิจกรรมวิชาการประจำปีหรือการจัดทำรางวัลเพื่อการระลึกถึงในลักษณะอื่นๆ และจะเรียบเรียงและถ่ายทอดเรื่องราวของพี่สมเด็จไว้ในบริเวณที่เหมาะสมกว่าในปัจจุบัน โดยคณะจะทำพิธีการส่งมอบรูปคืนให้กับครอบครัวของพี่สมเด็จในโอกาสที่เหมาะสมต่อไปครับ

 

คลิกอ่านรายละเอียดแคมเปญล่ารายชื่อ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เด็กมอ.เจ๋ง คว้ารางวัลชนะเลิศกล่าวสุนทรพจน์ วันรพี’63 สภาทนายความ
บทความถัดไปโซเชียลเดือด! รุมถล่มร้านก๋วยเตี๋ยวหลังลูกจ้างแอบถ่ายลูกค้าโพสต์เฟซ