รายงานหน้า 2 : วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน. ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน. ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน.
ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

หมายเหตุ ความเห็นนักวิชาการ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ขัดข้องที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 แต่จะต้องพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลให้มาสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเตรียมยกร่างแก้ไขส่งประกบไปกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎรด้วยนั้น

วันวิชิต บุญโปร่ง
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน. ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

ท่าทีและจุดยืนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็นนี้ผมมองว่าเป็นชั้นเชิงทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ยอมเสียการถือธงนำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประกาศจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ล่าสุดจึงแปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คือไม่อยากตกขบวนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการที่ พล.อ.ประยุทธ์เรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. เรื่องแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในทางการเมืองเพื่อให้หัวหน้าพรรคทั้ง 2 พรรคไปสื่อสารให้กับสมาชิกพรรคของแต่ละพรรค ได้รับทราบแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามทิศทางของรัฐบาล

อีกทั้งจากท่าทีของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เกรงว่าจะเกิดความยุ่งเหยิง และไม่รู้ว่า ส.ส.ร.จะร่างรัฐธรรมนูญออกมาในรูปแบบใด

หากนายกฯไม่ส่งสัญญาณผ่านจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ส.ว. ได้รับทราบแล้ว โอกาสที่จะเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญคงจะเกิดขึ้นยาก

อีกทั้งกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่นายกฯ ระบุคือ ให้ทุกฝ่ายไปศึกษาและร่างเนื้อหาที่จะแก้ไขมาก่อนจะเสนอเข้าที่ประชุมสภาพิจารณา ในสมัยประชุมสภาสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ซึ่งเหมือนเป็นการซื้อเวลา เพราะต้องผ่านขั้นตอนของการเปิดรับฟังจากทุกฝ่าย และนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้มีระยะเวลาและขั้นตอนกำหนดไว้ ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตามแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับ ผมคิดว่าควรยึดแนวทางการตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับโมเดลของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 โดยที่มาของ ส.ส.ร. ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และควรกำหนดคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้ามาเป็น ส.ส.ร.ให้ชัดเจน

คือ ห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือมีส่วนเชื่อมโยง หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมือง รวมทั้งบุคคลที่ใกล้ชิดกับ ส.ส.และ ส.ว. เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกการเมืองครอบงำและมีผลประโยชน์ทับซ้อนในทางการเมืองมายกร่างรัฐธรรมนูญ

อีกทั้งควรกำหนดกรอบระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เสร็จอย่างชัดเจน คือ 1 ปี หรือแล้วแต่ที่ทุกฝ่ายจะกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนร่วมกัน เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็นำเข้าสู่ขั้นตอนการประทำประชามติ สอบถามประชาชนว่าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ผมจึงคิดว่าแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

สามารถ แก้วมีชัย
อดีต ส.ส.ร.ปี 2540

วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน. ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

ไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่นายกฯให้ร่าง ครม.จะเป็นผู้ยื่น หรือร่างแล้วเอาไปใส่มือ ส.ส.พรรครัฐบาล หาก ครม.เป็นเจ้าภาพก็พึงกระทำ แต่ไม่ควรไปออกข่าวว่า นายกฯเป็นคนให้ร่าง เพราะถ้านายกฯเป็นคนให้ร่างก็ควรนำเสนอมาในนามของ ครม.

ทั้งนี้ร่างของรัฐบาลนี้ถ้าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และได้รับการยอมรับจากประชาชน ต้องดูก่อนว่า ที่ร่างขึ้นมานี้ประเด็นที่แก้ไขมีอะไรบ้าง เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่วันนี้ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากๆ นี้ คือ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ในนั้น เช่น เรื่องการให้อำนาจ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาโหวตเลือกนายกฯ ดังนั้นจึงต้องดูก่อนว่า ประเด็นที่เขียนมาได้แก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้หรือไม่

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดี คือเวลาทำหรือแก้รัฐธรรมนูญจะมี 2 ทาง คือ 1.แบบปะผุ คือ แก้มาตราหนึ่งมาตราใดที่มีปัญหา และ 2.แบบรื้อแก้ คือ การตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา แล้วยกเครื่องทั้งฉบับ แบบนี้ง่ายกว่า เพราะอะไรที่ดีก็เก็บไว้ แต่อะไรไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไข แต่ 2 แบบจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย คือ ความยาก-ง่ายของการแก้ ถ้าแก้แบบปะผุที่ไม่กระทบถึงหมวด 1 หมวด 2 ศาล องค์กรอิสระ และมาตราที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถดำเนินการได้เลย

แต่ถ้าแตะเรื่องเหล่านี้ต้องทำประชามติ กระบวนการก็จะยุ่งยากขึ้นอีกนิด แต่วันนี้เท่าที่ฟังฝ่ายค้าน อยากให้แก้วิธีแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการยกเครื่องใหม่ทั้งฉบับ คือ ให้มี ส.ส.ร.มายกร่างทั้งฉบับ ถือว่าเป็นทางออกที่ดี เพราะถ้าใช้วิธีปะผุ
แก้ตรงนั้นก็มาติดตรงนี้อีก

อย่างไรก็ตามสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ที่ความจริงใจของรัฐบาล โดยเฉพาะเสียงอันบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษา ไม่ใช่ปล่อยให้สุกงอมจนไปไม่ได้ เพราะไปกลับตัวตอนนั้นคงจะสายเกินแก้ นอกจากนี้พรรคร่วมรัฐบาลควรเข้ามามีบทบาทในการผลักดันรัฐบาลเพื่อให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาคือ จะเป็นตัวของตัวเองหรือไม่ หรือจะรอฟังสัญญาณจากพรรคใหญ่ที่เป็นแกนนำในรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลควรพูดให้ชัดเจนว่าจะแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง และประเด็นที่จะแก้ต้องเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาที่ทำให้กติกาวันนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ตามหลักสากล

สำหรับระยะเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ทุกคนรู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร ดังนั้นหากเลือกแก้แบบปะผุ ไม่น่าจะเกิน 3 เดือน แต่ถ้าจะใช้แบบรื้อแก้ ยกเครื่องใหม่ จะใช้เวลายาวออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยการออกไปรับฟังความคิดเห็น เมื่อทำเสร็จน่าจะเป็นช่วงที่รัฐบาลบริหารประเทศใกล้จะครบ 4 ปี ดังนั้นเมื่อได้กติกาใหม่ก็ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่

ส่วนงบประมาณในการใช้ดำเนินการถ้าใช้วิธีปะผุ บางมาตราก็ไม่มีอะไรมาก แต่ถ้ามีการตั้ง ส.ส.ร. ไม่ควรเกิน 100 ล้านบาท เพราะปี 2540 ใช้เงินมากในส่วนของการลงไปรับฟังความเห็นของประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศเท่านั้น หากบริหารจัดการให้ดีคงใช้ไม่มากและสมควรจะจ่าย

เพราะจะทำกติกาทั้งทีควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ไม่ควรใช้ไปถึง 400-500 ล้านบาท เพราะวันนี้มีโซเชียลมีเดียที่สามารถดึงเข้ามาช่วยในการรับฟังความเห็นได้

ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่

วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน. ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

เวลาจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยต้องเริ่มต้นจากการพูดคุยฉันมิตรก่อน สร้างวาระร่วมกัน ต้องตั้งธงว่าการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลบล้างความขัดแย้งของการเมืองไทยที่เป็นมาเกือบ 10 ปี ฝ่ายรัฐและภาคประชาชน หากเห็นปัญหาร่วมกันและต้องการทำให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญ การเริ่มต้นด้วยฉันมิตรเป็นสัญญาณที่ดี

แต่คำถามสำคัญถัดมา จะมีตารางเวลาอย่างเป็นทางการหรือไม่ ต้องมีคณะกรรมการ มีขั้นตอนที่ชัดเจน และประเด็นใดที่ต้องคุยกัน ต้องลิสต์ประเด็นปัญหาสำคัญของการเมืองไทยออกมา

ถ้าภาครัฐบอกว่า เห็นด้วยที่จะแก้รัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนก็ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่คือการเล่นละครหรือไม่

แต่ถ้าอยากให้มีเจตจำนงที่ดีจริงๆ ต้องเสนออย่างเป็นรูปเป็นร่างและเป็นทางการมากกว่านี้

ส่วนประเด็นเรื่องงบประมาณ มองว่าไม่ใช่ปัญหา การร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบันมีคณะกรรมการ มีคณะกรรมการที่ทำการศึกษาอยู่ ในกระบวนการการรับฟัง

หากใช้ข้อมูลจากตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น และถ้ามีการเปิดรับฟังจริงๆ อาจต้องกำหนดเป็นพื้นที่เป็นจุดๆ ไป เพราะคิดว่าภาพรวมได้แล้ว โดยต้องมีการรับฟังปัญหารายมาตรา ต้องเจาะลึกในรายละเอียดว่าจะแก้เรื่องใดบ้าง

นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถลดการเดินทาง โดยสามารถมีส่วนร่วมผ่านแอพพลิเคชั่นในโลกออนไลน์

ดังนั้นงบประมาณไม่ใช่อุปสรรคของการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมากกว่า

สำหรับกรณีที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ระบุว่า พร้อมให้ความร่วมมือในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขมาตรา 256 และตั้ง ส.ส.ร. ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนั้น มองว่าหากมีการตั้งแง่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมานั่งคุยกันว่าประเด็นไหน มาตราใดต้องแก้บ้าง
ถ้ายื่นมาตั้งแต่แรกว่ามาตรานี้ไม่แก้ ก็ไม่เกิดการพูดคุย ต้องยอมรับก่อนว่า นี่คือวาระร่วมกัน ข้อตกลงร่วมกันว่าจะแก้ ถ้าตั้งแง่ก่อน ก็ไม่ได้แก้และจะขัดแย้งอย่างนี้ตลอดไป

ส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญไทย ต้องสนใจประเด็นกระจายอำนาจให้มากกว่าเดิม ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ 40% ของรัฐธรรมนูญ ควรพูดเรื่องกระจายอำนาจ ไม่อย่างนั้น จะเป็นการผูกอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ประชาชนและภูมิภาคจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยจากการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้

เวลาแก้รัฐธรรมนูญ ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ควรมีการตั้งกรรมการกลางขึ้นมาชุดหนึ่งที่ยังพอมีความเป็นอิสระ และเป็นกลาง รับฟังความเห็นทุกฝ่าย ภาครัฐต้องแสดงความจริงใจ ด้วยการรับฟังความเห็น เปิดกว้างอย่างแท้จริง

การจะให้รัฐธรรมนูญศักดิ์สิทธิ์ ต้องให้คนมีส่วนร่วม เพราะเป็นฉันทามติร่วมของโครงสร้างทางการเมือง นี่คือหลักการแรก

ส่วนหลักการที่ 2 เวลาเราพูดถึงรัฐธรรมนูญ ต้องอย่ามองว่าเป็นแค่พิธีกรรม เหมือนกฎหมายอาญาที่เมื่อบังคับใช้จริงก็มีผู้อาศัยช่องว่างต่างๆ ทำให้ไม่ศักดิ์สิทธิ์

อนาคตการเมืองไทย ต้องบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง และไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกฎหมายประกอบร่างรัฐธรรมนูญ

สุนี ไชยรส
รองคณบดีนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ปี 2540

วิพากษ์จุดยืน‘บิ๊กตู่’แก้ รธน. ชี้รันเวย์ตั้งส.ส.ร.-ร่างใหม่

เห็นด้วยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะโดยเนื้อหามีปัญหาใหญ่หลายเรื่องเกี่ยวพันกันเกือบทุกหมวด การแก้นิดๆ หน่อยๆ จะทำให้ไม่ราบรื่น

โดยเฉพาะหมวดสิทธิเสรีภาพที่มีหลักคิด และถ้อยคำที่จำกัดมากแตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 โดยมีการเพิ่มถ้อยคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” เต็มไปหมด

จึงทำให้หมวดดังกล่าวอยู่ในกรอบที่จำกัดมากเกินไป โดยกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อ้างว่า ใส่ไว้ในหมวดหน้าที่ของรัฐ

แต่เวลาผ่านมา 2 ปีจะพบเสียงสะท้อนมากมายว่า หน้าที่ของรัฐไม่ได้ช่วยตอบโจทย์อะไรเลย เพราะถ้ารัฐไม่ทำ ประชาชนก็ไม่เคยบังคับให้รัฐได้อยู่ ไม่เหมือนหมวดสิทธิเสรีภาพที่เป็นองค์ทำให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิของตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองได้มากกว่า บวกกับการใช้สิทธิต่อศาล

รวมไปถึงองค์กรอิสระต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องตีความว่าสิทธินั้นๆ ใช่เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่

ขณะที่หมวดแนวนโยบายแห่งรัฐเขียนไว้บางมาตราก็ดี แต่ไม่มีประโยชน์ เพราะรัฐธรรมนูญได้ตัดส่วนสำคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 เขียนไว้ว่า ก่อนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าบริหารต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและต้องอธิบายว่าจะทำอย่างไรตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

โดยทุกปีต้องกลับมารายงานต่อรัฐสภาถึงผลดำเนินการ เพื่อการควบคุมถ่วงดุลได้ ดังนั้น ถ้านำสิ่งเหล่านี้มาคลี่ดูจะพบว่า น้ำหนักของสิทธิเสรีภาพหายไปเลย การควบคุมของสภาก็อ่อนด้อยลง

ส่วนหมวดที่เกี่ยวกับการเมืองก็พบปัญหาในเชิงการได้มาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ในอีกหลายมุมมาก เช่น การได้มาของ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่ทำให้ประชาชนสับสน ไม่มีที่มาที่ไป

ทั้งๆ ที่การได้มาของ ส.ส.บัญชีรายชื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 บังคับให้พรรคการเมืองต้องสู้กันด้วยนโยบายที่ชัดเจน

เช่นเดียวกับ ส.ว.ตามร่างหลักก็มีที่มาแบบไม่ถูกต้อง เราจำเป็นต้องอธิบายให้ได้จะมี ส.ว.ไปเพื่ออะไร ซึ่งในสมัย ส.ส.ร. 2540 มีการโหวตกันปรากฏว่า ไม่เอา ส.ว.แต่แพ้

จึงเป็นที่มาของ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะเราให้มีอำนาจถ่วงดุล ส.ส.ที่สำคัญยังเลือกและถอนกรรมการในองค์กรอิสระ จึงจำเป็นต้องยึดโยงกับประชาชน

แต่พอ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้การเลือกไขว้แบบกลุ่มอาชีพ ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่สามารถตอบโจทย์อะไรได้

ยิ่งพอ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลที่มาจากการแต่งตั้ง ยิ่งทำให้ยุ่งไปใหญ่เลย ถ้าไม่มีการปลดปมนี้ สิ่งต่างที่อยากให้เห็นคงไม่เกิดขึ้น หรือที่มาขององค์กรอิสระก็ถูกทำให้มีปัญหา

โดยเฉพาะการไม่ยึดโยงกับประชาชนตั้งแต่ที่มาของการสรรหา กระบวนการต่างๆ ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดปัญหาเยอะมาก อย่างที่เห็นจากสรรหา กสม.ที่มีความวุ่นวายที่สุด เป็นต้น

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในมุมของผู้มีอำนาจ จะรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญยังไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ในมุมของภาคประชาชนมีปัญหาเยอะ

รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด ถ้ามีปัญหาก็ควรจะทบทวนและแก้ไขให้มันดี แม้กระบวนการตั้ง ส.ส.ร. หรือแม้การทำประชามติ จะสิ้นเปลืองงบประมาณ

แต่มันคือโอกาสครั้งใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของสำนึกในหน้าที่พลเมือง ทำให้คนที่อยู่ในมุมต่างๆ ของสังคม กลับมาถกเถียงแลกเปลี่ยนบางเรื่องที่ยังคาใจกันอยู่

ถือเป็นเรื่องใหญ่ของการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันของสังคม

ซึ่งการที่ข้อเสนอให้มีการตั้ง ส.ส.ร.ถูกยกเป็นโมเดลตลอด เพราะเป็นบทเรียนที่ดีมากจากกระบวนการนี้ที่ทำให้เห็นได้ว่า ประชาชนเข้ามามีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง

ซึ่งต่างจากสภาแก้ไขด้วยตัวเอง แม้จะมีข้อถกเถียงว่า ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนจะอิสระจริงหรือไม่

แต่อยากให้ยอมรับถึงคีย์เวิร์ดสำคัญว่า กระบวนการที่มีส่วนร่วมของประชาชนทุกขั้นตอน

อย่าง ส.ส.ร.ปี 2540 กำหนดเลยว่า 1.ที่มาไม่จำกัดอยู่แค่นักกฎหมาย 2.มีที่มากระจายฐานให้กว้างที่สุด ทำให้มี ส.ส.ร.ที่มีความหลากหลายและยึดโยงกับประชาชน และ 3.ทุกขั้นตอนต้องฟัง

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ก่อนที่ ส.ส.ร.จะลงมือร่าง จึงเปิดเวทีฟังเบื้องต้น ร่างเสร็จก็ไปฟัง ประชาพิจารณ์กันหลายรอบ มีการรับฟังอย่างถี่ยิบปูพรมทั่วประเทศ

สื่อมวลชนช่วยกันเปิดประเด็นถก สิ่งเหล่านี้ อาจทำให้ผู้มีอำนาจไม่สบายใจ เพราะเมื่อ ส.ส.ร.ร่างแล้ว ห้ามรัฐสภาแก้ เพราะถ้าปล่อยให้ ส.ส. ส.ว.แก้ รัฐธรรมนูญ 2540 คงไม่เกิดขึ้นได้จริง

จึงอยากให้เชื่อมั่นว่า ประชาชนมีสิทธิมีเสียง และมีไอเดียรู้ปัญหาจริงจากการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
บทความถัดไปร่วมแสดงความคิดเห็น ควรแก้รัฐธรรมนูญ2560 แนวทางใด