เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จัดงาน “5 หมื่นชื่อ ร่วมรื้อ ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ” ข้อเสนอหนทางกลับสู่ประชาธิปไตย ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเปิดรับรายชื่อประชาชน เพื่อเข้าชื่อร่วมกัน 50,000 คน เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
อ่านรายละเอียด เริ่มแล้ว!ตั้งโต๊ะล่า 5 หมื่นชื่อแก้รัฐธรรมนูญ’ไอลอว์’ เสนอ 10 ข้อ ยกเลิก-แก้ไข
นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน กล่าวว่า เป็นเวลา 6 ปีกว่า ที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร แม้จะมีการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่เป็นการเลือกตั้งที่ออกแบบตามรัฐธรรมนูญของ คสช. เพื่อให้ คสช.ครองอำนาจต่อไป แม้จะเป็นรัฐบาลชุดใหม่แต่กลุ่มคนเดียวกัน พวกเดียวกัน ยังเป็นรัฐบาลในปัจจุบัน และการข่มขู่คุกคามประชาชนยังเกิดขึ้นอยู่ ไม่ต่างจากยุค คสช. เช่นเดือนที่ผ่านมา มีตำรวจไปเยี่ยมเยาวชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเผด็จการถึงบ้านเกือบทุกจังหวัด เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทย
“เรื่องของการบังคับสูญหาย การล่าผู้ที่ลี้ภัยทางการเมืองในต่างประเทศก็ยังเกิดขึ้นอยู่แม้แต่ในปีนี้ รัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เพื่อชนชั้นปกครอง กลุ่มเผด็จการที่ครองประเทศไทยในปัจจุบัน ฉะนั้น สังคมทุกส่วนต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นของประชาชน
โดยในส่วนของ ไอลอว์ ได้ชักชวนองค์กรภาคประชาชนหลายส่วนมาร่วมมือ ซึ่งทุกส่วนมีความประสงค์เดียวกันว่าต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องร่วมกันเพื่อปลดล็อกรัฐธรรมนูญเผด็จการก่อน เรามิบังอาจมากำหนดว่ารัฐธรรมนูญ ใหม่จะต้องมีหน้าตาอย่างไร เนื้อหาอย่างไร เป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศที่จะต้องเป็นผู้กำหนดว่า ต้องการรัฐธรรมนูญแบบนี้ ที่เรากำลังทำคือ ระดม 50,000 รายชื่อเพื่อปลดล็อกส่วนที่เป็นเผด็จการที่สุดในรัฐธรรมนูญปัจจุบันให้เกิดการแก้ไขได้ ซึ่งยังไม่ใช่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงกำหนดว่าต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ออกแบบโดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” นายจอนกล่าว และว่า ประการแรก เราจะเริ่มการรณรงค์ 50,000 รายในเดือนตุลาคม แต่ปัจจุบันเยาวชน ประชาชน ทั่วประเทศได้ออกมาเรียกร้องให้เผด็จการออกไป รัฐธรรมนูญใหม่เรียกร้องการปฏิรูปทุกส่วนโครงสร้าง จึงต้องเร่งการรณรงค์
“ย้ำว่า รัฐธรรมนูญของประชาชนจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่จะต้องผ่านการต่อสู้ที่ยากพอสมควร คิดว่าทุกคนจะเข้าใจ แต่เราต้องร่วมกันให้สำเร็จให้ได้” นายจอนกล่าว
ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน กล่าวว่า อยู่ที่ทุกคน ถ้ามาแล้วมีความเข้าใจ กลับไปชวนพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูงที่โรงเรียน ที่มหาวิทยาลัยให้ได้เร็วที่สุด เพื่อนำเสนอสู่รัฐสภา
“เป็นเวลา 4 ปีเต็ม ถ้าจำได้ วันนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้วเป็นวันทำประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญ ปี 60 ซึ่งเป็นการทำประชามติที่อัปยศอดสูที่สุด แม้ว่าจะมีการถามความเห็นของประชาชนก็ตาม
“รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กล่าวได้ว่า เป็นรัฐธรรมนูญของ คสช.ทั้งเนื้อหา และรูปแบบ เมื่อได้ตั้งคณะขึ้นมา 21 คน คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นผู้ร่าง ซึ่งเป็น 1 ในคณะ คสช. คิดเอง ทำเอง ทั้งการกำหนดวันทำประชามติ การตั้งคำถามว่าประชนจะเดินไปเจอกับอะไรบ้าง การวางกรอบแสดงความเห็นที่อยู่ในอำนาจของ คสช.ฝ่ายเดียว ทั้งการออก มาตรา 44 ควบคุมการแสดงความเห็น เผยแพร่ข้อมูลด้านเดียว ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง แต่ไม่มีใครตรวจสอบ
เป็นการลงประชามติที่ไม่มีทางเลือก ว่า ถ้าโหวต ‘โน’ จะเป็นอย่างไรต่อ ซ้ำคุณมีชัยยังบอกว่า ถ้าไม่ผ่านร่างฉบับนี้ จะเจอทางเลือกที่โหดกว่านี้” นายยิ่งชีพกล่าว และว่า
กระแสเรียกร้องรัฐธรรมนูญดังไปทั่วประเทศ บนท้องถนน แต่เขาไม่แก้อย่างแท้จริง จึงต้องเรียกร้องตามสถานที่ต่างๆ ไปทั่วประเทศ หมายความว่า พวกเขาต้องการออกแบบระบบนี้ต้องการความเปลี่ยนแปลงซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังคงอยู่ต่อไป
“เรามาพร้อมข้อเสนอแก้ไขทางกฎหมาย โดยเริ่มจากการรื้ออำนาจระบอบ คสช.ก่อนอับดับแรก จากนั้นเป็น ภารกิจสร้างหนทางประชาธิปไตย และเปิดทางร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ไม่ง่าย ใช้เวลา และหลายขั้นตอน”
นายยิ่งชีพกล่าวอีกว่า ขอให้ร่วมชื่อ 50,000 คน ผลักดัน 5 ยกเลิก 5 แก้ไข คือ
1.ยกเลิกช่องทางนายกฯ คนนอก ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ในมาตรา 272 ที่เขียนว่า เงื่อนไขคือให้ใช้ ส.ส. และ ส.ว. เกิน 500 คน หมายความว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์จะออกจากตำแหน่ง เราก็อาจจะได้ใครไม่รู้ขึ้นมาเป็นนายกฯ
2.ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ คสช.ตั้งขึ้นเอง เขียนอนาคตของประเทศให้คนไทย ซึ่งพูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นยุทธศาสตร์ชาติ เพราะไม่ได้มีส่วนร่วม คุณประยุทธ์ คุณประวิตร คุณอนุพงษ์ คุณสมคิด มีอำนาจเขียน และมีอำนาจชี้หน้าว่าใครไม่ปฏิบัติตามนี้ จึงขอเรียกว่า “แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ คสช.”
3.ยกเลิกแผนการปฏิรูปประเทศที่ร่างขึ้นโดยคณะกรรมการหลายชุดที่ คสช.ตั้งขึ้น อนุมัติโดยคณะของ คสช. ประกาศใช้โดย ครม.ที่ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธาน จึงขอเรียกว่า “แผนปฏิรูปของ คสช.”
4.ยกเลิก ที่เสนอว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีผู้บริหารที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งก็ได้ ซึ่งเขียนถอยหลังกว่าที่เป็นอยู่
5.ยกเลิกมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ว่า ประกาศคำสั่งของ คสช.ที่ได้ประกาศก่อนหน้าและใช้ต่อไปในอนาคตนั้น ไม่มีความผิด เอาโทษคนเหล่านี้ไม่ได้ กล่าวคือ เป็นการเขียนนิรโทษกรรมให้กับตนเอง
และเสนอ 5 แก้ไข ได้แก่
1.แก้ไข บัญชีรายชื่อ นายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอ เป็นช่องทางให้กลับมาซํ้าตำแหน่งได้ ให้เขียนชัดว่า นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. อย่างน้อยเพื่อเคารพเจตนารมณ์ของพี่น้อง พฤษภา 35
2.แก้ไขที่มาของกรรมการชุดพิเศษ ที่มาโดยการคัดเลือกจากกลุ่มเล็กๆ ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ 40 เช่น ส.ว. 250
3.แก้ไของค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเพื่อความเป็นกลาง
4.ปลดล็อกวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้แก้ยากมากสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย มาตรา 256 ที่ระบุว่าให้ใช้เสียงครึ่งหนึ่งสภา โดยไม่จำเป็นต้องมี ส.ว. หรือผ่านการทำประชามติ
5.เพิ่มการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาจาก ส.ส.ร. โดยรื้อทั้งหมด จัดทำร่างใหม่ ให้คนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างการเมืองและสังคมแบบใหม่
นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า เหล่านี้ คือข้อเสนอที่เรียกว่า รื้อ สร้าง ร่าง รัฐธรรมนูญ เราเสนอกระบวนการกลับสู่ประชาธิปไตย รื้อระบอบอำนาจ คสช.ก่อน ตามข้อเสนอ 5 ยกเลิก 5 แก้ไข นำไปสู่กระบวนการหาหนทางใหม่ สรรหา นำไปสู่การให้ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วันนั้น มรดกชั้นดีของ คสช .จะหายไป แม้ไม่ง่าย แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ เราต้องอยู้กับรัฐบาลแบบนี้ ระบอบแบบนี้ต่อไป รวบอำนาจ คิดอนาคตแทนประชาชน
“การที่ชวนเข้าชื่อวันนี้ เป็นเพียงบันไดขั้นเล็กๆ เท่านั้น หากประชาชนต้องการแก้ไข แล้วช่องทางนี้เปิด แต่ไม่มีผู้ร่วมก็คงพูดไมาได้ไม่เต็มปาก ว่าเป็นความต้องการของประชาชน หากเสนอชื่อครบเพื่อแก้ไขได้ ก็ยังมีอะไรที่ต้องทำมหาศาล การเคลื่อนไหวที่ต้องสนับสนุนประชาชน จนผู้สนับสนุน คสช.อ่อนล้าและรู้ว่าอยู่ไม่ได้ หากวันนั้นเป็นทางลง คงจะเป็นทางลงที่ง่ายที่สุดสำหรับเขา
หาก พล.อ.ประยุทธ์รู้ว่าเวลาหมด หยิบร่างรัฐธรรมนูญประชาชนขึ้นมา กระซิบพวกพ้องเพื่อลงได้อย่างสวยงาม นี่คือสิ่งเดียวที่เราคาดหวัง อาจเป็นเหมือนฝัน แต่เราต่างก็รู้ว่าการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยต้องต่อสู้ระยะยาว ซึ่งตามช่องรัฐธรรมนูญก็เปิดโอกาสช่องเล็กๆให้เราเดินได้ ยิ่งได้ 50,000 ไว ยิ่งดี เรามีความหวัง ความฝันว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เสียงของทุกคนมีความหมาย เรารออยู่” นายยิ่งชีพกล่าว
จากนั้น ตัวแทนเครือข่ายประชาชน จำนวน 14 กลุ่ม ร่วมแถลงเหตุผลที่ต้องเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาทิ คณะประชาชนปลดแอก, คณะประชาชนเพื่อสิทธิเสรีภาพ, สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยขน, เครือข่าย People Go, เครือข่าย Constitution Advocacy Alliance (CALL), เครือข่ายคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.), คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ฯลฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมในเวลา 15.15 น. ประชาชนต่างร่วมชูแผ่นพับรณรงค์เข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญ และชู 3 นิ้ว ถ่ายภาพร่วมกัน
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมเข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญได้ที่เว็บไซต์ ilaw.or.th/50000Con

