สมชัย แนะ อานนท์กับเพื่อนๆสู้ พิสูจน์จบ ไม่ผิด ต้องฟ้องกลับม.157 ฐานทำให้เสียหาย

สมชัย แนะ อานนท์กับเพื่อนๆสู้ พิสูจน์จบ ไม่ผิด ต้องฟ้องกลับม.157 ฐานทำให้เสียหาย

กรณีที่นายอานนท์ นำภา ทนายความ และไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเยาวชนปลดแอก ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งจับดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 พร้อมกับข้อหาอื่นรวม 7 ข้อหา หลังจัดชุมนุมร่วมกับนิสิตนักศึกษา และนักเรียนกลุ่ม เยาวชนปลดแอก เพื่อเรียกร้องรัฐบาล 3 ข้อ 1.หยุดคุกคาม 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 3.ยุบสภา 

ล่าสุด (7 ส.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กว่า

“เปิด กม. ดูที่มา และฐานความผิด ในการออกหมายจับผู้ชุมนุมทางการเมืองในวันนี้ รวม 7 ข้อหา

1.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
(ความผิดตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 7 ปี)

2.ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด
(ความผิดตามมาตรา 215 ประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ)

3.รวมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
(ความผิด ตามมาตรา 34 (6) พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท)

4.ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด
(ความผิดตามมาตรา 385 ประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท)

5.ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร
(ความผิดตามมาตรา 114 ประกอบมาตรา 148 พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท)

6.ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน
(ความผิด ตามมาตรา 19 พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท)

7.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
(ความผิด มาตรา 4 พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท)

จะเห็นได้ว่าข้อหาที่ 3-7 เป็นโทษปรับตั้งแต่ 200 บาท จนถึงสูงสุด ไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนข้อหาที่ 1 จะรุนแรงสุด โทษจำคุก 7 ปี

ทั้งหมดคงต้องต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงว่าได้กระทำตามที่กล่าวหาหรือไม่ครับ หากไม่เป็นจริงก็สมควรฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ ในมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด

อนึ่ง ในข้อกล่าวหาที่ 3-7 หากตั้งข้อกล่าวหากับคณะบุคคลดังกล่าว สมควรดำเนินการกับคณะบุคคลอื่นๆที่มีลักษณะการดำเนินการคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นต่าง หรือ ฝ่ายที่สนับสนุน ด้วย อย่าได้เลือกปฏิบัติ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กมธ.รับฟังความเห็นนศ. ร่วมสังเกตการณ์ชุมนุมสน.บางเขน 5 ทุ่มยังไม่ถอยจี้ปล่อย อานนท์-ไมค์
บทความถัดไปเดชไชยาทิ่มไก่ป่าหลับยก 4 ชนะน็อกคู่เอกศึกมวยมันส์วันศุกร์