อดีตแกนนำ กปปส.ตรัง ประกาศชัด จะเดินหน้ารับร่างประชามติ ขณะที่อดีต ส.ส.ตรัง เชื่อเป็นการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รอบคอบแล้ว ที่ไม่รับร่างประชามติครั้งนี้
วันที่ 30 กรกฎาคม นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ อดีตแกนนำ กปปส.ตรัง เปิดเผยว่า แม้ตนจะมีจุดยืนการลงประชามติซึ่งมีความเห็นที่ตรงกันข้ามกับนายอภิสิทธิ์และหลายๆ ท่านที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ แต่ตนขอประกาศว่าจะรับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และตนก็เข้าใจสถานะที่แตกต่างต่างกันระหว่างตนกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่นายชวน หลีกภัย เพราะท่านเป็นนักการเมือง ส่วนตนเป็นประชาชนเลยมีจุดยืนเรื่องนี้ต่างกัน และถ้าเปลี่ยนสถานะให้ตนไปเป็นบุคคลเหล่านี้ ตนก็มีจุดยืนเหมือนบุคลเหล่านี้ ที่มีจุดยืนเหมือนตนในขณะนี้
เพราะก่อนที่จะประเทศไทย ประชาชนคนไทยจะมาประสบชะตากรรมในรูปแบบวันนี้ ก่อนหน้านี้บ้านเมืองอยู่ในความรับผิดชอบของนักการเมือง รวมถึงนายอภิสิทธิ์ด้วย และภายใต้รัฐธรรมนูญปี 50 ที่นายอภิสิทธิ์เรียกร้องและปี 40 ที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องและรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับที่ผ่านมาก็ไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะถ้าตอบโจทย์ได้ เราก็คงไม่ต้องมาลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเคารพในความคิดเห็นของนักการเมืองอาวุโสเหล่านี้ เพราะมันคือประชาธิปไตย ตนศึกษารอบคอบแล้ว เพื่อไม่ให้บ้านเมืองเดินหน้าก็เจอเหวถอยหลังก็ชนหน้าผา ไม่ว่าเดินหน้าหรือถอยหลังอาจตายหมู่ วันที่ 7 ส.ค.นี้ เป็นวันที่มีสะพาน ที่มีไม้ผุอยู่บ้างแต่ทำให้เดินไปข้างหน้าได้แน่นอน ตนมีจุดยืนตรงข้ามกับนายอภิสิทธิ์ คือตนจะไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พร้อมทั้งรับคำถามพ่วง และไม่มีความเกลียดชังใดๆ ต่อบุคคลเหล่านี้ที่มีความเห็นต่างกับตนที่ไม่รับร่าง เพราะต่างคนต่างมีเหตุผลไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องประชาธิปไตยและยอมรับผลประชามติเพราะเป็นเสียงของประชาชน
นอกจากนั้น นายศักดิ์สฤษดิ์ยังกล่าวว่า ยอมรับว่าการออกมาแสดงจุดยืนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนอยู่บ้าง แต่ไม่มากและจะไม่ทำให้ผลประชามติเปลี่ยนไป เพราะผลระหว่างรับกับไม่รับห่างกัน เฉพาะผลในภาคใต้ส่วนใหญ่จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะประชาชนรู้ดีว่าไม่ใช่การเลือกตั้ง ส.ส. แต่เป็นการลงประชามติสร้างกฎกติกาซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่คุ้มครองผลประโยชน์ของนักการเมือง เพราะถ้ารัฐไม่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน ประชาชนมีสิทธิฟ้องร้องรัฐได้ มีการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองอย่างเข้มข้นกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ ซึ่งจะเป็นการคัดเลือกให้ได้นักการเมืองน้ำดีเข้าไปทำหน้าที่ มีการเพิ่มบทลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตและตัดสิทธิสมัครตลอดชีวิต สำหรับนักการเมืองที่ทุจริต บทบัญญัติเหล่านี้ถือเป็นบทบัญญัติเพื่อการเริ่มต้นการปฏิรูปการเมือง ซึ่งเห็นผลเหล่านี้ เป็นเหตุผลที่ตนเองตัดสินใจในการรับร่างประชามติรัฐธรรมนูญครั้งนี้
ส่วนทางด้านนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าการที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นไปตามเหตุผล และเชื่อว่าหัวหน้าพรรคได้อ่านรายละอ่านเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงจุดยืนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง

