ดาว มธ. ‘ข้ามเพศ’ สุดงง ถูกผลักเป็น ‘พลเมืองชั้น 2’ ย้ำ โลกไม่ได้หมุนรอบรัฐบาล
วันที่ 10 สิงหาคม เวลา 16.00 น. ที่ลานพญานาค ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย จัดงาน ‘ธรรมศาสตร์จะไม่ทน’ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ทะยอยเข้าร่วมตั้งแต่เวลาราว 15.30 น. โดยบริเวณทางเข้า โครงการอินเตอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ได้ตั้งโต๊ะรณรงค์ล่า 50,000 ชื่อ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ทั้งนี้ มีผู้ร่วมลงชื่ออย่างไม่ขาดสาย ทั้งนักศึกษาและประชาชนทั่วไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการตั้งเวที มีการฉายภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสีแดงบนฉากสีดำ พร้อมข้อความ ‘เราไม่ต้องการปฏิรูป เราต้องการปฏิวัติ’ โดยผู้ร่วมงานส่วนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ รวมถึงเสื้อยืดสกรีนลวดลายสื่อถึงการต่อต้านเผด็จการ มีการฉายข้อความ ‘ขอต้อนรับ….ทั้งในและนอกเครื่องแบบ’ อีกด้วย
ในตอนหนึ่ง ศิวกรณ์ ทัศนศร หรือ บัซซี่ ตัวแทนองค์การนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลหลอกลวงพวกเรามาตลอด การเสแสร้งแกลงทำประหนึ่งว่าเรามองไม่ออก ว่าในสายตาพวกเขาไม่เคยมองเราเท่าเทียม
“ดิฉันงงมาก ยืนงงในดงรัฐมนตรี คือสิ่งที่เราก้าวมายืนจุดนี้เพื่อสู้ความฉ้อฉลกลโกง เขาบอกจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ไหนสัญญา อยู่ที่ไหน งงมาก ไม่รู้ว่านโยบายที่หาเสียงได้ทำหรือยัง คุณประยุทธ์ ไม่เข้าใจ ที่ออกมาวันนี้ไม่ได้มาโวยวาย”
“ดิฉันโดนดูถูกมาทั้งชีวิต ชนชั้นสอง ไม่เหมือนผู้หญิงผู้ชายตรงไหน แค่นี้รัฐบาลทำให้เราหน่อยได้หรือไม่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม การเลือกที่จะเป็นแบบนี้ ทำอะไรให้รัฐบาลเดือดร้อนหรือ สงสัยว่าทำไมไม่เท่าเทียมเสียที เขาเลือกแล้วและการเลือกของเขาไม่ได้ไปลดทอนความเป็นคุณค่ามนุษย์ของเขา แล้วทำไม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำได้ งง อย่างว่า ชายเป็นใหญ่ ควบคุม แม้ความจริงแล้ว เขาก็ไม่ไก้อยากให้พวกเราเท่าเทียมหรอก แยก พ.ร.บ.ออกมาอีก จำกัดอีกประเภท racism หรือไม่ อยากบอกทุกคนว่า เราผิดตรงไหน ที่เกิดมาเป็นแบบนี้”
ศิวกรณ์ กล่าวว่า เข้าไปที่เพจ ‘ธรรมศาสตร์และการชุมนุม’ ตนได้ลิสต์ข้อแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต และ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ว่าแตกต่างกันอย่างไร
ซึ่งเป็นระยะเวลากว่าหลายเดือนที่เห็นแฮชแท็กไม่เอา พ.ร.ก.คู่ชีวิต เพราะไม่ตอบโจทย์แม้แต่น้อย ที่สำคัญยังดูถูก ทำให้รักร่วมเพศเป็นพลเมืองชั้นสอง แล้วพลเมืองชั้นหนึ่งคืออะไร
ทำไมถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สาระสำคัญ ถูกเสนอโดยกระทรวงยุติธรรม ยุติธรรจริงหรือไม่ อยากให้โฟกัสคำว่า คู่ชีวิตให้ดี อ่านเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร ก็ดีนะ ดูเท่าเทียม 1.เปิดโอกาสให้จดทะเบียนคู่ชีวิตได้ 2.คู่ชีวิตสามารถรับมรดกได้ 3.คู่ชีวิตสามารถทำนิติธรรมได้ 4.คู่ชีวิตสามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ คือ ภาพรวม
“อาจดูเท่าเทียม แต่สาระสำคัญ ปัญหาติดอยู่ที่คำว่า คู่ชีวิต แสนบัดซบ เพราะคำว่าคู่ชีวิตไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาน คำว่าคู่มรสต่างหากที่มีความผูกพัน สวัสดิการแห่งรัฐและเอกชน สิทธิรักษาพยาบาล จัดการศพ ฯลฯ เปลี่ยนสัญชาติยังไม่ได้ ศักดิ์ศรีความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน จัดกลุ่มเราอย่างนี้ทำไม เราเกิดข้อสงสัยต่างๆ มากมาย รัฐบาลฉลาดนักทำไม่ไม่แก้ เปลี่ยนคำว่า สามีภรรยา เป็น ‘บุคคล’ และ ‘บุคคล’ แยกออกมาทำไม การแยกก็เหมือนการดูถูก ว่าเราเป็นพลเมืองชั้น 2
ไม่ว่าเพศไหนก็มีหัวใจ อยากให้ทุกคนสำรวจร่าง เราแตกต่างตรงไหน จึงต้องจำกัด และเหยียดเราเช่นนี้” ศิวกรณ์กล่าว และว่า
ทั้งนี้ เรายังไม่สามารถหมั้นได้ เท่าเทียมอย่่างไร ยังมีอีกมาก เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็ต้องสู้ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลชายเป็นใหญ่ ไม่มีความเท่าเทียมในความหลากหลายทางเพศ หมดหวังแล้วกับรัฐบาลเฮงซวยชุดนี้
“ขอแชร์ประสบการณ์ เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานนักเรียน โดนปลดสายฟ้าฟาดกลางเวทีเพราะเป็นตุ๊ด ดิฉันโดนประณาม นี่คือความคิดของไดโนเสาร์เต่าล้านปีโดยแท้ เครื่องลายคราม ความคร่ำครึ ควรจะปิดหูปิดปากแล้วไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ คุณรู้ไหมว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว โลกไม่ได้หมุนรอบคุณนะคุณรัฐบาล รู้ไว้บ้าง ถ้าจะยังทำแบบเดิมก็ลาออกไปซะ”
“คุณบอกว่า แนวทางของคุณถูกต้อง และเที่ยงธรรมประเทศนี้เจ๊งหรือไม่ เศรษฐกิจเอย อะไรเอย ล้มดังโครม เราจะต้องต่อต้านความเท่าเทียม หมดเวลาจองพวกคุณแล้ว รัฐเฮงซวย จบ สวัสดี” ศิวกรณ์กล่าว

