เลขาครป.หนุนเสรีภาพน.ศ. ดันเปิดพื้นที่ปลอดภัย แนะรัฐฟังคนรุ่นใหม่

เลขาครป.หนุนเสรีภาพน.ศ. ดันเปิดพื้นที่ปลอดภัย แนะรัฐฟังคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวในเวทีประชุมทางการเมือง 30+ องค์กรประชาธิปไตยว่า ตนขอสนับสนุนสิทธิเสรีภาพการแสดงออกและส่งเสริมการเปิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียกร้องของขบวนการนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่เรียกร้องการปฏิรูปประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญใหม่ เนื่องจากเยาวชนคนหนุ่มสาวคืออนาคตของประเทศและเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต การรับฟังเสียง ของคนรุ่นใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลจะต้องรับฟังเพื่อแก้ไขปัญหา เนื่องจากในสังคมประชาธิปไตยคนที่เห็นต่าง ทางการเมืองย่อมแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้โดยปราศจากความเกลียดชังและมีพื้นที่ทางการเมืองรองรับอุดมการณ์ต่างๆ ที่หลากหลายในสังคม โดยปราศจากการสร้างเงื่อนไขความรุนแรง

ดังนั้น รัฐบาลควรรับฟังและแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยจะต้องเปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงออก อย่าไปปิดกั้น รวมถึงรัฐสภาต้องเป็นที่พึ่งในการหาทางออกจากวิกฤตของประเทศ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษย์ชน โดยการยุติการส่งเจ้าหน้าที่ไปข่มขู่คุกคามหรือติดตามแกนนำนักเรียนนิสิตนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ตามกติการะหว่างประเทศด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองรวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

“รัฐบาลต้องนิยามความมั่นคงของชาติใหม่ โดยไม่ผูกขาดความมั่นคงไว้กับหน่วยงานความมั่นคงไม่กี่หน่วยงาน แต่ความมั่นคงของประเทศต้องเป็นความมั่นคงของส่วนรวมทุกชนชั้นในสังคม ดังนั้นรัฐบาลต้องหยุดการจัดตั้งมวลชนของรัฐผ่านกลไกต่างๆ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือสร้างความรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอำนวยความสะดวกให้สิทธิการชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐาน โดยการควบคุมอาวุธและการก่อเหตุการณ์ความรุนแรงของมือที่ 3 ให้ได้

ประเด็นสุดท้าย รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ควรใช้โอกาสนี้ในการแก้ไขและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามข้อเรียกร้องของประชาชน เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจโดยกลไกสมาชิกวุฒิสภาและกลไกของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนในการเลือกผู้นำรัฐบาลผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสามารถแก้ไขรายมาตราในชั้นกรรมาธิการหรือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านกลไก ส.ส.ร.ในอนาคต หรือการประชามติตามกฎหมายใหม่โดยตรง ซึ่งจะเป็นทางออกของประเทศชาติ

โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเลือกรับผิดชอบประวัติศาสตร์หน้าใหม่โดยให้รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลหาทางออกจากทางตันของบ้านเมืองและร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสรัฐประหารของทหารการเมืองในอนาคต ซึ่งจะได้รับการต่อต้านอย่างกว้างขวาง” นายเมธากล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon