หน้าแรก การเมือง 6 พรรคฝ่ายค้า...

6 พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนต่อสภาฯแก้รัฐธรรมนูญ 17ส.ค.นี้ ชงปลดล็อก ม.256 ตั้ง สสร.ร่างรธน.ฉบับใหม่ ยืนยันไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2

16.08.20 | 08:13 น.

6 พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนต่อสภาฯแก้รัฐธรรมนูญ 17ส.ค.นี้ ชงปลดล็อก ม.256 ตั้ง สสร.ร่างรธน.ฉบับใหม่ ยืนยันไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายค้านเพื่อประชาชนชน กล่าวถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ ว่า ทาง 6 พรรคฝ่ายค้าน ได้รณรงค์มาตั้งแต่ต้น ว่ารัฐธรรมนูญปี 60 มีหลายส่วนที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ขณะพรรคฝ่ายค้านได้ประชุมและเห็นว่ากติกาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก ดังนั้นก็จะเริ่มจากการแก้ในหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนุญมาตรา 256 ก่อน เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อให้แก้ง่าย และควรมีสักหมวดหนึ่งสำหรับการจัดทำ ที่จะต้องให้เจ้าของอธิปไตย คือประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม คล้ายๆ กับสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ปี 2540 ซึ่งจากที่คุยกันเห็นว่า ควรจะให้มีคนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป เข้ามามีส่วนในการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วย เพราะเป็นเรื่องของคนทุกคน เป็นกติการ่วมกัน

“ในวันที่ 17 สิงหาคม ที่จะยื่น เราได้คุยกันแล้ว และจะส่งร่างนี้ขึ้นไป ส่วนแนวความคิดที่เราเห็นตรงกันคือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เช่นในมาตราสุดท้าย ที่รับรองประกาศ และคำสั่ง คสช. ทั้งหมดไว้ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้ จะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งที่กฎหมายได้รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปลงโทษย้อนหลังกับกลุ่มคนดังกล่าว รวมไปถึงการให้อำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลายคนก็เสนอว่า ส.ว. ไม่ควรมีสิทธิเลือกนายกฯ อีก ขณะที่บางคน เสนอให้ยกเลิก ส.ว. ที่มาจากการสรรหา ซึ่งใน 2 ประเด็นนี้ ยังไม่มีข้อยุติ แต่มองว่าหาก ส.ว. ยังคงอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

” จุดยืนของ 6 พรรคฝ่ายค้านในการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 เราจะต้องยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดียว ซึ่งในจุดนี้ เราไม่ได้มาคุยกัน ซึ่งเรามีร่างเดิมไว้อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องยืนยันในประเด็นนี้อยู่ “