‘อ.อนุสรณ์’ จี้ รัฐสมคบทุนใหญ่ เจียดกำไรให้คนจน ขอแรง ‘ปลดโซ่ตรวน’ รธน.60 ทลาย ‘มายาคติ’

16.08.20 | 14:13 น.

‘อ.อนุสรณ์’ จี้ รัฐสมคบทุนใหญ่ เจียดกำไรให้คนจน ขอแรง ‘ปลดโซ่ตรวน’ รธน.60 ทลาย ‘มายาคติ’

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน จัดเสวนา “ทำไมขบวนการแรงงานต้องร่วมปลดแอก” เพื่อประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนขบวนการนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องเพื่อสิทธิ เสรีภาพ ลดช่องว่างทางชนชั้น ภายใต้ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3.ยุบสภา โดยเพิ่มเติมคือ 4.รัฐสวัสดิการ

รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เหตุผลที่ทำไมขบวนการแรงงาน ต้องเข้าร่วมขบวนการปลดแอก มีความสำคัญ 2 ข้อ คือ 1.การจะเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งนี้ เรียกร้องคนจำนวนมหาศาล ซึ่งแรงงานมี 37 ล้านคน มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากพวกเรา 2.เราเองเป็นผู้มีส่วน ไม่ว่าส่วนไหน ในการสร้างแอกนั้นขึ้นมา มีคำหนึ่งที่พูดกันในกลุ่มมาร์กซิสต์ ‘คนชั้นกรรมาชีพไม่มีอะไรต้องสูญเสีย นอกจากโซ่ตรวน’

“ทำไมขบวนการแรงงานต้องร่วมปลดโซ่ตรวนที่ตัวเองมีส่วนสร้าง เพราะเรามีส่วนในการสร้างโซ่นี้ขึ้นมาตั้งแต่สมัยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แกนนำพันธมิตรรุ่นที่ 1 อยู่ ในสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) รุ่นที่ 2 ก็คนของ สรส. ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนของพันธมิตร เป็นเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร 2549 ภารกิจก็เป็นอันสิ้นไป ขณะเดียวกันก็ทำไม่สุด แทนที่รัฐจะสามารถขจัดคู่ตรงข้ามทางการเมืองได้ กลับได้อีกพรรคขึ้นมา จึงจำเป็นต้องทำใหม่”

“การขึ้นมาของ กปปส. ประกอบด้วยหลายส่วน หนึ่งในนั้นที่สำคัญ คือ สรส.จับมือกับชนชั้นกลางที่มีการศึกษา เป็นเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 จึงปฏิเสธไม่ได้ได้ว่า เรามีส่วนในการสร้างโซ่ตรวนนี้ที่มีหน้าตาคือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่สามารถทัดทานอะไรได้ ซึ่งเขายังต้องการอยู่ต่อ ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ให้คุณมีชัยลุกขึ้นมาเขียน กลายเป็นการสร้างเงื่อนไขของโซ่ตรวนให้ไปต่อไป ร่างขึ้นมาได้โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรา ระดมสรรพกำลังทั้งในและนอกระบบ กอ.รมน. ลงไปประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลด้านดีว่า เป็นอย่างไร อีกฟากต้องการเสนอความเห็นต่างก็ขัดขวาง จับกุม ดำเนินคดี ซ้ำร้ายผ่านประชามติไปแล้ว ถูกแก้อีก 1-3 ครั้งในบางมาตรา โดยไม่คุยกับใคร ซึ่งเด็กๆ พูดไปแล้ว

เมื่อมีกระบวนการที่มาไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน เป็นการเปลี่ยนกติกาจัดสรรผลประโยชน์ของสัมคมอย่างมโหฬาร คือการสถาปนาอำนาจของชนชั้นนำ ท่ามกลางการลิดรอนสิทธิของประชาชน ให้กลายเป็นผู้รับการสงเคราะห์อย่างอนาถา” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว

Advertisement

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า อีกข้อที่เกี่ยวข้องกับแรงงานโดยตรง คือ หมวดสิทธิแรงงาน ที่ไม่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ 60 กลับไปกระจายอยู่ในหมวดสิทธิทางสังคมโดยทั่วไป ซึ่งถ้าดูในส่วนจำเพาะเจาะจงอย่างค่าแรง ก็เปลี่ยนอย่างมีนัยยะสำคัญ จาก “ค่าแรงจะต้องเป็นธรรม” ก็เปลี่ยนเป็น “เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ” ปัจจุบัน “เหมาะสมแก่การยังชีพ” บรรดาสิทธิที่จะรวมตัวเป็นสมาพันธ์ ก็ตัดออกไป ไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญ 60 จะเห็นว่าเรื่องสิทธิทั้งหลายหายไปทั้งหมด

“สร้างเงื่อนไขให้กลับเข้ามาสู่อำนาจ วางกลไกไว้เยอะมาก ไล่ไปตั้งแต่อำนาจของ กกต. สูตรคำนวณจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อเอาชนะเกมการเลือกตั้ง ผลคือเมื่อเป็นรัฐบาล คสช.เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในการรื้อฟื้นอำนาจ ตั้งแต่ปลายปี 2548 เป็นต้นมา แต่รัฐประหารอยู่ได้ไม่นาน จึงต้องสร้างเครื่องมือทางกฎหมายให้เข้ามาอย่างถูกต้องชอบธรรม”

“การดำเนินนโยบายคล้ายกับ รัฐสมคบทุนใหญ่ เจียดกำไรมาให้คนจน เรียกร้องความกตัญญูต่างๆ นานา โครงการประชารัฐ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถูกเปลี่ยนความหมายอย่างสิ้นเชิง แปลงเรื่องสวัสดิการให้เป็น ‘การสงเคราะห์’ ทั้งหมดนี้คือด่านสำคัญว่า ทำไมเราต้องลุกขึ้นมาดูรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องสวัสดิการ แทบจะเป็นไปไม่ได้ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ คือที่มาของโซ่ตรวนที่คงอยู่และกดเราไว้”

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า แล้วจะปลดอย่างไร ที่มาร์กซิสต์กล่าวไว้ อาจไม่ได้พูดในระดับความคิดที่ครอบอยู่ แต่ที่ทำได้คือ การหว่านล้อมว่า ชนชั้นนำจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นล่างได้ดีที่สุด เราจึงต้องไปช่วยปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำเพื่อเจียดมาให้พวกเรา ที่ต้องทำในแง่การเคลื่อนไหว ที่จำเป็นนอกเหนือจะสร้างความแข็งแรง คือ การทลายมายาคติ ซึ่งเป็นเหตุผลประการสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโซ่ตรวน คือ การไปเชื่อน้ำคำของชนชั้นนำ ต้องคิดเรื่องของทุน และนายทุนให้มากขึ้น ละเอียดขึ้น มีลักษณะวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น จะต้องหาให้เจอว่าศรัตรูตัวฉกาจคืออะไร

“ข้อเสนอ 10 ข้อ พยายามชี้ให้เห็นหน้าตาของศักดินาที่กดเราไว้ ถ้าเจะเลือกปลดโซ่ตรวน ต้องระบุให้ได้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหน และจะรับมืออย่างไร หนึ่งในนั้นคือ การแก้และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะต่อให้เรายุบสภา แต่ไม่เปลี่ยนกติกาใหม่ เขาก็จะกลับมา จึงต้องเริ่มต้นด้วยการเขียนกติกาใหม่ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เป็นการรวมตัวของทุกภาพส่วนประชาสังคม ซึ่งตอนนี้มีการเสนอแนวทาง และพรรคร่วมฝ่ายค้าน วันจันทร์นี้ (17 สิงหาคม) จะยื่นญัตติ ขอแก้มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. ยกร่างใหม่ โดย ไอลอว์ ร่วมรวบรวมรายชื่อ”

“ครช.ที่ตนเป็นประธาน เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ จึงเขียนเอาไว้อย่างแน่นหนาว่า แทบจะแก้ไม่ได้ แนวทางผ่าทางตัน จึงต้องอาศัยกลไกที่พ้นไปจากที่เขียนในรัฐธรรมนูญ คือ ร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคำถามเดียว คือ ‘เห็นควรให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือไม่’ ต้องการพลัง ฉันทามติของสังคมครั้งใหญ่ ว่าเราไม่เอาอีกแล้ว กติกาที่ไม่ชอบธรรม เนื้อหาและกระบวนการที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม ต้องขอกำลังสนับสนุนจากพี่น้องแรงงาน” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่่าว