‘แกนนำประชาชนปลดแอก’ ยื่นคำขาด ยกระดับชุมนุม หากสิ้นกันยา ส.ว. ยังไม่ออกจากสภา
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เวลา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในการชุมนุมคณะประชาชนปลดแอก เมื่อเวลาประมาณ 22.20 น. นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ขึ้นปราศรัยว่า
นี่คือการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่คสช.ยึดอำนาจ การออกมาต่อสู้ครั้งนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกหลานเกิดมาในสังคมที่เหลื่อมล้ำ โดยขอยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1 . หยุดคุกคามประชาชน 2. ยุบสภา 3. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึง 2 จุดยืน คือ 1. ไม่เอารัฐประหาร 2. ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ
นายทัตเทพกล่าวว่า ตนขอขีดเส้นว่าภายในเดือนกันยายนนี้ 250 ส.ว. ต้องออกจากสภา มิเช่นนั้นจะยกระดับการชุมนุม ขอให้รัฐสภามีความกล้าหาญในจริยธรรม
จากนั้น บุคคล 31 รายตามรายชื่อที่มีหลุดออกสู่สาธารณชนว่าจะมีการออกหมายจับได้ขึ้นเวที โดยมีการประกาศว่า ขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นาทีในการออกมาชี้แจงประเด็นและข้อหาต่างๆ โดยมวลชน ลุกขึ้นยืน ตะโกน ‘ตำรวจต้องอยู่ข้างประชาชน’ กึกก้อง อย่างไรก็ตาม ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงตามที่มวลชนร้องขอแต่อย่างใด
เวลา 22.40 น. ประกาศเสร็จสิ้นชุมนุม โดยแกนนำกล่าวว่า จะส่งผู้ชุมนุมจนคนสุดท้ายออกจากพื้นที่
ทั้งนี้ แถลงการณ์คณะประชาชนปลดแอก ช่วงหนึ่ง ระบุว่า
พี่น้องประชาชนผู้รักในประชาธิปไตย เราต่างรู้ดีว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ตรงนี้ไม่ได้สนุกหรือบันเทิงจิตใจ บางคนอาจต้องเสียสละที่จะได้พักผ่อนในวันหยุดที่มีไม่กี่วันในสัปดาห์ บางคนอาจเสียโอกาสที่จะไปทำมาหากินสร้างงานสร้างรายได้ การที่เราทุกคนมาอยู่ตรงนี้เราต่างต้องเสียสละอะไรมากมาย แต่มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ประชาชนคนไทยต้องเสียหากเรายังยอมอยู่ภายใต้ความอยุติธรรมต่อไป ที่ผ่านมาเราเสียมามากพอแล้ว และเราจะไม่ยอมเสียมันอีกต่อไป ประเทศเราดีกว่านี้ได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อพวกเราที่อยู่ตรงนี้แต่เพื่อพี่น้องชาวไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศทุกคน และหากจะมีใครถูกนิยามว่า “รักชาติ”คนเหล่านั้น ควรเป็นเรา เรา ที่ออกมาต่อสู้เพื่ออนาคตของประเทศชาติอย่างแท้จริง
“หากผู้ที่มีหน้ที่บริหารประเทศทั้งหลายฟังอยู่ จงอย่าขัดขวางความเจริญของประเทศอีกต่อไป และรับฟังข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของเรา ที่ว่า 1. รัฐบาลต้อง “หยุดคุกคามประชาชน” ที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตย 2 รัฐบาลต้อง “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ที่มาจากเจตจำนงของประชาชนประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง 3.รัฐบาลต้อง “ยุบสภา” พื่อให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้แทนของตนได้อีกครั้ง”
“โดยตั้งอยู่บน 2 หลักการที่ว่า จะต้องไม่มีการรัฐประหารและการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ สิ่งที่เราเรียกร้องนั้น สามารถคิดขึ้นจริงได้ ตามกระบวนการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ข้อเรียกร้องจะขัดต่อผลประโยชน์ต่อกลุ่มคนผู้มีอำนาจ แต่หาใช่เป็นข้อเรียกร้องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่เราไม่อาจรู้ว่าเราต้องต่อสู้อีกนานแค่ไหนกว่ากว่าสิ่งที่ร้องขอจะเกิดขึ้นรู้เพียงแต่ว่า วันนี้เรมาไกลจากจุดเริ่มต้น ไกลเกินกว่าที่เราจะหยุด ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนทั้งหลาย จงยืนหยัดต่อสู้ไปด้วยกันพื้นที่ที่เรายืนอยู่ตรงนี้ มิใช่เป็นพื้นที่ของผู้กล้าหาญเพียงเท่านั้น”
“แต่เป็นพื้นที่ของ เราทุกคน ที่ศรัทธาในความยุติธรรม แม้เราจะอยู่กับความอยุติธรรมมานาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องทนอีกต่อไปแม้มันจะดูเหลือเชื่อ ก็ขอให้จงฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ เพราะนี่ คือปณิธนที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติฮรรมอันสดใส และในวันที่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

