หน้าแรก การเมือง เทพไทชี้ ข้อเ...

เทพไทชี้ ข้อเสนอม็อบปลดแอกอยู่ในกรอบ กม. เชื่อ ปชช.ตอบรับ เร่งเดินเครื่องยื่นแก้ รธน.

17.08.20 | 14:14 น.
‘เทพไท’ จ่อเสนอร่างแก้ไข รธน.แยกเป็น 3 ฉบับในที่ประชุมพรรค 18 ส.ค.นี้ เตรียมขอเสียงพรรคร่วมสนับสนุน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกเมื่อคืนวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าได้ติดตามการชุมนุมและรับฟังการปราศรัยเป็นระยะๆ พบว่ามีผู้เข้าร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย น่าชื่นชม และการปราศรัยบนเวทีก็เป็นไปด้วยความตื่นเต้นสนุกสนาน แกนนำการชุมนุมได้คัดเลือกผู้ปราศรัยมาเป็นอย่างดี ไม่มีการปราศรัยในลักษณะจาบจ้วงสถาบันแต่อย่างใด เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยทุกคนคาดหวังไว้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมได้กลับมายืนยันข้อเสนอเดิม โดยมีการเรียงลำดับเป็นข้อเสนอใหม่คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน 3.ยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน หลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ซึ่งเป็นข้อเสนอที่น่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ส่วนการประกาศจุดยืนอีก 3 ข้อคือ ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ และสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็ยังเป็นจุดยืนที่ยังอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งประชาชนทั่วไปน่าจะรับข้อเสนอทั้งหมดได้ จึงอยากให้แกนนำผู้ชุมนุมได้ควบคุมสถานการณ์การชุมนุม และเนื้อหาการปราศรัยบนเวทีชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมือนการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็สามารถนำข้อเรียกร้องไปสู่ประสบความสำเร็จได้


นายเทพไทกล่าวต่อว่า ส่วนตัวในฐานะที่เป็น ส.ส.คนหนึ่ง ก็จะทำหน้าที่ตามบทบาทและหน้าที่ของตัวเองที่มีอยู่ โดยจะผลักดันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ ซึ่งในวันที่ 18 สิงหาคม มีการประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ตนจะนำเสนอให้พรรคพิจารณาเห็นชอบในญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการแยกเสนอร่างออกเป็นแต่ละประเด็น แต่ละร่าง แต่ละฉบับ เช่น ร่างแก้ไขมาตรา 256 ร่างตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ร่างแก้ไขระบบการเลือกตั้ง เพื่อให้ ส.ส.ของพรรคจำนวน 52 คน ได้ลงชื่อในแต่ละร่าง และจะประสานงานกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เห็นด้วยกับร่างแต่ละฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอเสียงสนับสนุนลงชื่อให้ครบ จำนวน 100 คน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1) เพื่อนำไปยื่นต่อประธานรัฐสภา

“ไม่อยากให้ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญยืดเยื้ออีกต่อไป ไม่ต้องรอรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 อย่างเป็นทางการ เพราะยังเหลือเพียงการสรุปรายงานเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเพียงงานด้านธุรการเท่านั้น เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองสุกงอมมากแล้ว ก็ควรจะเร่งรีบแก้ไขให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการปลดล็อกการชุมนุมทางการเมืองในตอนนี้อีกด้วย” นายเทพไทกล่าว