‘ม.ต้น’ ขึ้นเวทีโอด ตอบข้อสอบไม่ได้ ไทยเป็น ปชต. หรือเผด็จการ แนะอย่าขู่ตัดคะแนนแค่ผูกโบขาว
เมื่อเวลา 16.30น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่สนามหญ้าหลังอาคารสิริวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม บรรยากาศการจัดกิจกรรม ‘แฟลชม็อบศาลายา ล่องเรือเพื่อเสรี (ภาพ)’ ที่จะเริ่มต้นในเวลา 18.00 น. กลุ่มภาคีศาลายา จัดตั้งเวทีขนาดใหญ่ พร้อมแสงสีเสียง โดยมีวงสามัญชนขึ้นซักซ้อมบทเพลงต่างๆที่จะแสดงในคืนนี้ อาทิ บทเพลงของสามัญชน ในขณะที่เริ่มมีนักศึกษา และประชาชนทยอยรอร่วมกิจกรรม บางส่วนนำโบสีขาวมาทำการประดิดประดอยเตรียมใช้ในกิจกรรม ในช่วงเวลาเดียวกัน มหาวิทยาลัยมหิดลออกแถลงการณ์ไม่สนับสนุนให้ใช้พื้นที่จัดแฟลชม็อบ
นางสาววัชรินทร์ภรณ์ บำรุงพืช นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ประธานร่วมภาคีศาลายา ซึ่งอยู่ในขณะยกโต๊ะและจัดเตรียมอุปกรณ์ กล่าวว่า พวกตนขอยืนยันจัดกิจกรรมต่อไป เพราะพ.ร.บ.ชุมนุม ใหญ่กว่ากฎมหาวิทยาลัย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในฐานะนักศึกษา หากมีบทลงโทษใดๆ พร้อมรับผิดทางวินัย และสะท้อนว่านักศึกษาถูกคุกคาม สำหรับนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ กลุ่มของตนไม่เคยบูลลี่ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล และอาจยังไม่มีความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้เท่านั้น

ต่อมา เวลา 17.30 น. นักศึกษา ประชาชน รวมถึงนักเรียรมัธยมทยอยเข้าร่วมงานโดยผ่านจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ล้างมือด้วยเจล กระทั่งเวลา 18.00 น. ร่วมกันยืนตรงร้องเพลงชาติโดยชู 3 นิ้ว ต่อมาเวลาประมาณ 18.15 น. ตัวแทนภาคีนักศึกษาศาลายา 2 ราย ผลัดกันอ่านแถลงการณ์ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส โดยระบุว่าเพื่อให้ได้ยินถึงองค์การสหประชาชาติ เนื้อหาโดยสรุปว่า นับแต่มีการอภิวัฒน์สยามแห่งประชาธิปไตย มีผู้บิดเบือนประวัติศาสตร์ เกิดความอยุติธรรมในสังคม คนรุ่นก่อนพยายามต่อสู้มาตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตั้งแต่คนเดือนตุลา เหตุการณ์พฤษภา 35 จนถึงคนเสื้อแดง ซึ่งต้องเสียเลือดเนื้อมากมาย
“ภาคีนักศึกษาศาลายา ขอต่อสู้เคียงข้างประชาชนทุกคน และนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ถึงเวลาที่เราต้องทวงคืนอำนาจอธิปไตยและเสรีภาพคืนมา เราจึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อสนับสนุนคณะประชาชนปลดแอก ทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ 1 . หยุดคุกคามประชาชน 2. ยุบสภา 3. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงอีก 2 จุดยืนคือ 1. ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ 2. ต่อต้านรัฐประหาร เพื่อให้ประเทศไทยปลดโซ่ตรวนเผด็จการ สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง” ตัวแทนภาคีศาลายากล่าว
จากนั้น เวลา 18.30 น. นักศึกษาผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพลเอกประยุทธ์ และฝากว่า ถ้านายกฯ ไม่หยุด ประชาชนจะช่วยให้ท่านหยุดเอง
เวลา 18.45 น. เด็กหญิงอุ้ม (สงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า วันนี้แค่การออกมาแสดงความเห็นกลับถูกคุกคาม เช่นนี้จะกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยได้อย่างไร หากเสรีจริง คงไม่มีการคุกคาม
“เคยสงสัยไหมว่าทำไมพ่อแม่ไม่อยากให้มาม็อบ นั่นเพราะเหตุการณ์เก่าๆ ประเทศเป็นเผด็จการ ในต่างประเทศ ไม่ได้มองว่าการมาม็อบเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่ควรใช้สิทธิ เสรีภาพของตัวเองได้ ในข้อสอบถามว่า ประเทศไทยปกครองแบบใด ตอบไม่ถูก ว่าประชาธิปไตยหรือเผด็จการ รัฐบาลควรพาประเทศเจริญ นายกฯ อย่าอ้างว่าพวกเราเลือกท่านมา อยากถามว่า เราเลือกท่านหรือท่านตั้งกติกามาเลือกตัวเอง ท่านต้องขอบคุณนักเรียนนักศึกษาที่ออกมาพูดปัญหาที่ท่านไม่เปิดหูฟัง” เด็กหญิงอุ้มกล่าว

