หากดูจากปรากฏการณ์ “เยาวชน/ประชาชนปลดแอก” จากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ถึงวันที่ 16 สิงหาคม
เหมือนกับภาวะปั่นป่วนวุ่นวายจะมาจากปรากฏการณ์นั้น
หากดูจากลักษณะ”อาฟเตอร์ช็อก”อันลามไหม้จากบนถนนราชดำเนินไปตามโรงเรียนต่างๆไม่ว่าในกทม. ที่เบตง ที่เชียงใหม่ ที่พระนครศรีอยุธยา ที่ขอนแก่น ศรีสะเกษ และฉะเชิงเทรา
เหมือนกับภาวะปั่นป่วนวุ่นวายจากบนถนนราชดำเนินได้แพร่กระจายไปในแต่ละโรงเรียน
เกิดบรรยากาศ”เรียกร้อง” เกิดบรรยากาศ”ประท้วง”
ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก คือ เป็นการประท้วงอันเกิดขึ้นในกลุ่มของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตามโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย
เป็นการขานรับข้อเรียกร้อง 1 หยุดคุกคาม 1 ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 1 ยุบสภามอบโอนอำนาจให้กับประชาชน
เสียงตะโกนออกไป ออกไปตรงสู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ถามว่าต่อปรากฏการณ์นี้รัฐบาลและโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารจัดการอย่างไร
เหมือนกับจะเปิดกว้าง เหมือนกับจะลอยตัว
การที่ตำรวจขอหมายจับ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การที่หลายมหาวิทยาลัยไม่ยอมเปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษา ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การที่หลายโรงเรียนออกโรงพูดถึงเหตุผลของรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และเรียกร้องนักเรียนให้เลิกชู 3 นิ้วหรือติดโบขาวประท้วง ก็เป็นเรื่องของโรงเรียน
ไม่เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงการอุดมศึกษา ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผลก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มองไม่เห็นว่าเป็นปัญหา
เมื่อท่าทีของรัฐบาล ท่าทีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงอยู่ในแบบ”ลอยตัว”ไม่ว่าเรื่องของนักเรียน นิสิตนักศึกษา ไม่ว่าเรื่องของรัฐธรรมนูญ
ต่อให้เป็น”ราษฎรอาวุโส”ระดับ นพ.ประเวศ วะสี ก็ตกอยู่ในภาวะงุนงงยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเคลื่อน”ภูเขา”ได้
ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่ารัฐสภา ก็ไม่สามารถให้”คำตอบ”
ขณะที่ขบวน”เยาวชน/ประชาชนปลดแอก”มีแต่จะขยายใหญ่โตไปทุกวินาที ทุกนาทีแห่งการเคลื่อนไหว

