“ส.ส.ก้าวไกล” ป้อง นร.-นศ. จี้โรงเรียนเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กแสดงออก ย้อนรัฐมนตรีศึกษา ถ้าวันนั้นติดริบบิ้นลายธงชาติเป็นสิทธิ วันนี้นร.ติดริบบิ้นขาวก็เป็นสิทธิโดยชอบ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมด้วยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก.ก. และนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. แถลงถีงการคุกคามนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน
โดยนายวิโรจน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาหากได้ติดตามข่าวตลอดจะพบว่ามีการคุกคามนักเรียนโดยครูถึงร้อยละ 80 จากข้อมูลของศูนย์ทนาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่กอ.รมน. ที่บุกเข้าไปที่สถานศึกษา ไม่เพียงแค่การคุกคามในโรงเรียน แต่มีการระรานถึงบ้าน เดือดร้อนไปถึงผู้ปกครอง โดยเฉพาะจากครูที่มีการใช้วาจาข่มขู่ เชิญนักเรียนเข้าไปในห้องปกครอง ขู่ว่าจะไล่ออก หนักข้อถึงลงไม้ลงมือ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลบอกว่าจะเปิดพื้นที่เสรีให้เยาวชนได้แสดงออกถึงสิทธิ และเสรีภาพ นี่คือสิ่งที่ตนกังวลมากที่สุด ทำไมตำรวจไม่เอาเวลาไปตามหากระทิงแดง แต่มาเก่งกับนักเรียน ตนบอกตรงนี้ว่า การแสดงออกของนักเรียน นักศึกษาในวันนี้ถือว่า สงบ สันติ และปราศจากอาวุธโดยแท้ และชอบธรรม เพราะเป็นการจัดกิจกรรมแสดงออกทางการเมืองในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งไม่ได้มีการคุกคาม หรือทำให้ใครเดือดร้อน
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาเอง ท่านก็เคยไปร่วมชุมนุมเป่านกหวีด ซึ่งถ้า ณ วันนั้น ท่านรัฐมนตรีรับรองว่าเป็นการแสดงสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ตนก็มองว่า การแสดงออกของนักเรียน นักศึกษาในวันนี้ เช่น การชู 3 นิ้ว ชูกระดาษเปล่า ผูกโบสีขาวนั้น มีความชอบธรรมมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ซึ่งโรงเรียน ผู้อำนวยการ และครูไม่สามารถปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียนที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ได้ เช่นเดียวกับหากท่านรัฐมนตรีจะแสดงออกบ้าง เอาริบบิ้นลายธงชาติ เอาผ้าโพกหัวลาธงชาติ หรือเอานกหวีดห้อยคอมาทำงานที่ทำเนียบท่านก็ทำได้เหมือนกับวันนี้ที่ตนก็ผูกริบบิ้นมาทำงานเช่นกัน
“วันนี้ในเมื่อท่าไม่มาตอบคำถามในสภาในประเด็นปัญหาการคุกคามเด็กเป็นล้านคน ทำให้เห็นว่ท่านไม่ให้ความสำคัญ ผมขอกล่าวหาท่านเลยว่า ท่านหนีสภา ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร ก็ให้น้องๆใช้ #เลิกเรียนไปกระทรวง เปลี่ยนริบบิ้นขาวเป็นลายธงชาติ เพราะท่านน่าจะชอบ และใช้นกหวีดเป่าให้กำลังใจท่านอย่างแซ่ซ้อง ผมหวังว่าในฐานะเสนาบดี เจ้ากระทรวงต้องหยุดคุกคามนักเรียนให้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และบังคับใช้ระเบียบที่ สพฐ. ออก อย่างแข็งขัน” นายวิโรจน์กล่าว
ด้านนายปดิพัทธ์กล่าวว่า หลายโรงเรียนที่ผลักนักเรียนให้ไปแสดงออกข้องนอกถือเป็นความอันตราย โดยเราเคยเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนมาชี้แจง ซึ่งแทบทุกโรงเรียนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะจัดพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนได้แสดงออก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม ดังนั้น เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้ออกมาปกป้องนักเรียน ทั้งยังกดดันทุกรูปแบบ ถามว่าบรรยากาศอำนาจนิยมแบบนี้ในโรงเรียนหรือ ที่กำลังทำต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอนานคต
ตนอยากเรียกร้องให้เปลี่ยนมุมคิดว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการสอนหน้าที่พลเมือง และบทบาทของประชาธิปไตยโดยการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนออกมาเรียกร้องอย่างสร้างสรรค์ และเรียนรู้เรื่องของรัฐธรรมนูญร่วมกัน
ขณะที่นายธัญญ์วารินกล่าวว่า ขอฝากถึงนายกฯที่ท่านระบุว่า ที่เด็กต้องออกมาพูดเรื่องการเมือง เพราะกลัวจะถูกบุลลี่แต่ความจริงแล้วเด็กไม่อยากพูด แต่ถูกบังคับให้ต้องแสดงความเห็นทางการเมืองนั้น ตนเห็นว่า นายกฯควรพูดถึงเด็กที่ถูกบุลลี่โดยครู และผู้บริหารสถานศึกษาที่กำลังทำอยู่ตอนนี้มากกว่า แต่นายกฯกลับไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้เลย ตนไม่เข้าใจว่าท่านจะกลัวอะไรกับโบสีขาว กระดาษเปล่า หรือการชู 3 นิ้ว ถามว่ามันผิดกฎหมายตรงไหน
ตนเห็นว่าโรงเรียนควรเป็นที่ที่ส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนมีวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสถานศึกษา ไม่ใช่เรียนรู้จากการโดนทำร้ายจากวัฒนธรรมอำนาจนิยม จึงขอฝากไปถึงนายกฯว่า ท่านควรเห็นอกเห็นใจ เห็นความเป็นมนุษย์ เห็นความเป็นประชาชนคนหนึ่งของนักเรียนในรั้วโรงเรียนด้วย เพราะการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ประเทศดี และมีอนาคตสำหรับเขา

