กมธ.กฎหมายฯ เดือดรุมซักอธิบดีกรมน้ำบาดาล เปิดชื่ออนุเรียกส่วยผ่านงบ ยันเรื่องจริง เผย ป.ป.ช.เรียกข้อมูลไปสอบแล้ว แต่ไม่ขอบอก หวั่นคดีเพิ่ม แนะไปเรียกเอกสารรายงานข้อเท็จจริงดูเอง ด้าน 2 อนุ พปชร.ร่วมเข้าฟัง เด้งเชือกเปิดชื่อ พวกซักไม่เลิก ก่อนขอประชุมลับ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้องประชุม 407 รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุม โดยได้เชิญนายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาชี้แจงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าถูกอนุ กมธ.แผนบูรณาการ 2 ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เรียกรับผลประโยชน์แลกกับการผ่านงบประมาณ พร้อมกันนี้ยังได้เชิญอนุ กมธ.แผนบูรณาการ 2 มาร่วมชี้แจงด้วย แต่ไม่มีใครเข้าชี้แจง โดยนายสิระกล่าวว่า หลังเกิดข่าวนี้ กมธ.ได้เชิญ ส.ส.ในอนุ กมธ.มาชี้แจงด้วย 5-6 คน แต่ไม่มีใครให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ทั้งที่ควรจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน คงต้องพิจารณากันว่าเพราะเหตุใด ถ้ามีเหตุผลไม่เพียงพอต้องรับผิดชอบคูณสองมากกว่าคนทั่วไป จึงขอให้อธิบดีกรมน้ำฯเล่าในรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น
จากนั้น นายศักดาชี้แจงว่า กรมน้ำบาดาลโดยตนและคณะไปชี้แจงอนุ กมธ.วันที่ 17, 21, 22 กรกฎาคม และ 5 สิงหาคม แต่เหตุที่เกิดขึ้นเกิดตอนคืนวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 19.10 น. มีคนโทรศัพท์มาหาพร้อมแนะนำตัวว่าเป็น กมธ.เพื่อของาน ขอเงินตามจำนวนที่ตนได้พูดต่อที่ประชุมอนุ กมธ.ไว้ในการประชุมวันที่ 5 สิงหาคม มีการซักถาม รายละเอียดต่างๆ ในการขุดเจาะบ่อบาดาลนานกว่า 2 ชั่วโมง ตนไม่ได้โต้เถียง แต่นั่งฟังคณะชี้แจง แต่เมื่อฟังไปฟังมาเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นเลย ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ออกไปเดินเล่น พอกลับเข้ามาห้องประชุมก็ยังอยู่ในประเด็นเดิม ดูเหมือนอนุ กมธ.บางคนไม่เข้าใจ ทั้งที่เราได้ชี้แจงในรายละเอียดไปแล้วหลายครั้ง เลยตัดสินใจพูดความจริง ตามที่เป็นข่าวเพื่อให้อนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ได้รับทราบข้อเท็จจริง
ด้าน นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.ได้สอบถามว่า ตามที่อธิบดีระบุว่าคืนวันที่ 4 สิงหาคม มีคนโทรศัพท์มาหานั้นเป็นใคร เบอร์โทรอะไร เสียงที่โทรมาเป็นอนุ กมธ.บูรณาการ 2 ใช่หรือไม่ ทำให้นายศักดาชี้แจงกลับมาว่า ข้อมูลตรงนี้ได้ส่งบันทึกให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บังคับบัญชา รวมทั้งหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบได้ขอข้อมูลไปบางส่วนแล้ว ขออนุญาตไม่บอกว่าเป็นใคร เพราะตนอาจจะถูกกล่าวหาในข้อหาหมิ่นประมาทได้ แต่มี กมธ.หลายคนได้พยายามถามให้มีการระบุชื่อ ส.ส.ที่ไปเรียกรับผลประโยชน์ มีการข่มขู่แลกกับการไม่ผ่านงบประมาณให้หรือไม่ มีคลิปเสียงหรือไม่ คนที่โทรศัพท์มาหาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง โดยมี กมธ.บางคน พยายามไกล่เกลี่ย เนื่องจากเห็นใจเพราะอาจมีผลเกี่ยวกับวินัยราชการและผลทางคดี
นายสิระจึงถามอีกว่า เรื่องนี้กระทบต่อ ส.ส.และสภา เมื่อเกิดเรื่อง 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์เป็นใครก็ยังไม่รู้ เราต้องปกป้อง ส.ส.และสภาเช่นกัน ต้องขอให้อธิบดีเปิดเผยออกมา ไม่เช่นนั้นก็อาจจะเป็นกระแสตีกลับไปยังอธิบดีได้ว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริง มีข้อมูลจริงหรือไม่ เพราะเราจะปล่อยให้ ส.ส. 2 คนที่เป็นอนุ กมธ.ยังอยู่ร่วมพิจารณางบประมาณแผ่นดิน ยังอยู่ในอนุ กมธ.ชุดนี้อีกหรือ ทำให้นายศักดาชี้แจงว่า ยืนยันว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์และข่มขู่จริง ที่ผ่านมาไม่เคยให้ข่าวกับสื่อเลย รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซต์ไทยแลนด์ พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ทุกวัน แต่ไม่เคยให้สัมภาษณ์ ขอบคุณนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็นใจและให้กำลังใจ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อมูลต่างๆ นั้นทาง ป.ป.ช.เชิญไปสอบถามแล้ว ทาง สตง.ก็ติดต่อมา เชื่อว่าหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทั้งหลาย จะตรวจสอบอย่างเร็ว
“มั่นใจข้อมูลที่ให้กับหน่วยงานตรวจสอบ ถ้าผมให้ข้อมูลเท็จ ผมก็เดือดร้อน หรือถ้าไปกุเรื่องมา ก็ไม่สมควรอยู่ในแผ่นดินไทย แต่ถ้าจะให้เปิดเทปบันทึกเสียง ทุกคนคงรู้จักกันหมด แต่ทุกคนคงพอทราบเลาๆ แล้ว คงไม่ไปไกลกว่าที่ทุกคนคิด หากได้อ่านบันทึกที่ได้นำเสนอปลัดกระทรวงทรัพย์หรือที่ส่งมายังประธานสภา ถ้าได้อ่านคงก็คงพอรู้ว่าเป็นใคร” นายศักดากล่าว
จากนั้น กมธ.ได้เริ่มซักถามนายศักดา โดยอยากให้ลงรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลในอนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับประโยชน์นั้นเป็นใคร และได้มีความพยายามขอให้ประธานประชุมลับ เพื่อที่อธิบดีจะได้ให้ข้อมูลเชิงลึก แต่นายศักดายืนยันว่า มีพยาน หลักฐาน อะไรมากกว่านี้ ในชีวิตผ่านคำพิพากษาทางศาลฎีกามาแล้ว 2 ครั้ง ในชีวิตก็ผ่านอะไรมาพอสมควร ไม่ขอเปิดเผย ทุกท่านก็รู้ เมืองไทยมักมีอะไรที่เราไม่เคยคาดคิดได้ ไม่มีมวยล้ม ถ้าล้มมวย เราหกล้มกลางทาง เราจะเดือดร้อน เชื่อว่าหน่วยงานตรวจสอบที่เข้ามาตรวจสอบ คงเชื่อมั่นในตัวตน แม้ประธาน กมธ.กฎหมายฯ อยากจะคัดคนไม่ดีให้ออกไป แต่ถ้าได้อ่านบันทึกที่ได้ส่งไปให้ผู้บังคับบัญชา คงรู้ว่าเป็นใคร แต่ที่ไม่เปิดเผย เพราะไม่อยากให้คดีหนึ่งตกเป็นโจทก์ อีกคดีตกเป็นจำเลย ซึ่งต้องเสียเวลามานั่งแก้ต่าง
ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ กับ นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะอนุ กมธ. แผนงานบูรณาการ 2 ได้เดินเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงด้วย ทำให้ประธานในที่ประชุมได้กล่าวหยอกล้อว่าใช่ 2 คนนี้หรือไม่ ทำให้นายสาธิตกล่าวว่า “ผมเป็นหนึ่งใน ส.ส.ที่อยู่ในอนุ กมธ.ชุดนี้ ได้รับฟังการชี้แจงว่าท่านโดนตบทรัพย์ ผมก็อยู่ด้วย แต่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย พอกลับไปบ้าน ชาวบ้านถามว่า มีคนไปตบทรัพย์จริงหรือไม่ ผมก็ร้อน เพราะดันอยู่อนุ กมธ.ชุดนี้ ที่บอกว่ามีการเรียกกัน 5 ล้านบาท เขาก็ต้องเหมารวมผมไปด้วยว่าได้ส่วนแบ่ง ทั้งที่ไม่ได้รู้ ไม่ได้รู้ว่า ใครไปคุยอะไรอย่างไรกับใคร”
ทำให้ กมธ.หลายคนรุมซักถามทันทีว่า ในการมาชี้แจงของอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มี ส.ส.ที่เป็นอนุ กมธ.คนใด ซักถามมากที่สุด นายสาธิตจึงตอบทันว่า ซักกันหลายคน กมธ.กฎหมายฯ ถามต่อไปว่าใคร บอกชื่อมาเลย นายสาธิตตอบกลับมาว่า “ก็ถามพอๆ กัน มีทั้งพี่ศิริพงษ์ ผม นายอนุรักษ์ และพี่มันแกว ที่ประชุม กมธ.ได้รุมซักอีกว่า “อนุรักษ์ไหน พรรคอะไร” โดยนายสาธิตได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ ก่อนที่ประชุม กมธ.ขอมติที่ประชุมเป็นการประชุมลับ เพื่อจะได้ให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงในรายละเอียดได้มากกว่านี้ จึงขอเชิญสื่อที่เข้าร่วมรับฟังออกจากห้องประชุม

