‘ครูจุ๊ย’ ชี้หยุดวัดวุฒิภาวะด้วยอายุ จี้ รมว.ศธ.แสดงความตั้งใจ ปกป้องคุกคามเด็ก

‘ครูจุ๊ย’ ชี้หยุดวัดวุฒิภาวะด้วยอายุ ยัน นร.มัธยมเคลื่อนไหวการเมืองได้ กดดัน รมว.ศธ. แสดงความตั้งใจปกป้องคุกคามเด็ก

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตรองหัวหน้าพรรค และที่ปรึกษานโยบายการศึกษาพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง การชูสามนิ้วและการผูกโบขาว ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า นักเรียนเหล่านี้มีวุฒิภาวะพอที่จะเคลื่อนไหวและแสดงออกทางการเมืองหรือไม่ ว่า ตนคิดว่าปัจจุบันจะมาวัดความพร้อมทางวุฒิภาวะด้วยการนับอายุเป็นตัวเลขไม่ได้อีกต่อไป เพราะควรวัดความพร้อมในเรื่องความรับผิดชอบและการจัดการชีวิตของตัวเองหรือไม่ เท่าที่ตนได้พูดคุยกับนักเรียนมัธยม พวกเขายังห่วงการทำการบ้านและรายงานที่ต้องส่งครู ดังนั้นตราบใดที่ยังสามารถจัดการเวลาของตัวเองได้ ตนคิดว่าพวกเขาสามารถรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปบอกว่าพวกเขาอายุน้อยหรือไม่มีวุฒิภาวะที่จะมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นั้นก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น

น.ส.กุลธิดากล่าวว่า ทั้งนี้อยากจะทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแสดงออกของนักเรียนมัธยมเหล่านี้ว่า เวลาที่นักเรียนทำกิจกรรมนอกห้องเรียน ไม่ใช่ว่าไม่เรียนรู้ หลายอย่างที่เกิดขึ้นทั้งในห้องเรียนและพื้นที่ทางสังคมต่างก็เป็นพื้นที่การเรียนรู้ของพวกเขา ดังนั้นหากจะบอกว่าต้องการทำให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และเข้าใจว่าโลกใบนี้เป็นไปอย่างไรคุณไม่สามารถเก็บพวกเขาให้อยู่แต่ในโรงเรียนได้ ห้องเรียนข้างนอกก็เป็นห้องเรียนที่พวกเขามีสิทธิอย่างเต็มที่ในการแสดงออก และก็ควรจะได้รับสิทธินั้น พื้นฐานของการจัดการชีวิตของตัวเองได้

น.ส.กุลธิดากล่าวต่อว่า ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ห้ามการชูสามนิ้วและการผูกโบขาว และตนก็ไม่ได้มองว่า การแสดงออกของนักเรียนเป็นการละเมิดระเบียบข้อใดเลย ดังนั้นจึงไม่เป็นการละเมิดระเบียบของโรงเรียนด้วย ส่วนเหตุผลที่ถูกห้ามแสดงออกของทางโรงเรียนนั้นที่บอกว่า อย่าทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง และอย่าไปยุ่งกับการเมือง ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่า ทางโรงเรียนถือคุณค่าอะไรอยู่ หากการแสดงออกอย่างสันติและสร้างสรรค์ของนักเรียน ถือเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้ในโรงเรียน โรงเรียนก็ต้องไปพิจารณาตัวเองว่า ได้ยึดถือคุณค่าของความเป็นประชาธิปไตยหรือยัง เพราะนี่คือสิ่งพื้นฐานที่สุดของระบอบประชาธิปไตยในเรื่องการแสดงออกทางความคิดอย่างสันติและสร้างสรรค์ ซึ่งโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ให้นักเรียนสามารถแสดงออกทางความคิด และครูคนมีหน้าที่รับฟังและทำความเข้าใจกับนักเรียนเหล่านี้

ส่วนอีกประเด็นที่บอกว่า โรงเรียนต้องเป็นกลางทางการเมือง และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ตนมองว่าเป็นการขัดหลักธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความแตกต่างและหลากหลาย เพราะเรามีความเห็นไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ครูหรือนักเรียนอาจจะมีความเห็นไม่เหมือนกัน สิ่งที่ต้องฝึกฝนคือการอยู่ร่วมกันอย่างอดกลั้นซึ่งกันและกัน เราต้องมีความเคารพกันอยู่บนฐานของความคิดที่ไม่จำเป็นต้องตรงกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรจะเร่งดำเนินการอย่างไร ภายหลังการจัดชุมนุมของนักเรียนจากหลากหลายโรงเรียนที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า ประเด็นหลักที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ นักเรียนถูกคุกคามภายในโรงเรียน ที่เกิดขึ้นในรูปแบบทั้งการถูกคุกคามจากครูทั้งทางร่างกาย และการข่มขู่การตัดคะแนน การที่กระทรวงออกจดหมายเตือนให้โรงเรียนทั่วประเทศห้ามคุกคามนักเรียน ตนคิดว่าไม่เพียงพอ แต่ควรเขียนแผนให้ชัดเจนว่า องคาพยพของกระทรวง แต่ละส่วนมีหน้าที่ปกป้องนักเรียนอย่างไร การที่เด็กถูกคุกคามไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้วต้นอยากเห็นกระทรวงเป็นแม่งานเพื่อบูรณาการทำงานกับทุกฝ่ายเพื่อดูแลเด็ก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ สร้างนวัตกรรมที่นอน “Bed In Box” เปิดกล่อง ตัดออก พร้อมนอน ขานรับไลฟ์สไตล์ ยุค New Normal
บทความถัดไป‘ณัฏฐพล’ พร้อมผลักดัน ‘อาชีวะ’ เป็นหลักพัฒนาประเทศ