‘ประสงค์ สุ่นศิริ’ ชี้ รธน.อำพราง ไม่รู้เครื่องมือใคร

1.08.16 | 09:27 น.

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เขียนบทความเรื่อง “รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของใคร” ในนสพ.แนวหน้า ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม มีเนื้อหาดังนี้

รัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดในการปกครองประเทศ ไม่ว่าประเทศนั้นจะมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ระบอบสังคมนิยม หรือระบอบคอมมิวนิสต์ต่างก็มีกฎมีกติกาสูงสุดที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญด้วยกันทั้งสิ้นในการปกครองบ้านเมือง

แต่แตกต่างกันที่เรื่องของเนื้อหาที่กำหนดขึ้นในรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ของแต่ละประเทศดังกล่าว ว่าเนื้อหาสำคัญในทางการเมืองการปกครองนั้น เป็นเนื้อหาที่รับใช้หรือเป็นประโยชน์กับใคร เป็นเครื่องมือของใคร ซึ่งได้อำนาจไปใช้ในการบริหารปกครองประเทศ

ในประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้น จะมีเจตนารมณ์หลักในการให้ความสำคัญคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของประชาชนพลเมือง ในขณะเดียวกันก็มีการกำหนดกรอบของหลักเกณฑ์ การแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อการควบคุม ตรวจสอบ และถ่วงดุลระหว่างฝ่ายที่ใช้อำนาจรัฐทั้งหลาย ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากการต่อสู้เรียกร้องระหว่างฝ่ายประชาชนทั่วไป กับชนชั้นผู้ปกครองในรูปแบบที่หลากหลาย

แต่ประเทศสังคมนิยมและประเทศคอมมิวนิสต์จะไม่มีอย่างนี้ เพราะเจตนารมณ์ และหลักการที่กำหนดขึ้นในรัฐธรรมนูญของตน เป็นไปเพื่อหมู่คณะที่ได้อำนาจรัฐไปใช้ดังที่เห็นอยู่ในหลายประเทศขณะนี้

Advertisement

ประเทศไทยเราเองได้ชื่อว่ามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาแปดสิบกว่าปีแล้ว หลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 มีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศมาแล้วเกือบจะเป็นฉบับที่ 20 ที่กำลังจะทำประชามติกันในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ซึ่งในรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับที่ผ่านมาแม้ฉบับร่างใหม่นี้ ก็มีคำว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” บรรจุอยู่ตลอดมาเหมือนๆ กันทุกครั้ง เป็นการยืนยันมาโดยตลอดว่า ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยอำนาจอธิปไตยนี้ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอน ไม่สามารถแบ่งแยก และไม่สามารถจำกัดได้ เป็นอำนาจของคนทุกคนในประเทศ

ประชาชนในประเทศไทยทุกคนจึงเป็นผู้ทรงสิทธิในเรื่องนี้

แม้ในทางปฏิบัติที่มีรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ตาม รัฐบาลที่ว่านี้ก็เป็นรัฐบาลที่ประชาชนมอบอำนาจให้ไปทำงานแทนเท่านั้นในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ถ้ารัฐบาลนั้นมีนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมาแล้วเป็นคนที่มีความเข้าใจดีในเรื่องอย่างนี้ นักการเมืองที่ดีเหล่านั้นย่อมเข้าใจดีว่า ตนเพียงเข้าไปทำหน้าที่แทนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงเท่านั้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และจะทำงานในหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่ประโยชน์ของตนเองหรือหมู่คณะใด

ถ้ามีหน้าที่ออกกฎหมายก็ต้องออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชนไม่ใช่ออกกฎหมายไปรับใช้หมู่คณะใด

แม้กระทั่งผู้ได้อำนาจรัฐไปใช้ด้วยวิธีการยึดอำนาจจากการทำรัฐประหาร ซึ่งไม่เป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยก็ตาม ก็ต้องเข้าใจในเรื่องอย่างนี้ด้วย จะทำอะไรหรือจะคิดอะไรให้นึกอยู่ตลอดเวลาว่า อำนาจที่ตนกำลังใช้อยู่นั้นตนเอามาจากประชาชนด้วยวิธีการที่ไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย แม้ในระยะแรกๆของการเข้ามามีอำนาจของตนจะได้รับการตอบรับด้วยดีจากประชาชน ที่อิดหนาระอาใจเต็มทนกับการบริหารบ้านเมืองของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ถูกโค่นล้มออกไปก็ตาม ต้องทบทวนตัวเองให้ดีว่าสองปีเศษที่ผ่านมาโดยเฉพาะในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังมีความรู้สึกอย่างไรกับปัญหาสำคัญๆใหญ่ๆที่พวกเขากำลังประสบอยู่ และกำลังหนักหน่วงยิ่งขึ้นในการดำรงชีวิตของพวกเขา

ต้องเปิดใจให้กว้างในการรับฟัง

โดยเฉพาะที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำประชามติกันในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ ซึ่งประชาชนหลายกลุ่มหลายพวกพากันออกมาแสดงความเห็นในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นในแง่มุมต่างๆที่ไม่เห็นด้วย หรือยื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน หรือเกิดความเข้าใจในสิ่งที่สงสัยของเนื้อหาบางอย่างในรัฐธรรมนูญที่ว่างขึ้นว่าจะเป็นอย่างไร หรือจะทำอย่างไรในกรณีที่ประชามติไม่ผ่าน

การไม่เปิดใจให้กว้างเพื่อรับฟังความเห็นต่างๆที่หลากหลายของผู้คน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริงนั้น เป็นการเพิ่มความขัดแย้งให้ขยายตัวออกไปอีก จากความขัดแย้งในเรื่องต่างๆที่มีอยู่แล้วหลายต่อหลายเรื่องในขณะนี้

อย่าดีแต่พูดฝ่ายเดียว ฝ่ายอื่นจะพูดบ้างหรือแสดงบ้างไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่คอยเล่นงาน คอยห้ามปราม แม้กระทั่งไม่อดทนต่อการยั่วยุเพื่อให้เสียบุคลิกภาพ

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำงานนั้น เป็นหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรากำลังจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อใช้เป็นกฎเป็นกติกาในการปกครองบ้านเมืองในรูปแบบของประชาธิปไตย แต่ถ้ารัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ไม่เป็นไปตามหลักการปกครองของระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่เริ่มต้น โดยการไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในความคิดความเห็นของตนแต่แรก หรือตั้งแต่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังความคิดเห็นของคนที่กำลังยกร่าง เพื่อถ่ายทอดให้ประชาชนรับรู้รับทราบมาตั้งแต่ต้น เป็นระยะๆมาโดยตลอดแล้ว ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่ประชาชนจะรับทราบย่อมขาดไป แม้กระทั่งพรรคการเมืองต่างๆ ก็เช่นเดียวกันที่ควรจะได้รับรู้รับฟังการร่างมาแต่ต้น เพื่อนำความเห็นของพวกเขาไปพิจารณาหรือแก้ไขใหม่ ถ้าความคิดเห็นดังกล่าวต่างๆเหล่านั้นเป็นไปตามหลักการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน รัฐธรรมนูญที่ร่างเสร็จย่อมเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน

ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาอำพราง ซ่อนนั้นซุกนี่ไว้ไม่ให้ใครเห็นหรือล่วงรู้เพราะไม่ได้อ่านหรือไม่ได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิดแต่ต้น จนกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างกันขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือของใครคนใดคนหนึ่งไป แทนที่จะเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน