‘จ่านิว’ ปราศรัยสนั่นแยกคอกวัว จี้รัฐตอบปม ‘อุ้มหาย’ เสื้อแดงปูเสื่อแน่นอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

22.08.20 | 19:49 น.

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ กลุ่ม ศิลปินปลดแอก จัดกิจกรรม “กวี ดนตรี ปลดแอก แหวกหา คนหาย” เพื่อร่วมรำลึกถึงผู้ที่สูญหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง ฟังเพลง และ บทกวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งเวทียื่นออกมาบริเวณด้านหน้าอนุสรณ์ 14 ตุลา ริมบาทวิถี โดยมีมวลชนเสื้อแดง และ ประชาชนส่วนหนึ่งนำเสื่อมาปูนั่ง บางส่วนยืนชมการแสดงที่หมุนเวียนขึ้นมาบนเวทีอย่างต่อเนื่อง

เวลา ประมาณ 18.45 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ขึ้นกล่าวบนเวที
โดยกล่าวถึงผู้ที่สูญหายจากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง มีใจความดังนี้

ทุกคนต้องการมีเสรีภาพในการพูด และแสดงออก เป็นหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เรามีเสรีภาพในการพูด แต่ไม่รับประกันว่าหลังจากนั้นจะมีชีวิตต่อหรือไม่  ถ้าเรายอมรับว่ามีประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่แค่ไปอ้างกับต่างชาติ ต้องเคารพการแสดงออกของประชาชนทุกคน

“ปี 2550-2563 ยังไม่มีความชัดเจน ว่าคนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่หรือไม่ ประการใด หรือท้ายที่สุด รัฐต้องการให้รู้กลายๆ ว่า อยากมีชีวิตรอด ต้องไม่เห็นต่าง ต้องก้มหัว สยบยอมเท่านั้นแล้วเราจะปลอดภัย คือแผ่นดินประชาธิปไตย แผ่นดินทองแผ่นดินไทย ที่ผู้มีอำนาจไม่มีใจรับฟังผู้เห็นต่าง ไม่มีกระทั่งร่างไร้วิญญาณ เถ้ากระดูกให้เห็น บำเพ็ญกุศล ไม่มีกระทั่งลมหายใจสุดท้ายที่คนจะรับรู้ว่า เขาหายไปอย่างไร เหล่านี้ถูกพราก และพรากจิตใจอันมีเมตตาของผู้มีอำนาจทางการเมืองไทยมาตลอด หลายกรณีไม่ได้รับความกระจ่าง เช่น กรณี ทนายสมชาย นีละไพจิตร ศาลยกฟ้อง ว่าผู้ที่จับไม่ใช่คนกระทำ เท่ากับ ถูกทรมาน บังคับให้สูญหาย ยังถูกบังคับไม่ให้ความยุติธรรมอีกต่างหาก นี่คือความอำมหิตที่ทับซ้อนมาตลอด”

Advertisement

“ในยุคนี้ ประชาชนไม่หลงกลแล้ว ความกลัวเราอาจจะมี เพราะมนุษย์ต้องการความมั่นคง ความอยู่รอด ที่คนออกมาพูดเรื่องคนสูญหาย คือจุดจี้ ว่าคนเหล่านี้หายไปได้อย่างไร ทำอย่างไรให้ไม่เกิดขึ้นอีก ทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นหลักประกันใดๆ ว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่กระทำการอุ้มหาย ทรมานประชาชน ทั้งที่รู้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มหายเกี่ยวข้องกับรัฐ ผมกล้ายืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ ตาสีตาสา ไม่มีทาง เพราะวันรุ่งขึ้นโดนจับแน่ แต่ถ้าหายไปอย่างมีเงื่อนงำ เป็นการกระทำจากคนที่มีอำนาจรัฐทั้งสิ้น”

นายสิรวิชญ์กล่าวว่า เราเรียกร้องให้ทหารเป็นรั้วปกป้องประเทศชาติ แต่ย้อนกลับมาทำร้ายประชาชนทางอ้อม ตำรวจเองก็ต้องให้ความกระจ่างในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หากให้ความกระจ่างไม่ได้ เราก็สันนิษฐานไปว่า เขาตายเพราะผู้มีอำนาจทั้งสิ้น อยากให้การผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เพราะมีเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงผมด้วย เราต้องช่วยกันส่งเสียง หากไม่มีการรับรู้ ผมคงไม่ได้มายืนพูดที่นี่

“กรณีล่าสุด วันเฉลิม แม้รัฐจะไม่ตอบอะไร เรามีหน้าที่จี้ และกดดันให้เขาบอก” นายสิรวิชญ์กล่าว