หน้าแรก การเมือง บทนำ : สภากับ...

บทนำ : สภากับเรือดำน้ำ

25.08.20 | 12:05 น.
บทนำ : สภากับเรือดำน้ำ

บทนำ : สภากับเรือดำน้ำ

กรณี คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 มีมติ 5 ต่อ 4 ผ่านงบจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมทุกแวดวงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการใช้งบประมาณไม่เหมาะสม เหตุผลที่อ้างว่าเป็นโครงการต่อเนื่อง เกี่ยวกับสัมพันธ์ไทย-จีน หรือมีไว้เพื่อสร้างความน่าเกรงขามให้เพื่อนบ้านเกรงใจ ล้วนแต่รับฟังได้ยากทั้งสิ้น โดยเฉพาะเมื่อคำนึงว่า ประเทศกำลังอยู่ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งผลจากการดิสรัปชั่นจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ และผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

พรรคฝ่ายค้านระบุว่า 7 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาล คสช. งบประมาณแผ่นดินกว่า 20 ล้านล้านบาท โฆษกพรรคเพื่อไทยชี้ว่า ถ้าไม่ซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ 22,500 ล้านบาท สามารถแจกเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน 15,000 บาท ได้เพิ่ม 1,500,000 คน หรือนำไปลงทุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้มาก ซึ่งเป็นข้อท้วงติงที่น่าคิด นอกจากนี้ รัฐพึงเข้าใจว่า ความน่าเกรงขาม น่าเกรงใจของประเทศในสังคมโลกยุคใหม่ จะต้องมาจากศักยภาพทางเศรษฐกิจ มาจากระบบการเมืองที่มีมาตรฐาน เป็นธรรม มาจากระบบที่เหลื่อมล้ำน้อยที่สุด ไม่ใช่เพราะมีกองทัพใหญ่โต มีเรือดำน้ำจำนวนมาก มีอาวุธล้ำยุคทันสมัย ขณะที่ประชาชนยากลำบาก

มีกระแสข่าวระบุว่า มีบุคคลสำคัญในรัฐบาล สั่งการให้มีการลงมติในอนุกรรมาธิการทั้งที่สามารถนำเข้าที่ประชุมใหญ่กรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน แน่นอนว่า กองทัพมีหน้าที่เสนองบประมาณนี้ ตามหน้าที่และแผนงานที่ดำเนินการมา แต่สภาผู้แทนฯ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง มีหน้าที่พิจารณา จากจุดยืนภาพรวมของประเทศ ในเรื่องนี้ กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ และสภาผู้แทนฯ จะต้องพิจารณาตัดสินใจด้วยความรับผิดชอบ ด้วยความเป็นอิสระในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยคำนึงว่า งบประมาณมาจากภาษีอากรของประชาชน ควรใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมตามสถานการณ์ และไม่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเงื่อนไขทางการเมืองต่อไปอีก