‘แอมมี่’ นักร้องดังลั่น ยอมให้ลูกสาวอยู่ในประเทศไม่มี ปชต.ไม่ได้ ชวนร้องเพลงชาติชู 3 นิ้ว
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 15.00 น. บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ สถานที่นัดหมายจัดกิจกรรม ‘เพราะทุกคนคือแกนนำ #TheNextOneMaybeYou’ ซึ่งมีกำหนดการเริ่มต้นในเวลา 15.00 น. โดยกลุ่มนักศึกษา 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ 1.กลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2.ภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 3.กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย (SCFD) และ 4.พะยอมเก๋า ของนักศึกษา ม.รังสิต
เวลา 15.10 น. นิสิตนักศึกษาร่วมกันติดตั้งฉากสีดำบนลานคนเมือง เพื่อนำงานศิลปะมีเนื้อหาต่อต้านการคุกคามประชาชนและนักเรียนที่เรียกร้องประชาธิปไตยมาจัดแสดง
เวลาประมาณ 15.40 น. ตัวแทนนักศึกษากลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย 2 ราย ไม่ประสงค์ออกชื่อ-นามสกุล ขึ้นเวทีกล่าวถึง 3 ข้อหลักที่พวกตนต้องการเน้นย้ำ ได้แก่ 1. ยืนยันหลักสิทธิมนุษชน เสรีภาพในการพูดที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน 2. ยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อได้แก่ 1) หยุดคุกคามประชาชน 2) ยุบสภา 3) ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 2 จุดยืน คือ 1) ไม่เอารัฐประหาร 2) ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ 3. ขอเป็นศูนย์กลางในการตระหนักรู้ด้านกฎหมายในอนาคต
จากนั้น มีการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโดยนิสิต นักศึกษา และประชาชน ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยในงานดังกล่าว กลุ่มเสื้อแดงต่างนำอุปกรณ์ ‘ตีนตบ’ ขึ้นมาชูและเขย่าส่งเสียงเชียร์การปราศรัยและการแสดงต่างๆ อย่างครึกครื้น
ทั้งนี้ เมื่อ เวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงชาติ โดยชู 3 นิ้ว แล้วตะโกนพร้อมกันว่า ‘เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ’
ต่อมา ในเวลาประมาณ 18.30 น. นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ขึ้นเวทีกล่าวถึงที่มาของ ‘เพลงชาติไทย’ ซึ่งมีที่มาตั้งแต่หลังอภิวัฒน์สยามใน พ.ศ.2475 จากนั้นนายไชยอมรเล่นเพลงชาติ โดยมีผู้ชุมนุมร่วมกันขับร้องพร้อมชู 3 นิ้ว ก่อนตะโกน ‘ไชโย’ และ ‘เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ’

นายไชยอมรกล่าวว่า ตนขอทวงประชารัฐให้เป็นของประชาชน หลังออกมาแสดงจุดยืน มีคนถามว่ากลัวหรือไม่ ตอบเลยว่ากลัว แต่ไม่ได้กลัวพวกเขา แต่กลัวจะไม่ได้อยู่กับลูกสาว ซึ่งตนจะไม่ยอมให้ลูกสาวอยู่ในประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตย
จากนั้น เวลา 18.45 น. ตัวแทนนิสิตนักศึกษา 4 มหาวิทยาลัยยืนกล่าวแถลงการณ์พร้อมกัน มีใจความว่า พวกตนไม่อยากให้ประเทศแย่ไปกว่านี้ จึงออกมาเคลื่อนไหว แต่ไม่ใช่แกนนำ หากแต่เป็นกระบอกเสียง ประชาชนทุกคนคือแกนนำ ต่อให้ไม่มีพวกตน คนอื่นก็ขึ้นมาได้ เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิคุกคาม ปิดกั้นเสียงประชาชน
“สืบเนื่องจากในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563 คณะประชาชนปลดแอกได้ประกาศแถลงการณ์จุดยืนประกอบด้วยหลักการเคลื่อนไหวผ่าน 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน โดย 1 ในข้อเรียกร้องสำคัญที่รัฐบาลพึงกระทำเป็นอันดับแรกคือ รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตย
ถึงอย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่คณะประชาชนปลดแอกออกแถลงการณ์จุดยืน จนถึงวันนี้ ก็ยังมีการคุกคามจากรัฐบาล มีการจับกุมดำเนินคดีเพียงเพราะพวกเราประชาชนที่หวงแหนในประชาธิปไตยต้องการใช้สิทธิและเสรีภาพตามกฎหมาย เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สนใจข้อเรียกร้องของประชาชน และยังคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย
พวกเรา กลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย (SCFD) และพะยอมเก๋า ขอเน้นย้ำให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตยตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ยิ่งคุณจับแกนนำมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะมีแกนนำเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ เพราะมันไม่ใช่เสียงของแกนนำ แกนนำแค่เป็นคนถ่ายทอดจากความรู้สึกของประชาชน ประชาชนที่ทนไม่ไหวกับอำนาจเผด็จการ หนึ่งคนล้มร้อยคนจะยืน เพราะทุกคนคือแกนนำ” นิสิตนักศึกษา 4 มหาวิทยาลัยกล่าว
จากนั้น ประกาศจบกิจกรรมในเวลาราว 19.00 น.


