09.00 INDEX: จากเรือดำน้ำ ถึงรัฐธรรมนูญ วิถีดำเนิน คนละเรื่องเดียวกัน

กรณีของ “เรือดำน้ำ” กำลังทดสอบอำนาจและบารมีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นฐานกำลังอย่างสำคัญ

ชัยชนะที่ได้มาในชั้น “อนุกรรมาธิการ” ยังมิได้เป็นปัจจัยชี้ขาดอย่างแท้จริง

ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ที่ขั้น “กรรมาธิการ”

และพลันที่มีการลงมติในชั้น “กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564” นั่นแหละ ที่แต่ละโฉมหน้าของพรรคการเมืองจะปรากฏ

ที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยนั้นเป็นความไม่เห็นด้วยในทางส่วนตัว หรือว่าเป็นความไม่เห็นด้วยในฐานะของรองหัวหน้าพรรค

หากสามารถอาศัยพลังของรองหัวหน้าพรรคให้เป็น “มติพรรค” ออกมาได้กรณีของ “เรือดำน้ำ” ก็จะต้องแปรเปลี่ยน

แปรเปลี่ยนเป็นการแขวนงบประมาณแทนที่จะเดินหน้าซื้อ

ไม่เพียงแต่กรณีของ “เรือดำน้ำ” เท่านั้น อีกกรณีหนึ่งซึ่งกำลังพิสูจน์ ทราบธาตุแท้และความเป็นจริงของแต่ละพรรคการเมืองว่ามีทิศทาง อย่างไร

นั่นก็คือ กรณีการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ”

เพียงความเห็นชอบว่าจะเสนอให้มีการเปิดประตูการแก้ไขผ่าน มาตรา 256 อาจฟังดูหะรูหะราอย่างยิ่งในทางการเมือง ไม่ว่าจะมอง ผ่านพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์

แต่ที่สำคัญมากยิ่งกว่าก็คือ รายละเอียดของการเหยียบบาทก้าวไปสู่การจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ “สสร.” นั้นเป็นอย่างไร

ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อใดที่มีการเสนอรายละเอียดอันเป็นองค์ประกอบ แห่งสสร.ออกมา เมื่อนั้นความเป็นจริงก็จะเผยแสดง

เผยแสดงว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในแบบไหน แก้ไขแบบปะผุ หรือว่าต้องการยกร่างขึ้นใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย

น่ายินดีที่โลกโซเชียลได้นำเอาแต่ละคำพูดของคนสำคัญในแต่ละพรรคการเมืองออกมาตอกย้ำ

ไม่ว่าพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย หรือประชาธิปัตย์

อย่างน้อยก็ทำให้สังคมรับรู้ว่าท่าทีต่อ “รัฐธรรมนูญ” ของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร

เมื่อท่านพูดคนจะฟัง เมื่อท่านลงมือทำคนจะเชื่อ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักลงทุนตลาดเงินชะลอ รอทิศทางตัวเลขส่งออกไทย-โควิดกลับมาระบาดในเอเชีย ดึงค่าบาทเคลื่อนไหวแคบๆ
บทความถัดไป“สุพล” อยากให้กมธ.งบฯทบทวน ซื้อเรือดำน้ำ-ผวาเติมไฟการเมือง