‘ไทบ้านสิบ่ทน’ พรึบ! อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น จี้หยุดคุกคามนักประชาธิปไตย ปราศรัยผลกระทบนโยบายรัฐ

24.08.20 | 18:54 น.

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองริม ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น กลุ่มผู้ชุมนุมจากเครือข่ายแนวร่วมประชาชนภาคอีสานเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มแนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย (นปป.) ประกอบด้วย เครือข่ายเกษตร เครือข่ายที่ดิน เครือข่ายเหมืองแร่ เครือข่ายปิโตรเลียม เครือข่ายที่อยู่อาศัย/คนจนเมือง/คนไร้บ้าน เครือข่ายผู้หญิง เครือข่าย LGBTQ เครือข่ายสิทธิพลเมือง เครือข่ายนักศีกษา อาทิเช่น กป.อพช.อีสาน กลุ่มดาวดิน สามัญชน เครือข่ายผู้บริโภคภาคอีสาน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน ขบวนการอีสานใหม่ กลุ่มสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนราษีไศล สมาคมคนทาม กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มอนุรักษ์วานรนิวาส เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กลุ่มผู้ค้าสลากจังหวัดเลย


นำโดย นายอุบล อยู่หว้า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน นางอรนุช ผลภิญโญ และนายปฏิวัติ เฉลิมชาติ รองเลขาธิการ กป.อพช.อีสาน ได้จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวนมาก ได้รวมตัวกันเพื่อชุมนุมเรียกร้อง 3 ข้อตามแนวทางการชุมนุมที่ได้กำหนดจัดการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในชื่อ “ไทบ้านสิบ่ทน คนอีสานสิปลดแอก” ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบสถานที่ของการจัดการชุมนุม เพื่อความปลอดภัย

Advertisement

กลุ่มแกนนำตั้งเวทีกลางเพื่อให้แกนนำหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมการกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรมที่ให้ผู้ชุมนุมได้แสดงความคิดเห็นด้วยการเขียนข้อความลงในผ้าขาว เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และะสะท้อนความต้องการของประชาชนสื่อถึงรัฐบาลและผู้มีอำนาจใน 3 ข้อเรียกร้องหลัก ประกอบด้วย การหยุดคุกคามประชาชน การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยุบสภา

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง แกนนำ นปป.กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีต่อเนื่องตั้งแต่ “ขอนแก่นพอกันที” วันนี้เวทีจะเป็นของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แม้แต่นโยบายที่ทางภาครัฐได้กำหนดออกมา การชุมนุมวันนี้จึงถือเป็นโอกาสที่เปิดให้ประชาชนได้ส่งสารถึงรัฐบาล ทั้งนี้โดยส่วนตัวในฐานะที่ติดตามกลุ่มขอนแก่นพอกันที จากการบริหารราชการของรัฐบาลที่มาจากเผด็จการและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันส่งผลอย่างไร จะเห็นได้จากน้องๆ นักเรียนต่างๆ แม้แต่กลุ่มเรียกร้องความเสมอภาคของเพศ กลุ่มผู้หญิงปลดแอกเป็นภาพรวมที่แสดงว่าพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างไรต่อรัฐบาล

“แนวโน้มในอนาคต เข้าใจว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีประชาชนส่วนต่างๆ มาร่วมมากขึ้น น่าจะมีประชาชนกลุ่มของข้าราชการมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มประชาชนปลดแอกหรือกลุ่มน้องนักศึกษา จะแสดงให้เห็นว่าการบริหารงานของคุณประยุทธ์ น่าจะวิกฤตและต้องพิจารณาตัวเอง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาคอยดูแลความปลอดภัย เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่มาปฏิบัติหน้าที่ไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อยากให้เข้าใจสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่เราสามารถชุมนุมกันได้ ส่วนการยั่วยุต่างๆ ไม่น่าจะมี เพราะผู้ปราศรัยทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมาย มาพูดเพื่อสะท้อนปัญหาที่ตัวเองได้รับ น่าจะมีปัญหามือที่สามมากกว่าที่เรากังวล”

นายอภิรักษ์กล่าวอีกว่า แม้แกนนำจะได้รับหมายเรียกไม่ว่าคนขอนแก่นหรือกรุงเทพฯ แต่ยืนยันจะดำเนินกิจกรรมต่อไป ขณะนี้มีหมายเรียก 2 คนซึ่งกำลังสอบถามว่าจะมีอีกกี่คน และขณะนี้ได้เตรียมทนายความจากเครือข่ายทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และเตรียมเอกสารต่างๆ หากต้องใช้ในยามจำเป็น ในการประกันตัว เพราะกิจกรรมต้องดำเนินต่อไป เพราะในลักษณะของหมายเนื้อหาเบื้องต้นที่ทราบเป็นเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โรคติดต่อ

“ในหมายเรียกมีการเรียกน้องๆ ไปในวันที่ 28 สิงหาคม หากไม่มีการเลื่อนตามหมายเรียก เราอาจจะชุมนุมกันที่หน้า สภ.เมืองขอนแก่น ขณะที่การเตรียมการประกันตัว ขณะนี้มี ส.ส.พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เสนอตัวเตรียมใช้ตำแหน่งประกันตัวแกนนำที่ถูกหมายเรียกแล้ว” นายอภิรักษ์กล่าว

นางอรนุช ผลพิญโญ คณะทำงานแกนนำ นปป. กล่าวว่า วันนี้แนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งมาจากเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย หรือโครงการของรัฐมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา เรื่องการยุบสภา ยุติการคุกคามประชาชน และแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังการเคลื่อนไหวของลูกๆ นิสิตนักศึกษา มีประมาณ 30 คนถูกดำเนินคดี มีทั้งหมายเรียกและหมายจับ จึงคิดว่าน่าจะมีข้อเรียกร้องให้ยุติการคุกคามนักเรียกร้องประชาธิปไตย โดยข้อเรียกร้องของ นปป. คือการเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา 3 ข้อ 1.ยุบสภา 2.ขอให้ยุติการคุกคามนักเรียกร้องประชาธิปไตย 3.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

“หลังการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษามีการถูกคุกคามของกฎหมาย ซึ่งไม่สมควรที่จะมีคนถูกดำเนินคดีถูกคุกคามข่มขู่ด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทุกกลุ่มที่มาในวันนี้ต่างได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐตั้งแต่ยุค คสช.เข้ามาบริหารประเทศปี 2557 ตั้งแต่นโยบายทวงคืนผืนป่านโยบายเหมืองแร่ ตรงนี้จะสอดรับกับการเรียกร้องของลูกๆ นักศึกษาที่ผ่านมาทุกกลุ่มโดยเฉพาะนโยบายทวงคืนผืนป่าทำให้พี่น้องถูกยึดที่ดินทำกิน ขณะที่ประชาชนไม่มีที่ดินทำกิน แต่ที่ดินในเขตทหารกลับมีมากมายโดยไม่มีการตรวจสอบ นโยบายทวงคืนผืนป่าทั่วประเทศภาคอีสานได้รับผลกระทบจำนวนมากถูกไล่ ถอนออกจากที่ดินทำกิน ยึดที่ทำกินเอาไปปลูกป่า กิจกรรมในวันนี้จะจัดถึง 21.00 น. โดยจะปราศรัยสลับกับการแสดงดนตรีวัฒนธรรมและมีการปราศรัยของเครือข่ายต่างๆ โดยมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเข้ามาร่วมด้วย และมีจุดให้ลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นางอรนุชกล่าว