ก้าวไกล ยัน จุดยืน แก้รธน. ต้องปิดสวิตช์ส.ว.ก่อน ไม่ควรรอให้ส.ว.ดำเนินการ ชี้ หากยังไม่ปิดสวิตช์ กลไกสืบทอดอำนาจจะแทรกแซงการเลือกนายกฯต่อไป
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยคณะส.ส.พรรคก้าวไกล ร่วมแถลงข่าวหลังจากพรรคเพื่อไทย มีมติไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคก้าวไกล ในการเตรียมล่ารายชื่อส.ส.เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่า พรรคก้าวไกล ยืนยันผลักดัน ให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลเสนอในที่ประชุมพรรคของหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้กำหนดส.ส.ร.ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด1-2 เมื่อพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นต่างออกไป พรรคก้าวไกล จึงขอถอนชื่อในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เมื่อพรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้มีการตั้งส.ส.ร. พรรคก้าวไกลจะสนับสนุนร่วมโหวตในวาระที่ 1 แต่จะขอแปรญัตติในวาระ2 เพื่อให้ส.ส.ร. โอบรัดเจตจำนงของประชาชนได้ทุกกลุ่ม ไม่มีอะไรปิดกั้นความคิด ความฝันประชาชนกลุ่มใด และสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะเป็นคนตัดสินเองผ่านกลไกลของสสร.และการลงประชามติ
นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า แม้จะมีการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้มีการตั้งส.ส.ร.ไปแล้ว พรรคก้าวไกล จะยื่นญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปิดสวิตช์ส.ว.เพราะกล่องดวงใจคณะรัฐประหาร คือ บทเฉพาะกาลที่กำหนดให้ ส.ว.250คน ที่มาจากการแต่งตั้งคสช. มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำลายเจตจำนงประชาชน ขัดต่อหลักการพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตย พรรคก้าวไกลขอเชิญชวนส.ส.ที่มาจากประชาชน เข้าชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 269-272 ในบทเฉพาะกาล เพื่อให้ทันต่อการปิดสวิตช์ส.ว.ในสมัยการประชุมนี้
การปิดสวิตช์สว.ไม่ควรให้ส.ส.ร.เป็นผู้ดำเนินการ เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยส.ส.ร. ต้องใช้เวลาเกือบ2ปี และประเด็นที่ส.ส.ร.พิจารณา ไม่ได้ยกเลิกบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ2560 แต่ต้องพิจารณาว่า ประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีส.ว.อีกหรือไม่ เราไม่อาจแน่ใจได้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา256 การตั้งส.ส.ร. จะถูกเตะถ่วงไปนานแค่ไหนอย่างไร ภายใต้สถานการณ์รัฐบาลประยุทธ์ ที่มีความชอบธรรมลดน้อยลง หากมีการเปลี่ยนแปลงการเมือง เกิดการยุบสภาฯหรือนายกรัฐมนตรีลาออก ถ้าเรายังไม่ปิดสวิตช์สว. กลไกสืบทอดอำนาจที่ฝังในบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ จะยังทำหน้าที่สืบทอดอำนาจ แทรกแซงการเลือกนายกฯต่อไป ที่ขัดต่อเจตจำนงประชาชนส่วนใหญ่ การยื่นญัตติเพื่อปิดสวิตช์สว. แม้จะต้องใช้เสียงส.ว.ช่วย 1ใน3
พรรคก้าวไกล ขอย้ำว่า กระแสสูงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ไม่ได้เกิดจากความยินยอมพร้อมใจจากรัฐบาลหรือสว. แต่เกิดจากเสียงเรียกร้องของนักศึกษา ประชาชน รวมทั้งส.ว.บางคน ยินยอมพร้อมจะยกเลิกอำนาจตัวเองในการเลือกนายกฯ เพื่อไม่ให้การเมืองไทยเดินไปสู่ทางตัน ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกิดจากพลังประชาชน เช่น รัฐธรรมนูญ2517 รัฐธรรมนูญ2540 พรรคก้าวไกลขอเชิญชวนส.ส.ที่มาจากประชาชน ขอให้เชื่อมั่นในพลัง อำนาจของประชาชน ช่วยกันเปิดประตูรัฐสภาฯ นำเจตจำนงของพวกเขา มาผลักดันเปลี่ยนผ่านนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
เมื่อถามว่าในมุมพรรคเพื่อไทยมองว่า แนวคิดของพรรคก้าวไกลที่จะทำ แทบเป็นไปไม่ได้เลย นายชัยธวัช กล่าวว่า การจะแก้ไขอะไรได้ ไม่ได้ เราเชื่อมั่นในเสียงประชาชนว่าสำคัญที่สุด ดูจากรัฐธรรมนูญ2540 ที่แม้เสียงจากสภาฯจะไม่เห็นด้วย แต่ประชาชนทั่วประเทศชูธงเขียว นำมาสู่รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ถ้าบอกว่า ถ้าส.ว.ไม่ยอมจะแก้ไขไม่ได้ เราเชื่อมั่นว่าแก้ได้ โดยเฉพาะในข้อบัญญัติที่เป็นปัญหา สำหรับการเสนอปิดสวิตช์ส.ว.รัฐธรรมนูญมาตรา 269-272 ที่เกรงว่าจะเป็นปัญหา เราเคยพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว โดยขอให้แยกเป็น3ญัตติ ญัตติ1.ยกเลิกมาตรา269 ไม่ได้ยกเลิกสว.ออกไปเลย แต่ยกเลิกสว.250คน ที่มาจากการแต่งตั้ง แล้วให้ใช้สว.ระบบปกติ ญัตติ2.ยกเลิกมาตรา270-271 ที่เกี่ยวกับกฎหมายปฏิรูปประเทศ เพื่อให้มาให้อำนาจตามทางนิติบัญญัติปกติ และญัตติ3 .ยกเลิก มาตรา272จากที่เคยพูดคุย ก็ไม่มีพรรคไหน เห็นด้วยกับมาตรา272 ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐที่ไม่ได้แสดงท่าทีออกมา แม้แต่ส.ว.บางส่วนก็ยอมได้ ในการตัดอำนาจเลือกนายกฯออกไป ถ้าเป็นอย่างนี้ ญัตติ272 ก็ทำได้ โดยไม่เกี่ยวกับ 269-270-271
เมื่อถามว่าเสียงที่ขอเสียงสนับสนุนได้กี่เสียง นายชัยธวัชกล่าวว่า วันนี้จะเริ่มขอเสียงทั้งจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ได้เสียงส.ส.98คน และหวังว่าส.ส.เพื่อไทย จะมาร่วมกับเราด้วย นายชัยธวัช กล่าวว่า กว่าญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ256 ผ่านสภาทั้ง 3วาระ และยังไม่รู้ว่าจะผ่านทั้ง สามวาระหรือไม่ และต้องนำไปสู่การลงประชามติอีก แม้ผ่าน นำไปสู่การเลือกสสร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใช้เวลาเกือบ 2ปี แต่ระหว่างนั้นหากเกิดการยุบสภาฯ นายกฯลาออก เราจะยังยอมให้สว.เลือกนายกฯหรือไม่ เมื่อพิจารณาปฏิทินการเมือง กล่องดวงใจของคสช.ที่เขาหวงแหนมากที่สุดคือ ส.ว. ไม่ใช่การตั้งส.ส.ร.ทั้งนี้ประเด็นการแก้ไขหรือยกเลิกบทเฉพาะกาล ไม่ใช่ประเด็นที่ส.ส.ร.จะไปคุยกัน เราไม่สามารถปล่อยให้ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯ เพราะการเปลี่ยนแปลงการเมืองเกิดได้เสมอ ถ้าปล่อยให้ส.ว.เลือกนายกฯอีก ถึงตอนนั้น เราคาดเดาไม่ได้นะว่า ถึงตอนนั้นความขัดแย้งการเมืองจะปะทุไประดับไหน การปิดสวิตช์ส.ว.เป็นหลักประกันว่า จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ส.ว. เห็นด้วยมากกว่าการตั้งส.ส.ร.
เมื่อถามว่าถ้าส.ว.และฝ่ายค้านไม่ร่วมด้วยจะทำอย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่า ส.ส.ร.ไม่ได้มีหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่จะไปวางโครงว่า รัฐสภาฯจะเป็นสภาฯเดี่ยวหรือ2สภาฯ และควรมีส.ว.หรือไม่ หลังจากยื่นญัตติให้มีส.ส.ร.ที่ก้าวไกลเสนอให้มีการแก้รายมาตรา คนละเรื่องกับการจัดทำใหม่ทั้งฉบับ ถ้ายื่นไปแล้วไม่ผ่านสภาฯ ส.ส.ก้าวไกล จะไปตั้งโต๊ะ เปิดเวทีทั่วประเทศ ล่ารายชื่อกับประชาชน 5หมื่นรายชื่อแล้วมาเสนอต่อรัฐสภาฯ แต่ไม่ได้หมายความว่า ส.ส.ก้าวไกล จะลาออกไปทำหน้าที่นั้น แต่วันนี้เรายังจะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดก่อน


