หน้าแรก การเมือง วุฒิภาวะ : เห...

วุฒิภาวะ : เหยี่ยวถลาลม

27.08.20 | 13:00 น.

วุฒิภาวะ : เหยี่ยวถลาลม

ในประเทศที่เจริญกว่าก็มี “บทเรียน” การเผชิญหน้าทางความคิดการเมือง แต่ประวัติศาสตร์ของเขาสอนว่า ยังมีวิธีการอื่นทางเลือกอื่นอีกมากมายโดยที่รัฐไม่ต้องใช้ความรุนแรง ไม่ต้องใช้ปืนจริงกระสุนจริงเข้าจัดการกับคนที่เห็นต่าง

สังคมไทยก็มี “บทเรียนเลือด”

เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519, พฤษภา’35, พฤษภา’53 คือประจักษ์หลักฐาน

ก่อนจะเกิดเหตุ 6 ตุลา 2519 พ.ท.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ใช้สถานีวิทยุทหารยานเกราะจัดรายการปลุกระดมมวลชนโดยใช้ “คอมมิวนิสต์” และ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” เป็นวาทกรรมทำลายผู้ชุมนุม ปลุกจนฝูงชนบ้าคลั่งพรั่งพร้อมการระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่รัฐเข้าก่อเหตุ “สังหารหมู่” ผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อาชญากรตัวจริงกับเหยื่อ ผิดกับถูก สลับข้างกัน ก่อนที่จะจบลงด้วย “นิรโทษกรรม”

Advertisement

ผู้กระทำความผิดทั้งบงการ วางแผน สั่งการและมือฆ่า ไม่เคยต้องขึ้นศาล !

ความไม่คุ้นเคยกับความเห็นที่แตกต่าง ทำให้มีบางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวเดือดดาลเห็น “คนคิดต่าง” เป็นสิ่งน่ารังเกียจ น่ารำคาญ เกลียดชังกระทั่งอยากจะ “กำจัด” ให้พ้นไปโดยเร็ว

นั่นคือที่มาของการจัดม็อบรักชาติรักสถาบันพร้อมกับใช้วาทกรรมทำลายผู้อื่นว่าไม่รักชาติ ทำลายสถาบัน

ในประเทศที่เจริญกว่าก็มีการเผชิญหน้าทางการเมือง แต่ความเจริญทางความคิดพบว่า ยังมีวิธีการอื่นทางเลือกอื่นอีกมากมายโดยที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรงไม่ต้องใช้ปืนจริงกระสุนจริงเข้าจัดการกับคนที่เห็นต่าง

ถ้าเปรียบสังคมไทยเป็น “ชีวิตหนึ่ง” ประสบการณ์อันเลวร้ายในระยะเกือบ 50 ปี ตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 มานี้ควรจะนับได้ว่ามีคุณประโยชน์ในทางที่ก่อให้เกิด “วุฒิภาวะ”

ความมีวุฒิภาวะนั้นจะเห็นได้จากความสามารถในการควบคุมตัวเองและความสามารถในการใช้ความรู้ประสบการณ์ขบคิดใคร่ครวญด้วยความแยบคายก่อนที่จะ “ตัดสินใจ” ทำอะไรลงไป

เว้นแต่โง่ถึงขนาดปราศจาก “สติ” และ “ปัญญา” จึงยังทำเรื่องโง่ๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นจึงเรียกว่า “ไม่มีวุฒิภาวะ”

ในวันที่คนรุ่นลูกหลานลุกขึ้นท้าทาย “อำนาจนิยม” กับ “ทวงคืนอนาคต” สังคมไทยมีบทเรียนเพียงพอแล้วหรือยังที่จะไม่ก่ออาชญากรรมทางการเมือง จับคนเห็นต่างขังคุก ล้อมปราบผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล !?!!