หน้าแรก การเมือง บทนำ : แนวโน้...

บทนำ : แนวโน้ม‘เรือดำน้ำ’

28.08.20 | 13:39 น.

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ได้เลื่อนการพิจารณางบประมาณ ในส่วนของ อนุ กมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ซึ่งมีงบซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 2.25 หมื่นล้านบาท ของกองทัพเรือรวมอยู่ด้วย ออกไปก่อน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ.เผยว่า อนุ กมธ.ทั้ง 8 คณะ ได้ทยอยมาชี้แจงรายงานสรุปของแต่ละคณะ ดังนั้น จึงคิดว่า คงไม่สามารถชี้แจงได้ครบทุกคณะ โดยเฉพาะเรื่องเรือดำน้ำ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และความเป็นไปได้ในทุกๆ ส่วน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และพี่น้องประชาชน ก่อนนำกลับเข้าที่ประชุม กมธ.งบประมาณคณะใหญ่เพื่อมาหาทางออกร่วมกัน

นายสันติกล่าวว่า การพิจารณางบเรือดำน้ำ จะถึงขั้นโหวตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม โดยพิจารณาจากข้อจำกัดต่างๆ แต่การจะยกเลิกการจัดซื้อเลย คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรือดำน้ำ 2 ลำนี้ผ่าน ครม. แล้วสภาก็อนุมัติมาแล้ว ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 แต่ด้วยความเสียสละของกองทัพเรือที่เห็นแก่สภาพคล่องในสถานการณ์ที่ประเทศประสบวิกฤตโควิด จึงชะลอโครงการเพื่อโอนงบประมาณงวดแรกกลับมาให้รัฐบาลใช้ในเรื่องเร่งด่วนก่อน ดังนั้นถือว่า จบไปแล้ว โดยให้เงิน และอำนาจกับกองทัพเรือไปดำเนินการแล้ว ในฐานะประธานกมธ.ต้องไปดูความเป็นไปได้ตามกฎหมายว่า จะชะลอได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ทราบว่า ในเดือนกันยายนนี้ กองทัพเรือจะต้องไปลงนามสัญญากับประเทศจีนแล้ว ดังนั้นจะเลื่อนการเซ็นสัญญาได้หรือไม่ ต้องไปศึกษาข้อกฎหมายอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะโหวตคว่ำนั้น นายสันติกล่าวว่า ไม่คว่ำหรอก จะต้องมีเหตุผลเรื่องของบ้านเมือง จะมาหักแบบไม่มีเหตุผลคงไม่ได้ เห็นชัดว่า รัฐบาลโน้มเอียงสนับสนุนให้จัดซื้อตามขั้นตอน โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า การชี้แจงของกองทัพเรือมีเหตุผล ขณะที่กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการจากพรรคฝ่ายค้านได้พยายามคัดค้านอย่างเต็มที่ ขณะที่กระแสสังคม เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน สิ่งที่รัฐบาลควรคำนึงตระหนักให้มาก คือประชาชนจะได้ประโยชน์จากการใช้งบประมาณซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำนี้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย และควรตัดสินใจ จากพื้นฐานเหตุผลนี้