09.00 INDEX อำนาจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ กระแส #ไม่เอาเรือดำน้ำ

28.08.20 | 08:38 น.

ถามว่าเหตุปัจจัย อะไรทำให้ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงต้องละล้าละลังต่อกรณีงบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ

ทั้งๆที่โครงการนี้ผ่านความเห็นชอบมาตั้งแต่งบประมาณ พ.ศ. 2563 แล้ว

ทั้งๆที่ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็แสดงความชื่นชอบต่อโครง การนี้อย่างเปิดเผย

ทั้งๆที่ในที่ประชุมระดับ”คณะอนุกรรมาธิการ”ก็ลงมติโดยการชี้ขาดของประธานให้ความเห็นชอบอนุมัติเงินงบประมาณกว่า 2.2 หมื่นล้านบาทมาแล้ว

เป็นเพราะเสียงคัดค้านอย่างแข็งขันอันมาจากคณะอนุกรรมาธิการเสียงข้างน้อยกระนั้นหรือ

Advertisement

หรือเพราะว่าการท้วงติงของกรรมาธิการพรรคประชาธิปัตย์

แต่หากประเมินจากเสียงของกรรมาธิการ 18 คนจากคณะรัฐมนตรี 30 คนจากพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่น่าจะต้องละล้าละลัง เพราะเด่นชัดว่าเหนือกว่า 24 เสียงของฝ่ายค้านอย่างแน่นอน

 

เมื่อวัดจำนวนระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านถึงแม้ 6 กรรมาธิการ จากพรรคประชาธิปัตย์จะแตกแถว ก็ไม่มีทางที่จะคว่ำโครงการเรือดำน้ำของกองทัพเรือได้อย่างเด็ดขาด

เพราะอย่างน้อยก็ยังมี 18 กรรมาธิการอันเป็นโควตาของคณะ รัฐมนตรีผนวกรวมอยู่ด้วย

นี่จึงมิได้เป็นเรื่องของ“จำนวน”ภายในคณะกรรมาธิการ

นี่จึงเด่นชัดอย่างยิ่งว่า อาการละล้าละลังของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานเข้ากับอาการละล้าละลังของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ น่าจะมาจากปัจจัยทางสังคม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยทางสังคมในห้วงหลังจากประสบผลสะเทือนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

นั่นก็สัมผัสได้จากการติด #ไม่เอาเรือดำน้ำ

 

อาการละล้าละลังของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้านหนึ่งจึงสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความหมายของกระแสของสังคมอันสำแดงผ่าน #ไม่เอาเรือดำน้ำ

อำนาจด้อยลงเชิงเปรียบเทียบกับเมื่อหลัง“รัฐประหาร”

ยิ่งผ่านเลือกตั้งอำนาจยิ่งถูกบั่นทอนจากการผงาดขึ้นของกระแสต้านในทางสังคมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เห็นได้จากการปรากฏของ #ไม่เอาเรือดำน้ำ