09.00 INDEX กลยุทธ์ซื้อเวลาของรัฐบาลผ่านกระบวนแก้รัฐธรรมนูญ
ยอมรับเถิดว่า นับแต่ “เยาวชนปลดแอก” ปรากฏขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นับแต่ “นักเรียนเลว” ปรากฏขึ้นใน วันที่ 19 สิงหาคม ณ บริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ
สภาพการณ์ทาง “ความคิด” สภาพการณ์ทาง“การเมือง”ก็เกิด การพลิกผัน แปรเปลี่ยนอย่างขนานใหญ่
ขนานใหญ่ถึงขั้นอาจเรียกว่า “โกลาหล”
มิใช่จู่ๆอยู่ๆปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” จะเกิดขึ้นเอง มิใช่จู่ๆอยู่ๆ ปรากฏการณ์ “นักเรียนเลว”จะผุดโผล่ขึ้นมาโดยไร้รากฐานและความเป็นมา
ตรงกันข้าม ย้อนยาวไปยังสถานการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2475 ย้อนยาวไปยังสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516 และที่สำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือรัฐประหาร 2 ครั้งล่าสุด
นั่นก็คือ รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 นั่นก็คือ รัฐประ หารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
มิใช่อยู่ๆจู่ๆเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” จะดังโดยอัตโนมัติ
ถามว่าปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อเดือนกรกฎาคม ปรากฏ การณ์ “นักเรียนเลว” เมื่อเดือนสิงหาคม ส่งผลสะเทือนในทางความคิด ส่งผลสะเทือนในทางการเมืองหรือไม่
คำตอบนี้สัมผัสได้จากท่าทีที่แปรเปลี่ยนไปของรัฐบาลต่อกระ บวนการที่จะจัดการกับ “รัฐธรรมนูญ”
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พิรี้พิไรอยู่กับคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแล้วเหตุใดจึงเกิดการเคลื่อนไหวใน แบบรวบรัดสบัดพลถึงกับจะเสนอแก้ไขมาตรา 256
หากมิใช่เพราะปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” หากมิใช่เพราะปรากฏการณ์ “นักเรียนเลว” แล้วจะเป็นอะไร
เพียงแต่กระบวนการของรัฐบาล ด้านหนึ่งทำท่าว่ายอมรับ แต่ในอีกด้านหนึ่งภายในท่าทีเหมือนกับจะยอมรับนั้นก็อาศัยเป็นเงื่อนไขในการเตะถ่วงและซื้อเวลา
เตะถ่วงและซื้อเวลาเหมือนกับกรณี “เรือดำน้ำ” เตะถ่วงและซื้อเวลาเหมือนกับกรณีเลือกตั้งระดับ “ท้องถิ่น”
คำถามที่ตามมาอย่างฉับพลันทันใดก็คือ ท่วงทำนองเตะถ่วงและซื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เนิ่นนานออกไปอย่างน้อยก็เกือบ 2 ปีจะประสบผลสำเร็จหรือไม่
คำตอบ 1 ขึ้นอยู่กับพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆจะรู้เท่าทันกับกลยุทธ์นี้ของรัฐบาลหรือไม่
คำตอบ 1 ขึ้นอยู่กับการยืนหยัดของนักเรียน นิสิต นักศึกษา

