‘กลุ่มรักษ์โตนสะตอ’ ประชิดทำเนียบ คัดค้านสร้างอ่างเก็บน้ำฯ ‘ไมค์ ระยอง’ สมทบ ‘โรม’ ติดตามสังเกตการณ์
จากนั้นเวลา 16.00 น. กลุ่มรักษ์โตนสะตอ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เดินเข้ามาประชิดรั้วประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐและได้รวมตัวกันนั่งประท้วงถือป้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประชันหน้าอยู่ภายในรั้วทำเนียบฯ เพื่อยืนยันที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุตติการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเนียบรัฐบาล ต้องขอกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลสน.นางเลิ้ง สน.บางโพ เป็นต้น จำนวน 2 กองสับเปลี่ยนเข้าตรึงกำลังที่บริเวณรั้วด้านหน้าประตู 1 ทำเนียบฯ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย
จากนั้นเวลาไม่นาน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ได้เดินทางมาร่วมสมทบกับผู้ชุมนุมด้วย พร้อมระบุว่า โครงการดังกล่าวควรยุติแล้วดำเนินการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)ให้เสร็จเรียบร้อยเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดินนี้ และการทำอีไอเอต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ในวันเดียวกันนี้ตนมาเพื่อให้กำลังใจและร่วมกดดันเพื่อให้รัฐบาลยุติเรื่องดังกล่าวแล้วกลับมาทบทวนโครงการเพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้หากโครงการดังกล่าวไม่ให้ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงก็ขอให้ยุติ รัฐบาลไม่ควรเอาเปรียบประชาชนไม่ควรทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นทรัพย์สินของประชาชนทุกคน ดังนั้นถ้าใครมาทำร้ายมาทำลายทรัพยากรของชาติเราทุกคนก็ต้องร่วมกันปกป้อง
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ขณะเข้าร่วมสังเกตการณ์กับกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ทราบว่าประเด็นปัญหานี้ค้างคามานานและเรื้อรังมากกว่า 5 ปีแล้วอีกทั้งมีปัญหาเรื่องการคุกคามด้วย และชาวบ้านเองก็รายงานให้ตนทราบว่าการคัดค้านดังกล่าวถึงแม้จะเป็นสิทธิของชาวบ้านที่จะแสดงจุดยืนในการที่จะคัดค้าน แต่สิ่งที่ตามมาคือการข่มขู่คุกคามชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีคนที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานราชการเข้าไปคุกคามทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ตนจึงมาสังเกตการณ์ว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นสิ่งแวดล้อมแต่มีเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญก็ยอมรับหลักการในเรื่องเหล่านี้ ตนก็อยากทราบว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะมีทั้งเรื่องการฟอร์มเอไอเอและการคอรัปชั่น ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง เราก็ไม่ควรจะยอมให้โครงการนี้ผ่านไป ดังนั้นต้องมานั่งคุยกันโดยดึงฝ่ายต่างๆ เข้ามาพูดคุย เพื่อหาทางออกและต้องยอมรับว่าหลายครั้งที่โครงการของรัฐจำนวนมากมีผลกระทบต่อชาวบ้าน และคำถามก็คือรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะรัฐบาลอาจมีข้อมูลอย่างเลยเหรอวะชาวบ้านอาจมีข้อมูลอย่างหนึ่งทำไมจึงไม่หาวิธีการที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกันเพื่อให้เกิดการริเริ่มในการแก้ปัญหา
จากนั้นเวลา 17.00 น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรมต.ประจำนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพูดคุยเจรจาทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ด้านนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายเขียนอนาคตประเทศไทย กล่าวว่า หลักการแก้ปัญหาความขัดแย้ง คือควรที่จะชะลอโครงการที่เป็นสาเหตุของความขัดแย้งออกไปเสียก่อน ซึ่งความเรียกร้องของทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็คือ ให้ชะลอโครงการออกไป โดยให้มีการตั้งคนกลาง เข้ามาทำการศึกษาข้อมูล โดยให้มีที่มาจาก 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายคัดค้าน หน่วยงานราชการ และภาควิชาการ ส่วนจะให้มีการดำเนินโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวต่อไปหรือไม่ขอให้ยึดถือข้อมูลจากคณะกรรมการชุดนี้ ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมยืนยันที่จะรอคำตอบจากนายกฯ โดยนั่งอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยไม่หวั่นว่าจะถูกตำรวจจับ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราต้องการรักษาผืนป่า และน้ำตกโตนสะตอ
จนกระทั่งเวลา 17.35 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน เดินทางมาร่วมสมทบและให้กำลังใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม และได้ถือป้ายร่วมประท้วงพร้อมกับแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเพนกวินนำป้ายมาเรียงที่รั้วทำเนียบ ได้เกิดการประทะคารมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเล็กน้อยว่า การมาห้ามไม่ให้ติดป้าย และให้เก็บแผ่นป้ายคืนนั้น กระทำภายใต้กฎหมายใด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับทางแกนนำ จึงได้เก็บป้ายคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมอ่านแถลงการณ์อยู่นั้นได้ตรงกับช่วงเวลา 18.00 น. ซึ่งทำเนียบรัฐบาลได้เปิดเพลงชาติเพื่อลดธงลงชาติลงจากเสาพอดีทำให้กลุ่มของนายเพนกวิน และไมค์ ระยองได้ยืนชู 3 นิ้วอยู่บริเวณเชิงสะพานสะพานชมัยมรุเชฐติดกับกลุ่มผู้ชุมนุมพอดี
กระทั่งเวลา 18.00 น. นายประสิทธิ์ชัย อ่านแถลงการณ์ว่า ทางกลุ่มขอปักหลักนั่งอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จนกว่ารัฐบาลจะกลับมายึดหลักการที่ถูกต้อง โดยไม่เอากระบวนการล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจที่รัฐบาลเกรงใจ แต่ถ้ารัฐบาลจะใช้จุดนี้มาล้มรัฐบาลเราก็ยินดี เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ขณะนี้เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจ ของประชาชนจังหวัดพัทลุง ดังนั้นขอประกาศต่อพี่น้องชาวพัทลุง ว่าพรุ่งนี้ (1 กันยายน) ตอนเย็นขอให้ทุกคน เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพราะสิ่งที่พวกเราสันนิษฐานไว้ คือหนังสือข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับนายสุพรเป็นกระบวนการของล็อบบี้ยิสต์ ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐบาลเกรงใจนั้น บัดนี้ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว เราจึงไม่สามารถปล่อยให้กระบวนการเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ในแผ่นดินต่อไป เพราะความไม่ชอบธรรมที่เข้ามาอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ในรอบหกปีที่ผ่านมาได้เกาะกินโกงกิน กอบโกยทรัพยากรเศรษฐกิจระบบยุติธรรมของประเทศนี้ จนประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่ไม่มีจริยธรรมต่อไปอีกแล้ว โดยน้ำมือของคณะรัฐประหาร และสืบทอดมาสู่รัฐบาลปัจจุบัน เรายินดีที่จะทำให้การเรียกร้องยุติการสร้างเขื่อนนี้ เป็นการล้มล้างความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังยืนยันว่าจะไม่ยึดหลักคลี่คลายความขัดแย้งในสากลที่ยึดถือกัน และจะต้องเกรงใจกระบวนการล็อบบี้ยิสต์ก็ไม่เป็นไร พวกเรายินดีที่จะเผชิญทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้ป่าและสายน้ำแห่งนี้ ยังคงดำรงอยู่


