เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 สิงหาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2558 กรณีชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่สถานีโทรทัศน์พีชทีวี ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สาขาลาดพร้าว ว่า พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป.พร้อมด้วย รอง ผบก.ป.ได้จัดกำลังตำรวจคอมมานโด กก.ปพ.บก.ป.และ กก.1-6 บก.ป.เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบบริเวณอาคารและสถานที่ต่างๆ ใน บก.ป.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้บริเวณด้านนอกรั้วกองบังคับการปราบปราม ได้มีกำลังตำรวจ สน.พหลโยธิน มาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และมีการตรวจสอบบุคคลและสิ่งของที่จะผ่านเข้าออกประตูทางเข้าออก บก.ป.ด้วย จากนั้นไม่นาน นายก่อแก้ว พิกุลทอง หนึ่งในแกนนำ นปช.ที่ถูกออกหมายเรียก ได้เดินทางมาถึงเป็นคนแรก พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ และทีมทนายความ รวมทั้งกองเชียร์ที่มาคอยให้กำลังใจกับแกนนำ นปช.ในวันเดียวกันนี้
นายวิญญัติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการหลังจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการโดยเข้ารับทราบข้อหาดังกล่าวกับทางพนักงานสอบสวนนั้น เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า เมื่อสอบปากคำเบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้วจะมีการคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร แต่ก็มีการประสานยืนยันจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียวแล้วปล่อยตัวไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทางกฎหมาย เพราะผู้ต้องหาทั้ง 19 คนไม่เคยหลบหนี ที่ผ่านมาในการขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนทั้ง 2 ครั้ง ก็มีเหตุในการขอเลื่อน โดยเจ้าหน้าที่รับทราบเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าได้ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่
นายวิญญัติ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาไม่เคยได้หลบหนีไปไหนและการเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันนี้ถือเป็นการดำเนินการตามหมายเรียก ตาม ป.วิอาญา แสดงให้เห็นว่าการเข้ามอบตัวไม่ใช่การจับกุมตัวได้ ดังนั้นการคุมตัวไปฝากขังจึงอาจเป็นเพียงกระแสข่าว อย่างไรก็ดี หากมีการคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังจริง ทางทีมทนายความก็เตรียมเรื่องการขอคัดค้าน และนำพยานเข้าไต่สวนคัดค้านการฝากขัง เพราะเราเห็นว่าไม่ใช่เหตุผลจำเป็นที่จะฝากขัง เนื่องจากคดีนี้ไม่ได้ความซับซ้อนอะไร ประกอบกับการให้เวลาเพียง 1 เดือนเศษๆ การดำเนินการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว
“การฝากขังไม่มีความจำเป็น แต่อย่างไรก็ดี นายตำรวจผู้ใหญ่แจ้งแล้วว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัว ก็รอคำสั่งว่าจะนัดส่งฟ้องเมื่อไหร่ หรือทางผู้ต้องหาจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรภายในกี่วัน ก็จะมีการนัดหมายกันอีกครั้งหนึ่งตามกระบวนการต่อไป” นายวิญญัติ กล่าว
ทนายความกลุ่ม นปช.กล่าวอีกว่า เราจะรับทราบข้อหาก่อน แล้วจะดูพยานหลักฐานในเบื้องต้น หากเห็นว่ายังมีประเด็นที่เราจะต้องขอความเป็นธรรม เราก็จะขอ แต่หากยังไม่มีส่วนใดเราก็จะให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง นี่คือแนวทางที่วางไว้ ส่วนสิ่งที่จะชี้แจงและเรียนไปยังประชาชนทุกท่าน คือ ห้วงเวลาที่ผ่านมา การเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ของ นปช.หรือการดำเนินการของประชาชนก็ตาม ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย นอกจากนี้มาตรา 7 ของการออกเสียงประชามติ ก็ให้สิทธิเสรีภาพในการออกเสียงของประชาชนอยู่แล้ว การเปิดศูนย์ดังกล่าว ไม่ได้เป็นการชี้นำ ไม่ได้เป็นการบอกให้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และจะชี้แจงอีกว่า การเปิดศูนย์นี้ ไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง หรือมั่วสุมเพื่อกระทำผิดใด ตามข้อกล่าวหานั้น เราต้องต่อสู้ และนำพยานหลักฐานมาหักล้าง
นายวิญญัติ กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐสมเหตุสมผลหรือไม่ ก็ต้องใช้ดุลพินิจพอสมควร ว่าการจะนำข้อกล่าวหานี้มาใช้กับสิทธิเสรีภาพของประชาชนมันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามประชาชนมากเกินไปหรือไม่ โดยผู้ถูกกล่าวหาจะมาครบทั้ง 19 คน และให้การปฏิเสธทั้งหมด ส่วนเรื่องการมอบตัวแล้วจะมีเงื่อนไขไม่ให้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถจะทำได้เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นหลักการที่ประชาชนทุกคนสามารถทำได้ จึงคิดว่าไม่น่าจะต้องมีเงื่อนไขใดๆ
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ , นพ.เหวง โตจิราการ , จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ , นายนิสิต สินธุไพร , นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ , นายยงยุทธ ติยะไพรัช , นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ , นายสงคราม เลิศกิจไพโรจน์ , นายสมหวัง อัศราศี , นายยศวริศ ชูกล่อม , นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ , นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ , นายอารี ไกรนรา , นายสมชาย ใจมุ่ง , นายศักดิ์รพี พรหมชาติ และนายพรศักดิ์ ศรีละมุล ซึ่งพร้อมใจกันใส่เสื้อยืดสีดำ ที่มีข้อความระบุว่า “สร้างประชาธิปไตย ด้วยปลายปากกา 7 สิงหา ประชาชนจงเจริญ” ได้เดินทางมาถึง บก.ป.

