‘ไพรินทร์’ยังเต็งแทน’ปรีดี’ ขณะพปชร.กั๊ก ส่ง’สันติ’ชิงขุนคลัง ชี้เป็นอำนาจ’บิ๊กตู่’

4.09.20 | 09:30 น.

‘ไพรินทร์’ยังเต็งแทน’ปรีดี’ ขณะพปชร.กั๊ก ส่ง’สันติ’ชิงขุนคลัง ชี้เป็นอำนาจ’บิ๊กตู่’

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าพร้อมขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนที่ในตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายปรีดี ดาวฉาย ลาออก ว่าเรื่องนี้ขอไม่ตอบ และตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีเรื่องของโควต้า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าคนนอกไม่กล้าเข้ามารับตำแหน่งเพราะกลัวฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะพรรค พปชร.นั้น คงเป็นข่าวมากกว่า เป็นการเข้าใจอะไรที่คลาดเคลื่อน ข่าวที่ออกไปทำให้เกิดความขัดแย้ง จริงๆ แล้วไม่มีความขัดแย้ง การที่นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องสุขภาพจริงๆ เป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าป่วยแล้วเราไม่สามารถไปป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลโดยนายกฯก็ต้องเดินหน้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อให้ประเทศของเราเดินได้ ยืนยันว่าประเทศของเราไม่ขาดคนมีฝีมือ ไม่ขาดคนเก่งแน่นอน เราไปได้แน่นอน ดังนั้น ไม่กังวลว่าคนนอกจะไม่กล้าเข้ามาทำงาน เห็นคนเก่งคนดีผ่านมาหลายคนแล้ว และเราเห็นอะไรบ้าง เห็นความสำเร็จเกิดขึ้นหรือยัง ที่เราบอกว่าเราได้เลือกมาแล้วคนเก่งคนดี ผ่านมากี่ยุคแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่า พปชร.จะไม่เสนอชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใช่หรือไม่ นายอนุชาปฏิเสธว่า ไม่ใช่พูดอย่างนั้น แต่หมายความว่าเป็นอำนาจของนายกฯ และเมื่อวันที่ 2 กันยายน ไม่ได้มีการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อเสนอชื่อนายสันติ เพราะมีการยกเลิกการประชุมไป

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีการเซ็นต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่มีกระแสข่าวระบุเป็นเหตุทำให้นายปรีดี ดาวฉาย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอลาออกจากตำแหน่งว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ไปยื่นหนังสือถึงนายปรีดี เรื่องขอให้ทบทวน ตรวจสอบ พิจารณา มีความเห็นในทุกประเด็นเกี่ยวกับร่างสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้ถูกต้อง ชัดเจน อย่างรัดกุม รอบคอบ และระมัดระวังในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม เลขรับที่ สร.กค.7676 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 63 โดยมีประเด็น ที่เป็นเรื่องที่ส่อความไม่โปร่งใส และอาจจะผิดกฎหมายหลายเรื่องด้วยกัน ดังนี้ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณา ตามมติ ครม.13 สิงหาคม 2563 คือ 1.คำสั่ง มาตรา 44 นี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้อประโยชน์เอกชน เพื่อขยายสัมปทานให้ ทั้งที่ไม่จำเป็น เพื่อหลบหลีกการประมูลในอนาคตโดยใช้ข้ออ้างการให้เอกชนแบกหนี้ค่าก่อสร้างแทน และปรับลดค่าโดยสารลง ทั้งที่รัฐมีวิธีแก้มากมายและสัมปทานก็เหลืออีกตั้ง 22 ปี (จบ 2585) 2.เป็นการหนี พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 อย่างชัดเจน หากกระทรวงมหาดไทยจะแก้ปัญหาก็ต้องทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ไปศึกษา และคัดเลือกตามขั้นตอน ไม่ใช่อ้างว่าไม่มีเอกชนรายใดสนใจในการทำ market sounding เลยใช้ มาตรา 44 ให้เจรจากับเอกชนรายเดิม แล้วถือว่าเป็นการทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนโดยอนุโลม 3.เป็นการไม่เคารพต่อสภา สภาที่มีรายงานการศึกษาแล้ว ว่าไม่เห็นด้วย แต่กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถชี้แจงได้ หากรัฐบาลอนุมัติเท่ากับขัดแย้งกับความเห็นสภา จะเป็นประเด็นที่นำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการร้องเรียน ฟ้องร้องใน ป.ป.ช. ศาลปกครอง

“ดังนั้น ผมเชื่อว่าสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้นายปรีดีลาออก เพราะเป็นนักกฎหมาย และไม่อยากทำเรื่องผิดกฎหมาย คือ การต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ออกไปอีก 40 ปี ทั้งๆ ที่เหลือเวลาในสัญญาเดิม อีก 10 ปี และใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ในการอ้างต่อสัญญา และผมทราบมาว่ามีบิ๊กในรัฐบาลมาบีบให้นายปรีดีเซ็นอนุมัติเห็นชอบให้มีการต่อขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้า”นายยุทธพงศ์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังที่ยังว่างลง ภายหลังนายปรีดี ดาวฉาย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ขณะนี้มีกระแสข่าวล่าสุดว่ามีชื่อของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบ ของการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาล จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยก่อนหน้าที่ช่วงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ 2/2 มีชื่อของนายไพรินทร์ติดโผจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วย

Advertisement