หน้า3 วิเคราะห์ : ประยุทธ์หืดอีก เฟ้นหา ‘รมว.คลัง’ ศึก ‘นอกสภา’ ระอุ

6.09.20 | 13:52 น.

ข่าวช็อกประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การยื่นใบลาออกของนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนสิงหาฯ ที่ผ่านมา

นายปรีดีชี้แจงสื่อต่างๆ ด้วยตนเองว่า ไม่มีสาเหตุอื่น นอกจากปัญหาสุขภาพ จากโรคเส้นเลือดสมองตีบ ที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว หลังเข้าทำหน้าที่สักพัก กลับกำเริบและเป็นมากขึ้น จนรู้สึกได้ว่ามีอาการมากขึ้นที่แขนและขา ทางครอบครัวเป็นห่วงว่าจะเป็นมากขึ้นไปอีก หากยังทำหน้าที่นี้ต่อไป

อดีต รมว.คลังเผยว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯเข้าใจและยินยอม

และยืนยันอย่างสุภาพบุรุษว่า ไม่มีความขัดแย้งกับนายสันติ หรือบุคคลอื่นๆ ดังที่ปรากฏเป็นข่าว ข่าวที่ออกไป ไม่แฟร์กับนายสันติและบุคคลอื่นๆ

เป็นการลาออกที่มีกระบวนการรวดเร็วมาก แต่ทิ้งอาฟเตอร์ช็อกเอาไว้จนถึงบัดนี้

Advertisement

สำหรับตำแหน่งนี้ เป็นสัดส่วนหรือ “โควต้า” ของนายกฯ

จึงเป็นหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องส่องกล้องควานหาบุคคลที่เหมาะสมโดยเร็ว

คนในวงการเมือง เชื่อว่า จะช้าหรือเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ คงหาคนมาแทนนายปรีดีจนได้

แต่ต้องยอมรับว่า การตัดสินใจลาออกของขุนคลัง ซึ่งเป็นสายตรงของนายกฯ ในรอบนี้ ส่งผลทางลบหลายประการ และสำคัญที่สุด ทำให้นายกฯ เสียเครดิตไม่น้อย

เพราะก่อนหน้านายปรีดีลาออก ปรากฏว่ามีข่าวจากกระทรวงการคลังเป็นระยะ เกี่ยวกับความขัดแย้งในการจัดทำโผโยกย้ายในกระทรวง

เกิดจากความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง รมว. กับ รมช.

จนนายกรัฐมนตรี ต้องสั่งดึงโผออกไปก่อน ในการประชุม ครม.สัญจรที่ระยอง

แม้ว่าสุดท้าย ได้มีการโยกย้ายในกระทรวงการคลัง ตามที่นายปรีดีเสนอ แต่สุดท้าย นายปรีดีก็ตัดสินใจลาออก

ทำให้เกิดข้อสงสัยการบริหารจัดการปัญหาใน ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์

สําหรับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นั้นก็ถือว่ามีสถานะไม่ธรรมดาในพรรคพลังประชารัฐ

ในการปรับโครงสร้างพรรคครั้งหลัง มีชื่อนายสันติลงชิงเลขาธิการพรรค ก่อนไปนั่งผู้อำนวยการพรรคแทน

และยังเป็นเจ้าของอาคารที่ใช้เป็นที่ทำการพรรคด้วย

ภายหลังการลาออกของนายปรีดี เมื่อผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ นายสันติได้เล่าว่านายปรีดีได้โทรศัพท์มาขอโทษที่มีข่าวออกไปกระทบต่อนายสันติ และขอบคุณที่ช่วยเหลือและร่วมมือระหว่างทำงานที่กระทรวงการคลัง

ผู้สื่อข่าวถามความพร้อมว่า พร้อมจะเป็น รมว.คลังหรือไม่ คำตอบจากนายสันติคือ พร้อม

โดยอธิบายว่าในภาวะเร่งด่วนแบบนี้ต้องมีผู้ที่รู้สถานการณ์ ทั้งของประชาชนและระบบเศรษฐกิจในประเทศและโลกว่าเป็นอย่างไร และรัฐมนตรีที่จะมาใหม่ต้องเข้าไปสนับสนุนในภาคส่วนที่พลิกวิกฤตของโควิดให้เป็นโอกาสให้ได้

ได้ทำงานกับนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง มาหนึ่งปี สิ่งที่นายอุตตมทราบตนก็ทราบ สิ่งที่นายอุตตมทำแล้วเป็นประโยชน์ให้ทุกภาคฝ่าย ตนก็ทราบ สิ่งที่เป็นจุดอ่อน ตนก็ทราบอีก ฉะนั้น ต่อไปข้างหน้าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าถ้านายกฯ ทาบทามจะไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า การทำงานให้บ้านเมืองโดยที่เดินต่อไปได้เลย ไม่ต้องศึกษางานนั้นก็ต้องอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.

เป็นท่าทีที่มีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐเอง ไม่ได้ออกมาขานรับ หรือสนับสนุนนายสันติ ที่เสนอตัวเองเข้าสู่เก้าอี้ รมว.คลัง

โดยเห็นว่า เป็นอำนาจของนายกฯ ที่จะเลือกเฟ้นขุนคลังด้วยตนเอง

ส่วนรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เข้ามาในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด รุ่นเดียวกันกับนายปรีดี คือ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เข้าทำเนียบและนั่งทำงานที่กระทรวงพลังงาน ระยะหนึ่งแล้ว

และเริ่มเปิดตัวให้สัมภาษณ์แนวทาง นโยบายต่อสื่อต่างๆ แล้ว ด้วยเนื้อหาที่ให้ความหวังว่า แม้ยังมีตัวเลขติดลบ แต่อีกหลายปัจจัยส่งสัญญาณด้านบวก

รัฐบาลจะเร่งกระตุ้นการบริโภค ปรับโครงสร้างหนี้ และดูแลการจ้างงาน ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2563

และหวังว่าปีหน้า 2564 จะเป็นห้วงเวลาของการวางแผนพัฒนาเพื่ออนาคตที่เข้มแข็ง

นายสุพัฒนพงษ์ระบุว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อก้าวข้าม และรอดไปด้วยกัน

เป็นบทบาททีมเศรษฐกิจที่น่าจะแบ่งเบาภาระให้นายกฯได้ไม่น้อย

สถานการณ์ของรัฐบาล ในเรื่องการบริหารงาน คงต้องปลุกปล้ำแก้ปัญหาผลกระทบจากโควิดกันต่อไป

เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบปากท้อง การทำมาหากินของประชาชนอย่างหนัก หากคลี่คลายหรือประคองให้ทรงตัวไม่ได้ อาจกลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดการปฏิเสธรัฐบาลอย่างแตกหักได้

ขณะที่เงื่อนไขด้านการเมือง การชุมนุมประท้วง แสดงปฏิกิริยาเรียกร้องประชาธิปไตย ของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่รุ่นเยาว์ อย่างนักเรียน นิสิตนักศึกษา ยังขยายขอบเขตไปเรื่อยๆ

แม้ว่าสภาเอง พยายามแก้ปัญหาด้วยการเร่งเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วขึ้น มีทั้งเสนอปิดสวิตช์ ส.ว.ด้วยการแก้ไขมาตรา 272 และเสนอโมเดลตั้ง ส.ส.ร.หรือสมาชิกสภายกร่างรัฐธรรมนูญ

จะมีการประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้

แต่กิจกรรมประท้วงก็ยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ และมีเนื้อหาที่พุ่งเป้าไปยังรัฐบาล

ส่วนหนึ่ง อาจเกิดจากปัญหาที่คนรุ่นใหม่ ไม่เชื่อถือ ทั้งนักการเมือง และ ส.ว.

ไม่เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสภา ที่รัฐบาลคุมอยู่หมด ทั้งสภาบน-สภาล่างจะเป็นไปได้

และถึงเวลาเข้าจริงๆ หาก ส.ว. สนับสนุนการแก้ไข พื้นที่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจไม่มีคนรุ่นใหม่อยู่ด้วย เหมือนที่ผ่านๆ มา

เงื่อนไขที่ประเทศยังไม่เป็นประชาธิปไตย ยังเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นทุกเวที

เห็นได้จากการทำกิจกรรมทางการเมือง ยังเป็นความผิดทางอาญา มีการติดตามคุกคาม และติดตามเพื่อหาจังหวะควบคุมตัว

ยังไม่ได้ให้เสรีภาพแก่ประชาชนอย่างแท้จริง

เป็น “การบ้าน” จากสถานการณ์การเมือง ที่แก้ไขไม่ได้ง่ายๆ ทำให้การเผชิญหน้าทางการเมือง มีโอกาสเกิดขึ้นตลอดเวลา

อย่างวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งเป็นวันนัดหมายชุมนุมใหญ่ครั้งสำคัญของกลุ่มเยาวชนปลดแอก – ประชาชนปลดแอก

ถ้ารัฐยังมองความเห็นต่างในเรื่องประชาธิปไตย เป็นปัญหาความมั่นคง ไม่ส่งสัญญาณให้ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. ปรับท่าทีในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ

ก็ยังไม่เห็นว่า “ทางออก” ในปัญหานี้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร