เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Panich Vikitsreth – พนิต วิกิตเศรษฐ์” เรื่อง สถานะเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน แต่ จุดยืนไม่เคยเปลี่ยน ”ขอแค่ประชาธิปไตยปกติ” โดยมีเนื้อหา ดังนี้
ย้อนไปเมื่อวันลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 (7 สิงหาคม 2559) ผมในฐานะประชาชน คิดไม่ตกกับการรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากบางมาตรตราก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักของ ”นิติรัฐ – นิติธรรม” แต่ก็มีในบางส่วนบางตอนไม่เข้าหลักการนี้ คำถามของผมคือ รัฐธรรมนูญดีพอไหม + ส.ว.ควรมีอํานาจในการเลือกนายกไหม ? ผมจึง VOTE NO ทั้งสองคำถามในการประชามติครั้งนี้.
วันนี้ 4 ปี ผ่านไป วันนี้ ทำให้ผมต้องหวนกลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งในสถานะของ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 ผมก็ยังยืนยัดจุดยืนเดิมดังที่ผมได้แถลงข่าวร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนบางส่วน “ว่าร่างรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวไม่พอต่อการแก้ไขสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน แต่ต้องแก้ไขมาตรา 272 เพิ่มเติม เพื่อลดอำนาจของ ส.ว. ในการโหวตนายกรัฐมนตรี และยับยั้งการสืบทอดอำนาจ” คำตอบของผม รัฐธรรมนูญดีไม่พอ + ส.ว.ไม่ควรมีอํานาจในการเลือกนายกอย่างแน่นอน.
สถานการณ์ในวันนั้นยุค คสช. ประชาธิปัตย์ถูกระงับบทบาททางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบและแสดงความเห็นต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ แต่ในวันนี้เราเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่มีหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการหาทางออกให้กับประเทศ ซึ่งในวันนี้ปัญหาของประเทศไทยมิใช่มีเพียงแค่ปัญหาของรัฐธรรมนูญแต่วันนี้ยังมีอีกสิ่งที่สำคัญคือปัญหา “ปากท้องของประชาชน” ที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข ผมคิดว่าเราควรถอยกันคนละก้าวเพื่อให้ประเทศเราเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงต่อไป.
สถานะเปลี่ยน – วันนั้นในฐานะประชาชน 1 ใน 70 ล้าน ส่วนวันนี้ในฐานะผู้แทน
สถานการณ์เปลี่ยน – วันนั้นที่ประชาธิปัตย์ถูกระงับบทบาททางการเมืองยุค คสช. ส่วนวันนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
คําตอบวันประชามติเป็นยังไง วันนี้ก็เหมือนเดิม
บางคนเรียกกบฏ บางคนเรียกจุดยืน
“ผมแค่อยากได้ประชาธิปไตยปกติ”
https://www.facebook.com/panichv/posts/4291693400904513

