‘ณัฏฐพล’ ชี้ นกหวีดไม่ได้ทำให้เป็นรัฐมนตรี แต่ทำให้ ‘มีคดี’ ไม่กดดันเด็กจัดม็อบ

สืบเนื่องจากกรณีที่ กลุ่มนักเรียนเลว และเครือข่ายนักเรียนแนวร่วมกว่า 50 โรงเรียน ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เดินทางมาชุมนุมด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

โดยเวลา 17.00 น. กลุ่มนักเรียนได้มีการเป่านกหวีดเรียกนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาดีเบต ซึ่งนายณัฏฐพลได้เดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้า ศธ. โดยมีตัวแทนจากกลุ่มนักเรียนเลวเจรจารูปแบบการดีเบตก่อน ซึ่งนายณัฏฐพลยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมดีเบตในเวลาต่อมา นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายณัฏฐพลได้ลงจากเวที ได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มแกนนำก่อนเดินเข้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง รวมถึงประชาชนโห่ไล่ พร้อมตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบคาย

จากนั้นนายณัฏฐพลให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้รู้สึกกดดัน เป็นบรรยากาศที่ดี เป็นการเปิดโอกาสได้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ซึ่งต้องมาวิเคราะห์ ของที่ระลึกที่ได้คือหนังสือแปดกลุ่มสาระพร้อมไม้เรียว ก็เป็นสัญลักษณ์ความอัดอั้นของนักเรียน ศธ.ต้องกลับมาดูข้อผิดพลาด

ส่วนที่คนคิดว่าเป่านกหวีดแล้วได้ดี ไม่จริง จริงๆ แล้วเป่านกหวีดแล้วถูกดำเนินคดี แต่การเป็นรัฐมนตรีได้มาจากการเลือกตั้ง อยากให้เข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสุดท้าย ผู้ร่วมชุมนุมได้เปิดแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือ และสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับนักเรียนที่ฆ่าตัวตายจากความเครียดจากระบบการศึกษา

จากนั้นผู้ร่วมชุมนุมได้ร่วมกันประกาศแถลงการณ์ โดยชู 3 นิ้ว ระบุว่า การออกมาเพื่อให้ผู้ใหญ่ฉุกคิด รับฟังข้อเรียกร้องของเรา 1.รัฐมนตรีต้องทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ให้นักเรียนถูกคุกคาม 2.ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง ออกหลักประกันให้ 3.ปฏิรูปการศึกษาภายใต้เงื่อนไข หากทำไม่ได้ต้องลาออก
จากนั้นยุติการชุมนุมในเวลา 19.00 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อว. ชู นวัตกรรมสู้วิกฤต วาระแห่งชาติ ระดมพลังสตาร์ทอัพ-ผู้ประกอบการนวัตกรรม โชว์ศักยภาพ 
บทความถัดไปรัฐศาสตร์ มสธ. จัดวงเสวนา “รัฐไทยกับการศึกษา : วิกฤตในวิกฤตโควิด?”