จ่านิวแจม ‘เชียงราย’ น.ร.ฉะ คนรุ่นเก่า ‘พังชาติ’ นศ.จี้ปม เรือดำน้ำ ‘ให้เลิก ไม่ใช่เลื่อน’

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย ศาลากลาง จ.เชียงราย หลังแรก (ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5) จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเยาวชนใน จ.เชียงราย นำโดย น.ส.สุปรียา ใจแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดกิจกรรมปราศรัย โดยมีการจัดเวทีขนาดย่อมพร้อมเครื่องเสียงและระบบไฟส่องสว่าง มีการแจกโบขาว และนำผ้าขาวไปวางไว้หน้าเวที 4-5 ผืน เพื่อให้ผู้สนใจร่วมเขียนข้อความ รวมทั้ง ยังมีการจำหน่ายเสื้อสีดำข้อความ “ให้มันจบที่รุ่นเรา” อีกด้วย

ในตอนหนึ่ง นายกฤตตฤณ (สงวนนามสกุล) กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้กำลังจะพังแล้ว เพราะใช้งบประมาณบริหารประเทศกว่า 7.4 ล้านล้านบาท และกำลังจะกู้รวมกันทั้งหมดแล้วกว่า 10 ล้านล้านบาท ซึ่งสงสัยว่าเพื่อจะนำมาซื้อเรือดำน้ำและเสียค่าโง่เหมืองทองอัคราหรือไม่ ดังนั้นจึงหมดเวลาสำหรับรัฐบาลชุดนี้ และหมดเวลาที่ประชาชนทั่วไปจะอยู่หลังนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวจนถูกดำเนินคดีไปแล้วหลายคน ส่วนข้าราชการบางหน่วยก็ไม่ควรไล่จับเยาวชนโดยให้เอาอย่างประเทศเบลารุตที่เข้าข้างประชาชน และหวังว่าการชุมนุมครั้งต่อไปจะเป็นเวทีของคนทุกหมู่เหล่า

ด้าน นายสิรวิชญ์ เสรีธวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่า วันนี้ผู้คนเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง พวกเราก็อยากให้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงแบบไม่เป็นไปโดยทันที แต่ปรากฎว่ากลับพบตรงตามสำนวนว่า“คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว” โดยนอกจากจะไม่แก้ไข ยังไล่จับคนอีก ทั้งๆ ที่แม้แต่ในรัฐบาลก็พบปัญหาเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ไม่ลงตัว แล้วยังจะมีหน้าใช้อำนาจเหมือนยุคสภาความมั่นคงแห่งชาติ คสช.มาสอนเยาวชนอีก ซึ่งบ่งบอกตัวตนของผู้มีอำนาจรัฐและชนชั้นนำได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันผู้คนยังเริ่มหมดศรัทธากระบวนการยุติธรรม โดยมีกรณีนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ระยอง ที่ถูกถอนประกันคดีเพียงแค่มาจัดเวทีปราศรัย ดังนั้น ถามว่าเราจะอยู่ภายใต้สภาพนี้หรือ และเชื่อว่าพลังประชาชนเท่านั้นจะเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ทุกคนอดทน หลังจากพลังประชาชนฝ่อลงหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 และตอนนี้กำลังก่อตัวเพื่อเป็นหนทางสู่ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ต่อไป โดยตนขอให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เพราะมนต์ขลัง คำพูดและวลีเดิมๆ ใช้ไม่ได้แล้ว

นายสิรวิชญ์กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มาจากโควต้าการเป็น กปปส. ก็ทำให้เด็กต่อว่าแล้วหลายครั้ง เพราะนักเรียน นักศึกษาทนต่อไปไม่ได้ รัฐบาลก็มีการนำเอาคนไม่เหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรีหลายคนมีเงินเดือนสูง แต่แจกประชาชนแค่รายละ 5,000 บาท มีการกู้เงินเพื่อนำมายักย้ายปันส่วน ส่วนกรณีบุตรสาวแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีการให้ทนายไปยื่นฟ้องนั้น ก็ขอท้าให้กล้า ให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส ไม่ใช่มาคุกคามประชาชน

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดนี้มีแต่เรื่องลับๆ ล่อๆ หมดยุคที่จะทำเช่นนี้ และขอให้เปลี่ยนทั้งระบบ เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะปลุกคนออกมาแบบ กปปส.ไม่ได้อีกแล้ว เพราะไม่มีประชาชนยอมถูกหลอกอีก เพราะในอดีตทหารออกมายึดอำนาจ ทุกคนก็ฝากความหวังเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น และเราจะไม่เอาแบบเหตุการณ์ปี 2535 ที่ประท้วงแล้วทำให้ทหารกลับเข้ากรมกอง แต่แล้วก็กลับออกมาอีก เพราะเราต้องการถอนรากถอนโคนเพื่อให้การรัฐประหารซ้ำซากหลายครั้งได้หมดไป โดยต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชน ไม่ใช่ตอบโจทย์ คสช.เท่านั้น

จากนั้น ผู้ใช้ชื่อว่า “ฟลอยรามคำแหง” ขึ้นกล่าวปราศรัย โดยกล่าวถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า ไม่ใช่แค่ให้เลื่อน แต่ต้องเลิกไปเลย เพราะอยูภายใต้ภาวะคนทุกข์ยาก ตกงาน แม้แต่ตำรวจก็ไม่มีสวัสดิการเสื้อผ้า รถเมล์ก็ยังคันเก่า และกำลังต่อสัญญาบีทีเอสออกไปอีกนานเท่านาน ถ้าการเมืองดีขึ้นทุกอย่างก็จะดีขึ้น รวมทั้งการเมืองท้องถิ่นด้วย ดังนั้น เราต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกการมีสมาชิกวุฒิสภา 250 คน และแก้มาตรา 219 เพื่อให้ประชาชนฟ้องร้องกลับได้ และตนไม่เห็นด้วยที่จะให้มีสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ส.ว. เพราะล้วนมาจาก คสช. และหากแก้รัฐธรรมนูญก็อยากให้องค์กรอิสระต่างๆ มาจากประชาชนโดยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นผู้คัดเลือก และเราขอคว่ำบาตรหรือแบนพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรคที่ไม่เห็นหัวประชาชนด้วย

จากนั้น ตัวแทนนักเรียนชาย ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลว่าไม่ได้ทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และกล่าวว่า คนรุ่นเก่าเป็นคนพังชาติ แต่กลับกล่าวหาคนรุ่นใหม่ว่าชังชาติ โดยมีกรณีพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรคไปเป็นตัวอย่าง และกรณีงบประมาณพัฒนาการศึกษามีมากถึง 500,000 ล้านบาท แต่ไม่ทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นและสู้ต่างประเทศได้เลย งบประมาณกว่า 63.30% กระจุกอยู่ที่กรุงเทพฯ มีการจัดระเบียบการไว้ทรงผมนักเรียนที่ไม่เหมาะสม (จากนั้นได้ให้ฟลอยรามคำแหงนำแบตตาเลี่ยนตัดผมมาโชว์การตัดผมบนเวที) และกล่าวสรุปว่า การจัดเก็บภาษีในปัจจุบันมีการรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง และการเรียนการสอนของครูอาจารย์มีการใช้เอกสารมากเกินไปทำให้นักเรียนไม่เข้าใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เอ๊ะยังไง!! ไฮโซแชมป์โชว์สลิปโอนค่ารักษา รัศมีแข แค่ 2 ชม. แล้วลบเกลี้ยง
บทความถัดไปซานโช่ เปิดใจปม ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าตัวย้ายทีม 100 ล้านปอนด์