พท.มีมติยื่นแก้ รธน.เพิ่ม 4 ญัตติ วอนพรรคร่วม รบ. ฝ่ายค้าน ส.ว.ร่วมลงชื่อ ดันเปิดประชุมวิสามัญแก้ รธน.
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค พท.อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ ร่วมแถลงกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยนายสมพงษ์ กล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 4 พรรค ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญม.256 เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ไปแล้วนั้น ต่อมาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้เสนอผลการศึกษาต่อประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. และจะมีการพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 10 ก.ย. และในวันที่ 1 ก.ย. พรรคร่วมรัฐบาลก็ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญม.256 เช่นเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ต้องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชน เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อแล้วเสร็จให้มีการยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ขณะเดียวกันก็มีข้อเรียกร้องให้ตัดอำนาจของวุฒิสภาในหลายประเด็นโดยเฉพาะในการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นกติกาที่มีแต่สร้างปัญหาให้แก่ประเทศและประชาชน รัฐบาล นายกฯ วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ ล้วนตอบสนองต่อการสืบทอดอำนาจเผด็จการ พรรคจึงเห็นว่า ส.ส.ร. ซึ่งจะมีการพิจารณาญัตติดังกล่าววันที่ 23-24 ก.ย.ในวาระที่ 1 และเพื่อเร่งรัดให้เสร็จเร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้ พรรคจึงขอเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา ร่วมลงชื่อขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งต้องการเสียงประมาณ 250 คน เนื่องจากจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 25 ก.ย. และจะเปิดอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 1 พ.ย.
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า พรรค พท.มีมติเตรียมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในอีก 4 ญัตติ ประกอบด้วย 1.การยกเลิกอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกฯ ตามม.272 โดยพรรคเสนอเพิ่มเติม ม.159 นอกจากเลือกนายกฯ จากบัญชีของพรรคการเมืองแล้ว สามารถเลือกจาก ส.ส.ได้ด้วย และได้เสนอร่างนี้เช่นเดียวกับร่างแก้ไข ม.256 ไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการฯ2.การยกเลิกอำนาจของวุฒิสภาตามม. 270 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และม.271 เกี่ยวกับการไม่เห็นชอบหรือแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายเกี่ยวกับ แก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เฉพาะเมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดหรือโทษที่เสนอโดยสภาฯ 3.การยกเลิกม. 279 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลที่ทำให้ประกาศคำสั่งและการกระทำของ คสช. อยู่เหนือกว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ
และ 4.การแก้ไขระบบเลือกตั้งด้วยการยกเลิกม.88 83 85 90 91 และ 94 โดยแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐธรรมนูญพ.ศ 2540 คือใช้บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค) ทั้งนี้ สมาชิกพรรคได้ให้ความเห็นชอบและขอเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา ร่วมกันผลักดันด้วยการร่วมเสนอญัตติและพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าร่วมกันอย่างสันติ ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอญัตติได้ภายใน วันที่ 9 ก.ย.
ด้านนายโภคิน กล่าวว่า หลายคนสงสัยว่าทำไมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ส.ส.พรรค พท.ไม่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญม.272 กับพรรคก้าวไกล เพราะก่อนหน้านั้นเราได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญม.256 ไปเพียงร่างเดียว และในเวลาต่อมาคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 ทำรายงานแล้วเสร็จ โดยไม่แตะหมวด1-2 แต่ในหมวดอื่นๆ ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่าควรแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ อำนาจสว. ระบบการเลือกตั้ง รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เช่นกัน ซึ่งหลักการก็ตรงกัน ขณะที่กลุ่มนิสิตนักศึกษาก็เรียกร้องให้มีสสร. เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่กว่าที่สสร.จะร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ใช้เวลาเป็นปี จนหลายฝ่ายมองว่าจะเป็นการต่ออายุให้พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน และเหตุที่เราต้องเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอีก4ร่างด้วย และขอเชิญชวนส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และสว. ร่วมลงชื่อด้วย เพื่อให้บ้านเมืองเดินมีทางออก และจะได้เดินไปอย่างสันติ เป็นการปกป้องระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้สภาฯของเราเดินไปได้

นายโภคินกล่าวว่า สภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 25 ก.ย. และก่อนเปิดสมัยประชุม มีเวลา 35 วัน จึงควรจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อเร่งรัดในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้เร็วขึ้น อย่างน้อยก็1-2อาทิตย์
ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม จะมีการพิจารณาวาระ2ได้ และทิ้งช่วงไป15วัน จากนั้นพิจารณาในวาระ3 ซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตามในการพิจารณา พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเสียงไม่พอ จึงขอความจริงใจจากพรรคร่วมรัฐบาลและเสียงจากสว.ด้วย เพื่อที่จะร่วมกันแก้วิกฤตประเทศ และการแก้วิกฤตครั้งนี้จะต้องไม่ใช่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือ สรรหานายกฯคนนอกเข้ามาอีก

