หน้าแรก การเมือง สภาฯถกรายงานแ...

สภาฯถกรายงานแก้รธน. “พีระพันธุ์”แจงข้อเสียรธน.ปี60 ชงปลดล็อก ห้ามส.ว.ขวางแก้รธน.

10.09.20 | 14:08 น.
สภาฯถกรายงานศึกษาแก้รธน. ด้าน”พีระพันธุ์”แจงข้อเสียรธน.ปี60 ชงรัฐสภาคานอำนาจศาลรธน.ได้ ปลดล็อกม.256 ห้ามส.ว.ขวางแก้รธน. ยกเลิก ม.272 ให้เลือกนายกฯได้เฉพาะส.ส.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลัก เกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี2560 ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ชี้แจงรายละเอียดของรายงาน มีสาระสำคัญ อาทิ การเสนอการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติให้เร็วขึ้นเป็นทุก 1-2 ปี ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ การเสนอการเลือกตั้งกลับไปเป็นบัตรเลือกตั้ง 2ใบคือ ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ โดยเห็นว่า แนวทางรัฐธรรมนูญปี2540มีความเหมาะสม และไม่เห็นด้วยให้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงให้ยกเลิกวิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญปี2560 หรือแก้ไขวิธีการคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนส.ว.นั้นควรให้มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองและศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ข้าราชการระดับสูงได้ ตลอดจนแก้ไขที่มาส.ว. ไม่ให้เลือกกันเองในกลุ่มอาชีพเดียวกัน ขณะเดียวกันเสนอให้ผู้เป็นรัฐมนตรีไม่สามารถดำรงตำแหน่งส.ส.ได้ในเวลาเดียวกัน

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้พิพากษา ควรมีระบบในลักษณะการถ่วงดุลอำนาจในระบอบประชาธิปไตยระหว่างองค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มิใช่ให้ฝ่ายตุลาการตรวจสอบกันเอง ขณะที่ฝ่ายตุลาการสามารถตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้ กมธ.เห็นว่า ฝ่ายนิติบัญญัติควรมีอำนาจตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจในคำพิพากษา คำชี้ขาดของตุลาการได้ในหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อถ่วงดุลการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญซึ่งกันและกัน รวมถึงมีบัญญัติให้ผู้พิพากษา ตุลาการ สามารถถูกกล่าวหาต่อป.ป.ช.กรณีใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบได้ ส่วนหมวดศาลรัฐธรรมนูญนั้น ควรให้รัฐสภาที่เป็นตัวแทนประชาชนมีอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญได้ในบางกรณีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขณะเดียวกันควรกำหนดกรอบการใช้ดุลยพินิจและอำนาจขององค์กรอิสระให้เหมาะสมมากขึ้น และกรรมการองค์กรอิสระไม่ควรดำรงตำแหน่งนานเกินไป

“ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 นั้น เสียงส่วนใหญ่ของกมธ.เห็นว่า ควรยกเลิกเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงส.ว.เห็นชอบ 1 ใน3 เป็นการใช้เสียงข้างมากของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญปี2540และ2550 โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)จากประชาชนมายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด1และ2 และจัดให้มีการออกเสียง ประชามติ หลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว”นายพีระพันธุ์กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องปฏิรูปประเทศนั้น ควรนำออกจากรัฐธรรมนูญไปเลย เพราะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศล่าช้า แต่ควรกำหนดให้การปฏิรูปประเทศไปอยู่ในกฎหมายรองๆลงไป ส่วนยุทธศาสตร์ชาติควรปรับปรุงให้แก้ไขได้ภายในระยะเวลา 2 ปี และให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

Advertisement

ส่วนบทเฉพาะกาล มาตรา269 เรื่องที่มาส.ว.นั้น มีความเห็น 2 แนวทางคือ 1.ยกเลิกวุฒิสภาที่มาจากบทเฉพาะกาลตามมาตรา 269 และ2.วุฒิสภาชุดปัจจุบันให้ทำหน้าที่ต่อไปจนครบ 5 ปี แต่อาจปรับบทบาทหน้าที่ เช่นเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การปฏิรูปประเทศ และมาตรา 272 เรื่องการให้ส.ว.มีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เสียงส่วนใหญ่เห็นสมควรให้ยกเลิกมาตรา 272 โดยให้การเลือกนายกฯทำได้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎรเหมือนในอดีต ขณะที่มาตรา 279 นั้น กมธ.มีความเห็นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ควรยกเลิกเพราะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประกาศ คำสั่งของคณะปฏิวัติได้ อีกความเห็นคือ ไม่ควรแก้ไข เพราะกังวลว่าจะมีผลกระทบทางกฎหมาย และหากคำสั่งหรือประกาศใดที่ควรยกเลิกควรใช้กลไกของรัฐสภาออกเป็นพระราชบัญญัติ