วันที่ 2 สิงหาคม เมื่อเวลา 15.48 น. เครื่องบินคาซ่า CN 35 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.บุญรักษ์ คำประพันธ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ารับตัวผู้ต้องหาคดีจดหมายบิดเบือนร่าง รธน. จำนวน 11 คน ประกอบด้วย 1.นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ 2.นายคเชน เจียกขจร นายกเทศบาลตำบลช้างเผือก 3.น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย และรองนายก อบจ.เชียงใหม่ 4.ทันตแพทย์ (ญ.) ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ น้องสาว น.ส.ทัศนีย์ 5.นายอติพงษ์ คำมูล เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลช้างเผือก 6.นายไพรัช ใหม่ชมภู รองนายก อบจ.เชียงใหม่ 7.น.ส.เอมอร ดับโศรก 8.นางสุภาวดี งามเมือง 9.นายกฤตกร ไพทะยะ คนขับรถผู้บริหารเทศบาลช้างเผือก 10.นางกอบกาญจน์ สุคีตา และ 11.นายวิศรุต คุณะนิติสาร โดยมี พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จวเชียงใหม่ และพนักงานสอบสวนคุมตัวทั้งหมดเดินทางมาด้วยตนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถตู้ตำรวจจำนวน 3 คัน เข้าไปรับตัวผู้ต้องหาถึงลานจอดเครื่องบิน โดยใช้เวลานานกว่า 10 นาที ซึ่งในระหว่างนั้นนายบุญเลิศ ซึ่งเดินลงเครื่องมาเป็นคนแรกได้เข้าทักทายและพูดคุยกับ พล.ต.โกศล และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่ทั้งหมดซึ่งมีสภาพค่อนข้างอิดโรยจะถูกคุมตัวไปสอบสวน ณ อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
ส่วนของอาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวนฯ มีการจัดห้องสอบปากคำไว้หลายห้อง รวมทั้งห้องพักสำรอง เนื่องจากคาดว่าจะต้องใช้เวลา 2 วัน หรือ 48 ชั่วโมง ในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ในขณะที่บริเวณหน้าอาคารมีการนำเชือกมากันเป็นเหตุหวงห้าม และจัดกำลังคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือ จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 5 คุ้มกันอย่างแน่นหนา โดยมีญาติพี่น้องของผู้ต้องหาจำนวนมากมารอพบและขอเข้าเยี่ยม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมแต่ขอให้ลงรายชื่อไว้ก่อน
พล.ต.ต.มนตรีเปิดเผยว่า เมื่อทางทหารนำตัวบุคคลดังกล่าวมามอบตัวให้กับตำรวจกองปราบปราม และได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้อำนวยการการคุมตัวเดินทางมาดำเนินคดีที่เชียงใหม่ ซึ่งมีการตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนไว้แล้วเพื่อดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว คือในชั้นสอบสวนคงต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำ วันนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ทั้ง 11 คน ได้ทราบ และเป็นเรื่องของการสอบสวนให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนผลัดฟ้องฝากขังต่อศาลทหารเพื่อนำไปควบคุมตัวในทัณฑสถานต่อไป

“เราก็มีเหตุผลของเราในการคัดค้านการประกันตัว แต่ยืนยันว่าไม่ห่วงแม้จะเป็นนักการเมือง เราทำตามปกติและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ผู้ต้องหาบางคนก็ให้การภาคเสธ คือ รับว่าจัดทำในเรื่องจดหมายดังกล่าวขึ้นมาจริง ส่วนปฏิเสธว่าจดหมายดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งในส่วนของการสอบสวนยังคงเหลือในการตรวจพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ และหลายๆ เรื่อง ซึ่งมีการสอบปากคำไปแล้วมากว่า 50 ปาก ส่วนจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมหรือไม่ขอเวลา พร้อมทั้งมีการหาข่าวและเตรียมการป้องกันปัญหามวลชนที่อาจจะออกมาเคลื่อนไหว” พล.ต.ต.มนตรีกล่าว
ด้าน พล.ต.โกศลกล่าวเสริมว่า จากนี้ไปทั้ง 11 คน จะอยู่ในความควบคุมของพนักงานสอบสวนไม่เกิน 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะใช้อำนาจศาลทหาร ให้ฝากขังได้ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมแล้วไม่เกิน 84 วัน คือ 7 ครั้ง ต้องดำเนินคดีให้เสร็จเรียบร้อย ส่วนการให้ประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนและศาลอีกครั้งหนึ่ง หากไม่มีการให้ประกันทั้ง 11 คน หากเป็นชายจะแยกไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ที่อำเภอแม่แตง ส่วนสุภาพสตรีจะอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ การดำเนินการโดยศาลทหารก็มีการอุทธรณ์ และฎีกาได้ตามปกติ ไม่ใช่ว่าชั้นเดียวจบเลย

ขณะที่นายปวิณกล่าวว่า กรณีข้าราชการท้องถิ่นตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการสอบสวนผู้บริหารและรองผู้บริหารท้องถิ่นปี 2554 ตนต้องสั่งตั้งกรรมการสอบสวนว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ และนำเสนอรัฐมนนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด เพื่อพิจารณาต่อไป ระยะเวลาแรกคือการรวบรวมข้อมูล ส่วนฝ่ายตำรวจก็แจ้งข้อหาเพื่อให้เขาแก้ตัวตามระเบียบก่อน คาดว่าตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 120 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งกรรมการสอบไปแล้วครั้งหนึ่ง และพบว่ามีมูล
ทั้งนี้ รายงานระบุว่าในส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับยังคงเหลือนายเทวรัตน์ อินต้า คนขับรถผู้บริหารเทศบาลช้างเผือก อีกหนึ่งคนที่ยังไม่เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน

