หน้าแรก การเมือง ประมวลบรรยากา...

ประมวลบรรยากาศงานดีเบตร่างรธน.ทั่วไทย ร่วมแลกเปลี่ยนทั้งเปิดกว้าง-จำกัดเผยแพร่

3.08.16 | 12:40 น.

วันที่ 3 สิงหาคม การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งใกล้เข้ามาทุกที หลายจังหวัดต่างเปิดเวทีร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเปิดให้ลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ โดยเริ่มที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ห้องสังขละบุรี โรงแรมริเวอร์แคว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ และประเด็นคำถามเพิ่มเติม” ซึ่งเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นในระดับจังหวัดทั้งฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบ และเพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ รวมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียง โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีการแสดงความคิดเห็นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ประชาชน นักวิชาการ นักศึกษา และสื่อมวลชน จำนวน 400 คน

201608031107043-20021028190440

ต่อกันที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อเวลา 09.39 น. ที่ห้องประชุมพิชัยราชภัฎ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดการจัดเวทีเพื่อให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติและประเด็นคำถามเพิ่มเติม โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ รอดพึ่งครุฑ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.อุตรดิตถ์ นายวิเชียร ทรงศรี รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.) อุตรดิตถ์เขต 1 นายพิสิฐ วงศ์ทอง NGO นายวิเชียร แสงวิวัฒน์เจริญ ประธานหอการค้า จ.อุตรดิตถ์ และ นายเจษฎา มิ่งฉาย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมรับฟังซึ่งเป็นตัวแทนจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้า ประชาชน และนักเรียน นักศึกษา ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกว่า 1,000 คน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งจากตำรวจภูธร (ภ.จว.) อุตรดิตถ์ และ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ทั้งในและนอกเครื่องแบบมากกว่า 50 นาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ กกต.อุตรดิตถ์ ได้แจ้งสื่อมวลชนให้ออกนอกห้องโดยไม่อนุญาตให้เก็บภาพและบันทึกเสียง

201608031155372-20150518130435

ส่วนจังหวัดสตูล ที่หอประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ  80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล   กกต.จังหวัดสตูล จัดเวทีแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทุกคนได้แสดงออกถึงความคิดเห็นที่แตกต่าง ให้ทุกคนยอมรับว่านี่เป็นเวทีของประชาชนที่ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความคิดเห็นในมุมมองต่างๆ ได้อย่างเสรี โดยได้เชิญตัวแทนฝ่ายการเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับร่างฯในครั้งนี้มาร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเวที ซึ่งได้รับความสนใจพอสมควร ท่ามกลางการรักษาความสงบ ของเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลความเรียบร้อยอย่างแน่นหนา โดยนายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผู้ตรวจการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบ พื้นที่เขตตรวจการ 7 จว.ภาคใต้ ยอมรับว่า เวทีครั้งนี้จะเป็นการเปิดให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ว่ามีความคิดเห็นต่างเป็นเช่นไร  จะรับ หรือไม่รับเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนพึงกระทำได้

Advertisement

ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเวลา 09.30 น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ โดยเชิญแกนนำกลุ่มการเมืองในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ มาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชน ซึ่งมีประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมรับฟังกว่า 400 คน

201608031154312-20041020133743

สำหรับตัวแทนกลุ่มการเมืองที่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติที่มาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้แก่ นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครราชสีมา กับนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.กระทรวงคมนาคม กับนายจรัญ เสาวกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

นายพิเชฐ ตัวแทนฝ่ายที่เห็นด้วย กล่าวว่า การที่ กกต.จัดเวทีให้ทั้ง 2 ฝ่าย เกิดจากแรงกดดันของสังคม เพราะว่าที่ผ่านมาสังคมส่วนใหญ่มีคำถามมากว่าจะให้คนมารับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยรู้ว่าสมควรรับหรือไม่รับเพราะอะไร ซึ่ง กกต.ก็ยังไม่เปิดเวทีให้ทั้ง 2 ฝ่าย ออกมาแสดงความคิดเห็นในวงกว้าง และถ้ารัฐบาลจะปล่อยให้มีการลงประชามติผ่านไปแล้ว ก็จะเกิดข้อครหาตามมาภายหลังได้ ดังนั้นจึงเกิดเวทีนี้ขึ้นมา ซึ่งตนมองว่าช้าเกินไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังดีที่มีการจัดให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ออกมาอภิปรายอย่างเสรี เพื่อให้ประชาชนได้นำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิลงประชามติ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้ตนมาในฐานะฝ่ายที่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าตนจะเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญทุกเรื่อง เพียงแต่ตนมีสิทธิแค่รับหรือไม่รับเท่านั้น

“ส่วนประเด็นหลักที่ตนตัดสินใจว่าจะรับ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการนำปัญหาทางการเมืองในอดีตมาแก้ไขหลายข้อ ซึ่งตนพอใจและยอมรับได้ แต่ถ้าถามว่าตนพอใจหรือไม่กับการให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.เข้ามามีอำนาจออกเสียงปลดนายกรัฐมนตรี ที่ ส.ส.ซึ่งมาจากเสียงของประชาชนเป็นผู้โหวตเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ตนก็ไม่เอาเหมือนกัน เพียงแต่ตนไม่สามารถเลือกเอาประเด็นดังกล่าวอย่างเดียวได้หรือไม่ มันก็ไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วการลงประชามติมีเพียงอย่างเดียว คือรับหรือไม่รับเท่านั้น” นายพิเชฐ กล่าว

ด้านนายประเสริฐ ตัวแทนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังขาดสาระสำคัญในการให้อำนาจประชาธิปไตยกับประชาชนน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นหลักอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย หลักความเสมอภาค และหลักเสียงข้างมาก โดยเฉพาะตั้งแต่การเริ่มร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในบรรยากาศที่ให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่เต็มที่ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดิมเลย แถมยังจำกัดสิทธิบางอย่างของประชาชนที่สมควรได้ด้วย เช่นสิทธิ 30 บาท รักษาทุกโรค ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ ตนเข้าใจว่าสิทธิจะได้รับเฉพาะผู้ยากไร้เท่านั้น ซึ่งจะไม่เสมอภาคกับทุกคน

“ส่วนประเด็นคำถามพวงยิ่งชัดเจนมาก เพราะว่าให้อำนาจ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง สามารถโหวตเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งประเด็นนี้ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าอำนาจหน้าที่หลักของ ส.ว.คือเป็นผู้กลั่นกรองกฎหมาย ที่ ส.ส.ได้เป็นผู้ร่างส่งไปให้พิจารณาตรวจสอบความเรียบร้อยอีกทีหนึ่ง และ ส.ว.ทั้ง 250 คน ล้วนแต่มาจากการแต่งตั้งทั้งสิ้น จึงไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนแต่อย่างใด ดังนั้นการจะให้ ส.ว.มามีอนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจึงเป็นการทำเกินอำนาจหน้าที่ ซึ่งตนมองว่าไม่มีความเหมาะสมในเรื่องนี้” นายประเสริฐ กล่าว