รองโฆษกตร.เผยการข่าวระบุป่วนประชามติไม่เอี่ยวการเมือง มี 40 ผู้กระทำผิดกม. ไร้คืนหมาหอน ย้ำห้ามเซลฟี่

3.08.16 | 12:04 น.

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ในฐานะ รองโฆษกตร. แถลงถึงการเตรียมความพร้อมในการลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ด้านความมั่นคง กำกับดูแลการดูแลความสงบเรียบร้อย และการบังคับใช้กฎหมายในการออกเสียงประชามติ ทุกมิติ และทำมาอย่างต่อเนื่องคิกออฟตั้งแต่ห้วงแรกจนถึงวันนี้ โดยจนถึงขณะนี้ไม่มีโค้งแรกโค้งสุดท้าย ทุกโค้งเท่ากันหมด โดยการข่าวยังไม่พบความเชื่อมโยงทางการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใดที่ก่อกวนการออกเสียงประชามติ ส่วนใหญ่เป็นการกระทำโดยปัจเจกบุคคล


พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวด้วยว่า จนถึงขณะนี้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 และกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง แล้ว 58 คดี โดยในจำนวนนี้ 40 ราย เป็นการดำเนินคดีอาญา เช่นลักทรัพย์ ส่วน 18 รายเป็นกรณีทำลายป้าย ซึ่งบางคดีก็ผิดหลายกรรมทั้งทางอาญาฯและพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ ส่วนความผิดเกี่ยวกับการพนันขันต่อผลการออกเสียงประชามติก็ติดตามดูอยู่ แต่ยังไม่พบการกระทำใดที่เข้าข่ายความผิด อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.ย้ำว่าให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยฯดำเนินการตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดซึ่งหน้าทั้งช่วงก่อน หลัง และขณะลงเสียงประชามติ ให้จับกุมดำเนินคดีทันที โดยได้ออกคำสั่ง ตร.ที่ 460/2559 กำหนดแนวทางปฏิบัติงานรองรับด้วย

รองโฆษกตร. กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่แสดงความเห็นต่างๆ นั้น หากเข้าข่ายผิดกฎหมาย บิดเบือน โจมตี ชี้นำ โดยหวังผลต่อการลงเสียง ไม่ใช่ลักษณะการแสดงความเห็นส่วนตัว ก็ต้องดำเนินคดีอย่างเท่าเทียม มาตรฐานเดียวกันหมด ส่วนนักการเมืองที่ออกมาแสดงความเห็น หากอยู่ในกรอบกฎหมาย ลักษณะเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ ดีเบต หรือแสดงจุดยืนส่วนตัว ในกรอบเวลาที่เหมาะสมก็สามารถทำได้ ซึ่งยังไม่มีผู้ใดทำผิดในเรื่องนี้ การออกมาแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการ และนักการเมืองต้องดูที่เจตนา อย่างไรก็ตามช่วงนี้สั่งติดตามความเคลื่อนไหวในทุกพื้นที่เกาะติดต่อเนื่อง ขณะนี้ทุกกองบัญชาการรายงานสถานการณ์มายังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 6 สิงหาคม ไม่กังวลว่าจะมีลักษณะเหมือนคืนหมาหอน เพราะครั้งนี้คือการออกเสียงประชามติ ไม่ใช่การ
เลือกตั้ง ลักษณะเหมือนคืนหมาหอนคงไม่มี แต่ ผบ.ตร.สั่งการตำรวจลงพื้นที่เกาะติดลงพื้นที่เฝ้าระวังการทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จ.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ศึกษากฎหมายและไม่ละเมิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ โดยเฉพาะในวันออกเสียง ในมาตรา 60 ที่ว่า มาตรา 60 ผู้ใดกระทําการในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนออกเสียง ดังต่อไปนี้ 1. ออกเสียงหรือพยายามออกเสียง โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิออกเสียงหรือไม่มีสิทธิลงคะแนนในหน่วยออกเสียงนั้น 2. ใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรออกเสียงมาออกเสียง 3.นําบัตรออกเสียงออกไปจากที่ออกเสียง 4. นําบัตรออกเสียงที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าได้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียงโดยไม่มีอํานาจโดยชอบด้วยกฎหมาย 5.ทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่าเป็นบัตรออกเสียง ของตน หรือใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดบันทึกภาพบัตรออกเสียงที่ตนได้ลงคะแนนออกเสียงแล้ว 6. ขัดคําสั่งกรรมการประจําหน่วยออกเสียงที่สั่งให้ออกไปจากที่ออกเสียง เพราะเหตุที่ผู้นั้นขัดขวางการออกเสียง 7.นําบัตรออกเสียงใส่ในหีบบัตรออกเสียงโดยไม่มีอํานาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทําการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนออกเสียงโดยผิดไปจากความจริงหรือกระทําการใดอันเป็นเหตุให้มีบัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความจริง 8.กระทําการโดยไม่มีอํานาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไป ณ ที่ออกเสียง หรือเข้าไป ณ ที่ออกเสียง หรือมิให้ไปถึง ณ ที่ดังกล่าว ภายในกําหนดเวลาที่จะออกเสียง 9. ก่อความวุ่นวายขึ้นในที่ออกเสียง หรือกระทําการใดอันเป็นการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคแก่การออกเสียง โดยผู้ใดกระทําการตาม ข้อ 1-6 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน5ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และผู้ใดกระทําการตาม 7-9 ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ขอให้ประชาชนรับทราบ ไม่ทำผิดกฎหมาย

Advertisement

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า นอกจากนี้ขอย้ำเตือนว่า การถ่ายภาพการลงคะแนน ให้เห็นว่าลงเสียงอย่างไร หรือเซลฟี่ให้เห็นการลงเสียง หรือการแสดงสัญลักษณ์ ข้อความหรือใดๆที่ส่อเจตนาว่าชี้นำ และหากพิสูจน์ได้ว่าเข้าข่ายกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด ทั้งนี้ การเซลฟี่นั้นทำได้ เช่นการเซลฟี่นอกคูหา โดยไม่เปิดเผยว่ารับหรือไม่รับร่างฯที่อาจเข้าข่ายชี้นำ