วันที่ 3 สิงหาคม ความคืบหน้าการดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จำนวน 11 คน และนำไปสู่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ มาตรา 210 ตามคำสั่งของทหารนั้น เช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากอาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ว่า มีญาติพี่น้อง พนักงานบริษัท เชียงใหม่ ทัศนาภรณ์ จำกัด พนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ พนักงานเทศบาลตำบลช้างเผือก ทยอยเดินทางมาลงชื่อเพื่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา ซึ่งถูกคุมตัวไว้สอบสวนตามอำนาจของพนักงานสอบสวนตามระยะเวลา 48 ชั่วโมง
นายพิเชฐ พิศุทธกุล รองนายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า มาลงชื่อขอเยี่ยมตามระเบียบรอบแรกเวลา 12.00 น. หลังจากที่ค่ำวานนี้ได้มีโอกาสพบนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ และได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งนายบุญเลิศฝากงานที่ อบจ.ที่ยังคั่งค้างอยู่ เท่าที่พบท่านก็ยังยิ้มได้แต่ในใจคงรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
รายงานระบุว่า ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่คุมตัว ทพญ.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ และนายไพรัช ใหม่ชมภู ขึ้นรถตู้แยกกันไปค้นหาหลักฐานที่บ้านพักเพิ่มเติมก่อนคุมตัวกลับมา ในขณะที่พนักงานสอบสวนอีกกลุ่มได้นำรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน สีขาว พร้อมคุมตัว น.ส.เอมอร ดับโศรก หนึ่งในผู้ต้องหาลงมาตรวจค้นรถอย่างละเอียดเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังทำการสอบสวนผู้ต้องหาทุกคนต่อหน้าทนายความ หลังจากนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำตัวส่งศาลตามขั้นตอนไม่เกินวันพรุ่งนี้ และหากมีพยานหลักฐานถึงใครก็จะดำเนินการ คาดว่าจะออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทุกคนให้ความร่วมมือดีและมีเวลาให้ญาติเยี่ยม เรื่องการคัดค้านประกันตัวอยู่ที่พนักงานสอบสวนตามรูปแบบของการทำงาน ภาพรวมเรามีพยานหลักญานเพียงพอที่จะดำเนินการไปสู่ศาล ทุกคนสุขสบายดีไม่มีใครเจ็บป่วย ยกเว้น 2 คนที่มีโรคความดันและเบาหวานเล็กน้อย แต่มียาประจำตัวและเรามีแพทย์ดูแล
“เรื่องการดูแลเฝ้าระวังในวันออกเสียงประชามติ 7 สิงหาคมนี้ มีการเฝ้าระวังการกระทำความผิดในทุกรูปแบบต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ หรือส่อให้เกิดความรุนแรง และดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำต่อไปเช่นเดียวกับคดีนี้ ได้มีคำสั่งไป 8 จังหวัดภาคเหนือ และกองสืบสวนสอบสวน รวมทั้งศูนย์ฝึกให้นำนักเรียนมาช่วยที่หน่วยลงประชามติทุกแห่ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ทหาร กกต. ปกครอง และจัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่างๆ มีศูนย์ปฏิบัติการทุกจังหวัด ล่าสุดยังไม่มีเรื่องที่ส่อไปในทางรุนแรงใดๆ รวมทั้งเครือข่ายและกลุ่มขบวนการต่างๆ เพราะทุกฝ่ายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยกัน แมจะมีความเห็นต่างแต่ก็รู้หน้าที่” พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้มีรายงานว่า การสอบสวนคงยังไม่แล้วเสร็จง่ายๆ การส่งตัวให้ศาลทหารในวันนี้จึงยังไม่น่าจะทำได้ พนักงานสอบสวนคงใช้เวลา 48 ชั่วโมงตามอำนาจอย่างเต็มที่ เพราะยังมีการเก็บรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ และคาดว่าน่าจะขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 คน โดยระหว่างการสอบสวนตั้งแต่วานนี้มีทนายความส่วนตัวของนายบุญเลิศ และทนายของ น.ส.ทัศนีย์ และพวกร่วมรับฟังด้วยตลอดเวลา ซึ่งประเด็นที่เขาจะสู้คงเป็นเรื่องที่ผู้ต้องหายอมรับว่าส่งจดหมายจริงแต่ไม่ใช่จดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

