‘โบว์ ณัฏฐา’ จี้สื่อยกระดับมาตรฐาน ถาม ส.ว.จะเป็นมือแห่งการเปิดทาง หรือสกัดกั้น

17.09.20 | 21:18 น.

‘โบว์’ คนอยากเลือกตั้ง จี้ ‘สื่อ’ ยกระดับมาตรฐาน ถาม ส.ว.จะเป็นมือแห่งการเปิดทาง หรือสกัดกั้น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 กันยายน ที่ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับ คณะกรรมการณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแยัง จุฬาฯ และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดเสวนาในหัวข้อ “ถอดบทเรียนประสบการณ์การชุมนุมทางการเมืองและข้อเสนอต่อสังคม” โดยมีอดีตแกนนำขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต ร่วมวง

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวถึงการชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง ว่า คือ บริบทของการมีรัฐบาลทหารเบ็ดเสร็จ และ คสช. มีการห้ามชุมนุมเกิน 5 คน มีการออกกฎหมายนอกจาก คำสั่ง คสช.หลายฉบับ ยังมี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะที่ทำให้การชุในุมยากลำบาก การตั้งข้อหาเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น ทำให้การชุมนุมไม่สามารถเกิดเป็นสเกลใหญ่ เพราะผู้ชุมนุมรู้ว่าการมาชุมนุมจะถูกดำเนินคดีทันที ดังนั้น ในแง่ความรุนแรง จะไม่เห็นการถูกยิง หรือวางระเบิด แต่จะเห็นการออกมาครั้งแรกด้วยโทรโข่ง 1-2 ตัว ชุมนุมที่สกายวอล์ก 1-2 ชั่วโมง ตะโกนอยากเลือกตั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ชุมนุมที่เป็นคนธรรมดาถูกดำเนินคดี กินแซนด์วิช อ่านหนังสือประท้วง ก็ถูกข้อหา ประมาณ 221 คน จึงมีการคุกคามโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ตั้งข้อหาปิดปาก เพื่อให้คนไม่กล้ามีส่วนร่วมและเป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้น พ.ร.บ.ชุมนุมต้องถูกแก้ไขโดยด่วน เพื่อไม่ให้รัฐใช้เป็นเครื่องมือ

น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ด้านบทบาทของสื่อ การปิดสื่อเกิดขึ้นในสเกลมโหฬาร ปิดพีช ทีวี (peace tv) เป็นเดือนๆ วอยซ์ (voice) ถูกปิด 21 ครั้ง แต่ความพิเศษของการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งคือ มีข้อเรียกร้องเรียบง่าย คือการเลือกตั้ง จึงไม่มีการประทะจากอีกฝั่งมากนัก แต่ศัตรูชัดเจนคือรัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจมา 5 ปี แล้วไม่ยอมเลือกตั้งสักที

Advertisement


“ขอสนับสนุนเรื่องสื่อ เพราะเวลาที่ความเกลียดชังถูกปลุกปั่น ถูกฝังลึก จะเป็นความรุนแรงระดับบุคคล ซึ่ง ความรุนแรงของเยาวชนมีทั้งในโรงเรียน และในบ้าน ในครอบครัว พ่อแม่ที่ไม่เห็นด้วยเริ่มจะมีการลงโทษ ลดค่าขนม ขู่ว่าจะไม่จ่ายค่าเทอม ให้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเอง ซึ่งไม่เป็นผลดี เกิดจากการปั่นของสื่อและแต่ละฝ่าย สายเหยี่ยวมีอยู่ในทุกกลุ่ม การจะปกป้องความรุนแรงครั้งนี้ คือ การรู้เท่าทัน ซึ่งทุกวันนี้คนพูดจาทิ่มแทงกัน และวันหนึ่งอาจรุนแรงทางร่างกาย

“องค์กรสื่อ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ในสังคมหรือยัง ที่ความรุนแรงมาในรูปแบบใหม่ คือจะมีบทบาทอย่างไร จะป้องกันตัวเองอย่างไร และให้มีการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ นอกจากจะรักษามาตรฐาน ต้องยกระดับมาตรฐานการรายงานเพื่อนำพาสังคมไปสู่จุดที่ทุกคนพอใจ” น.ส.ณัฏฐากล่าว และว่า อย่าปฏิเสธกลไกรัฐสภา และบริบทรอบด้านที่จะเกิดขึ้น ณ วันแรกที่ชุมนุม และช่วงกลางอาจจะแตกต่างกัน ยุทธศาสตร์เรามีการปรับหรือไม่ หรือเราต้องโกรธแค้นจนวันสุดท้ายหรือไม่ ท่าทีรับฟังต้องเกิดจากผู้ชุมนุมด้วย เราเรียกร้องก็ต้องรับฟังเช่นกัน กลไกของสภาจึงสำคัญ

“อีกกลุ่มที่จะมีบทบาทอย่างยิ่งคือ ส.ว. ซึ่งความจริงที่มาของท่านไม่ชอบ ท่านมีส่วนทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เกิดขึ้นได้หรือไม่ อยู่ที่ ส.ว.ว่าจะเป็นมือแห่งการเปิดทาง หรือเป็นมือแห่งการสกัดกั้น” น.ส.ณัฏฐากล่าว