“เรืองไกร” ร้อง กกต. สอบหีบบัตรลงคะแนนประชามติ ขอร่วมตรวจสอบด้วย พร้อมขอให้นำเอกสารราคากลาง-สัญญาจัดซื้อ-เอกสารทุกอย่างมาสอบด้วย
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งทำหีบลงคะแนนประชามติแตกต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ขอให้มีการตรวจสอบหีบบัตรต่อหน้าสื่อมวลชนอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ ว่าหีบบัตรดังกล่าวจัดซื้อมาตรงตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง(ทีโออาร์) ไม่แพงเกินจริง ไม่มีค่าหัวคิว และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำใดๆ เป็นเหตุให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เช่นการสับเปลี่ยนหีบหรือแอบนำบัตรไปใส่เพิ่มเติม จึงควรนำตัวอย่างหีบมาตรวจสอบใหม่ต่อหน้าสื่อมวลชนอีกครั้ง โดยตนจะขอเข้าร่วมตรวจสอบด้วย
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า การตรวจสอบใหม่ขอให้นำเอกสารราคากลาง สัญญาจัดซื้อ รายงานการตรวจรับ เอกสารที่รับรองว่าหีบบัตรที่ซื้อเป็นสินค้าใหม่ เอกสารการจ่ายเงินใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบรับประกันสินค้า มีการให้เลขที่พัสดุกำกับไว้อย่างไร และขอเชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มาร่วมตรวจสอบด้วย ที่สำนักงานกกต. เวลาราชการในวันที่ 4 หรือ 5 สิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมซื้อหีบเพียง 5 หมื่นกล่อง ทั้งที่นายสมชัยบอกว่ามีหน่วยออกเสียง 95,000 หน่วย หน่วยออกเสียงที่เหลือใช้หีบแบบใด ราคาคุณภาพแตกต่างกันหรือไม่
“ขอให้นำเอกสารราคาซื้อหีบเลือกตั้งครั้งนี้ที่ราคากลาง 250 บาทต่อกล่อง ซื้อได้ราคา 244 บาทต่อกล่อง รวมราคา 12,200,000 บาท มาเปรียบเทียบกับราคาซื้อหีบที่จะไว้ใช้ในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 57 ซึ่งมีราคากลางที่ 90 บาทเท่านั้น เพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนเข้าใจว่าราคาครั้งล่าสุดทำไมแพงกว่าราคาครั้งก่อนทั้งมูลค่าและเปอร์เซ็นต์ต่อหน่วยที่สูงมากและจะมีค่าหัวคิวเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ หวังว่านายสมชัยจะออกมาชี้แจงเองเพื่อแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ โปร่งใสและตรวจสอบได้ต่อหน้าสื่อมวลชนอีกครั้ง” นายเรืองไกร กล่าว

