สภาจัดหนักงบก.ยุติธรรม กำไลEMเช่าแพง – สงสัยปั้นตัวเลข บิดเอาคนเกเร มาฟื้นฟูติดยา

ก้าวไกล รุมถล่ม งบ ก.ยุติธรรมตั้งข้อสังเกตปมกำไล EM จวกโครงการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เอาคนที่เกเรในชุมชน แต่ไม่ติดยามาสวม

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 18 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 เป็นวันที่ 3 โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานในการประชุม

ต่อมาเวลา 15.15 น. พิจารณามาตรา 21 งบประมาณรายจ่าย กระทรวงยุติธรรม จำนวน 13,216,651,000 บาท โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตัดงบประมาณกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ว่า ปัจจุบันสถานการณ์การคุกคามประชาชนในประเทศไทยมีความน่าเป็นห่วง กรมฯส่งเจ้าหน้าที่ไปสังเกตการณ์การชุมนุม แต่กรมฯชี้แจงกับกมธ.โดยให้ความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าประชาชนไม่ทำผิดกฎหมายก็ไม่ถูกคุกคาม แต่ตนโต้แย้งว่าผู้กระทำผิดกฎหมายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ถูกคุกคาม และรัฐธรรมนูญก็ระบุอย่างชัดเจนว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหากมีการกระทำความผิดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ายังไม่มีความผิดก่อนสืบสวนพิพากษา แต่คำพูดที่กรมฯมาชี้แจงต่อมธ.แสดงถึงวิสัยทัศน์ของหน่วยงานที่ไม่ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ ไม่ศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม และไม่เคารพต่อหน้าที่ของตัวเอง อาทิกรณีที่มีการกดดันให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอบจริยธรรมเหตุโพสต์ภาพชูสามนิ้ว ตนจึงขอตัดงบประมาณของกรมคุมครองฯเกี่ยวกับโครงการขับเคลื่อนด้านสิทธิเสรีภาพจำนวน 34 ล้านบาท

ด้านนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอตัดงบ 5% กรมคุมประพฤติ งบประมาณโครงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือEM ที่ตั้งตามมติ ครม. ต่อเนื่อง 2563-2565 วงเงิน 877 ล้านบาท ค่าเช่า 169.5 ล้านบาท แต่ปี 2562 จำนวน 8 ล้านบาท ปี 2563 ราคา 44 ล้านบาท แต่ทั้งสองปีนี้ไม่ได้เบิก รวมปี 2561-2563 เป็นเงิน 74 ล้านบาท จำนวน 4,000 เครื่อง ตกเครื่องละ 18,000 บาท และปี 2564 ราคา 169.5 ล้านบาท ขอ 30,000 เครื่อง ตกเครื่องละ 27,000 บาท แสดงว่าปีนี้ EM แพงขึ้นเครื่องละ 9,000 บาทเศษ ขณะเดียวกันตนมาสืบพบว่าวงแหวน EM ผู้ต้องหาใช้การไม่ได้ เป็นผื่นที่ผิวหนัง และสามารถถอดออกเองได้ และตนยังไปสืบค้นได้ว่าการประมูลราคาพบว่าบริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น ที่เสนอราคาแพงกว่าชนะการประมูล ในราคา 849.999 ล้านบาทจากราคากลาง 853 ล้านบาท และเมื่อสืบค้นต่อพบว่าจากรุ่นที่บริษัทฟอร์ทเสนอราคา 4,600-7,700 บาท สรุปเครื่องที่มีปัญหา ราคาซื้อ 7,754 บาท แต่ค่าเช่า 3 ปี 27,750 บาท ต่อเครื่อง ถือว่าเช่าแพงกว่าซื้อ

ส่วนนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตัดงบ 5% ด้วยเหตุผลคือ โครงการพัฒนาและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรมจำนวน 200 ล้านบาท แต่ไม่เห็นว่าประเทศนี้มีความเป็นธรรมตามที่ตั้งเป้าหมาย รวมทั้งโครงการฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดจำนวน 370 ล้านบาท อาศัยความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม โดยตั้งงบประมาณจากจำนวนผู้ที่คาดว่าจะติดยาเสพติด บางครั้งมีจำนวนไม่ถึงก็ต้องไปหาคนในชุมชนที่อาจมีพฤติกรรมเกเรแต่ไม่ได้ติดยาเสพติดมา ขณะเดียวกันมีการเพิ่มงบประมาณต่อหัวจากปี 2563 จำนวน 11.5 บาท เป็น 14.4 บาท ในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ตนไม่มั่นใจว่าดูแลการบำบัดได้จริงหรือไม่ ส่วนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่มีเป้าหมายว่าผู้ได้รับความเสียหายหรือตกเป็นเหยื่อต้องเข้าถึงการเยียวยา แต่ลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่เป็นเหยื่อในความรุนแรงกลับไม่ได้รับการเยียวยาเพราะอ้างว่าไม่มีบัตร ขณะเดียวกันงบเยียวยา 450 ล้านบาทต่อปี เป็นเป้าหมายที่ผิดแทนที่จะทำให้คดีอาญาลดลง แต่กลับไปใช้ในการเยียวยา แต่คดีอาญาไม่ลดลง และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศ วงเงิน 374 ล้านบาทแต่ไม่เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม

ด้าน น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ ชี้แจงว่า การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตนก็อยู่ในเหตุการณ์และรู้สึกช่นเดียวกัน ส่วนงบประมาณเกี่ยวกับการบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่เพิ่มขึ้นคือเปลี่ยนรูปแบบการตรวจสารเสพติดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้นำมาเป็นส่วนตัดงบประมาณ

ขณะที่นายสันติ กีระนันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ ชี้แจงกรณี กำไล EM ที่จัดซื้อในปี 2563 ไม่สามารถใช้การได้จริง จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากกำไลข้อเท้าเป็นกำไลข้อมือให้ใช้การได้จริงและยกเลิกของเดิม จึงต้องมีการจัดหาใหม่ ส่วนประเด็นราคาเช่าที่แพงกว่าซื้อมากนั้น เนื่องจากไม่ได้จัดซื้อเฉพาะชิ้น แต่รวมทั้งระบบการติดตามตัวด้วย อย่างไรก็ตาม นพ.วาโย แย้งว่างบประมาณ 169.5 ล้านบาทคือค่าเช่าอุปกรณ์เท่านั้น แต่ค่าจัดการระบบแยกมาอีก 50 ล้านบาท

จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นด้วย 259 เสียง ไม่เห็นด้วย 124 เสียง งดออกเสียง 8 ไม่ลงคะแนนเสียง 4

ต่อด้วยเห็นชอบ มาตรา 22 กระทรวงแรงงาน และมาตรา 23 กระทรวงวัฒนธรรม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กางเต็นท์แล้ว 14 จุดวางกำลังตำรวจ รับมือกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ชุมนุม พรุ่งนี้
บทความถัดไป‘ก้าวไกล’ เสนอตัดงบวิชาลูกเสือทิ้ง เปลี่ยนเป็นชมรมแทน