“ชลน่าน”เปรียบลงประชามติเหมือนแตงโม เผยห่วงนับคะแนนที่สุด

3.08.16 | 18:30 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 ที่โรงแรมดิเอมเพลสน่าน นายกมลโลจฒน์  เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ และประเด็นคำถามเพิ่มเติม” โดยเชิญอดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน สื่อมวลชน ฯลฯ จำนวนประมาณ 300 คน มาร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมือง บัตรออกเสียงและคำถามพ่วง และมั่นใจหรือไม่ที่จะไม่มีโกง เป็นต้น นายปรีชา  โชติทวีวัฒน์ ปลัดจังหวัดน่านตอบข้อสงสัยกรณีห้ามทหารแต่งเครื่องแบบเข้าคูหาออกเสียงว่า เป็นคำสั่งภายในองค์กรทหารเอง เข้าใจว่าเพื่อไม่ให้เกิดความเอิกเกริก ส่วนรถราชการที่ให้บริการพาทหารไปออกเสียงก็สามารถทำได้ แต่ต้องแจ้งรายละเอียดให้คณะกรรมการเลือกตั้งทราบ

ด้านนายชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นแสงความเห็นเชิงอภิปรายว่าตนไม่สามารถยอมรับหลายประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องยอมรับถึง 3 ฉบับหมายถึงฉบับร่างนี้จะใช้หลังจากฉบับเฉพาะกาลที่จะได้ใช้ใน 5 ปีแรก ถ้าผ่านประชามติไปได้อยู่ถึง 5 ปีก็ถือว่าเก่งแล้ว ส่วนฉบับที่ 3 คือฉบับชั่วคราวที่อยู่ในรัฐธรรมนูญจริง จะยังอยู่ถึง 17 เดือน จากการจัดให้มีเลือกตั้ง 15 เดือน กว่าจะมีรัฐบาลอีก 2 เดือนและยังมี ม.44 อยู่ ส่วนประเด็นนายกรัฐมนตรีจากคนนอกที่ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร ปัญหาต่างๆที่ไม่สามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เช่นเสียงของผู้แทนไม่เพียงพอ รัฐสภาสามารถยกเว้นรัฐธรรมนูญแล้วเอาคนอื่นมาเป็นได้

“ไม่ว่าประชามติครั้งนี้ผลจะรับหรือไม่รับต้องมีเลือกตั้งแน่นอน ถ้ารับก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ถ้าคำถามพ่วงก็ไปแก้ให้ ส.ส. ร่วมกับ ส.ว. เลือกนายกฯได้แล้วเลือกตั้งใหม่ เร็วที่สุดก็ปลายปี 2560 ช้าที่สุดต้นปี 2561 ไม่รับก็มีเลือกตั้งเพราะเขาเขียนโรดแม็บไว้ ถ้าคุณปฏิเสธก็เท่ากับถ่มน้ำลายขึ้นฟ้าแล้วลงมารดหน้าตัวเอง ใครจะนับถือศรัทธา อยู่ไม่ได้หรอกครับ ต้องเลือกตั้งแต่ภายใต้อะไร ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นพิมพ์เขียวของประเทศ เขาก็ต้องไปทำรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าเราโยนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทิ้งแล้วเขาจะไปเขียนที่แย่กว่าไหม ไม่เป็นตรรกะเพราะเราก็จะปฏิเสธอีกก็อยู่ไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นเขาต้องทำรัฐธรรมนูญที่ดีกว่านี้ที่พวกเรายอมรับหรือมีส่วนร่วมกันยกร่าง” นายชลน่านระบุ

นายชลน่านยังกล่าวในตอนท้ายว่า ตนไม่ห่วงโกงประชามติที่น่าน แต่ห่วงการทำให้บัตรดีกลายเป็นเสีย สอง การขานคะแนนที่เรารู้กันอยู่ และวิธีที่สามที่น่าเกลียดที่สุดและใช้ได้ผลมากในเมืองใหญ่ ทุกหน่วยนับจบหมดแล้วรายงานหน้าหน่วย แต่การนับรวมที่จังหวัดแล้วพลิกคะแนน เช่นส่งผลเห็นชอบ 10 แต่ไม่เห็นชอบ 30 พอมาถึงจังหวัดกลายเป็นเห็นชอบ 30 ไม่เห็นชอบ 10 จะไม่มีใครรู้เลยเพราะคะแนนรวมกันมาแล้วโยนใส่อีกที่  อยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ์ให้มาก เพราะไปทำงาน – เรียนหนังสือต่างจังหวัด ที่เหลืออยู่และจะออกมาน้อยมาก เขาไม่สนใจว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องมาออกเสียง มันเป็นแค่สิทธิ์ มันจะโน้มน้าวให้ทุกคนนอนหลับทับสิทธิ์ ไปก็แค่นี้ไม่ไปก็แค่นี้ ตนเปรียบเทียบการออกเสียงประชามติครั้งนี้เหมือนแตงโม ถ้าเราโยนขึ้นแล้วรับอุ้มเอาไว้ก็ยังสีเขียวอยู่ตลอดไปทั่วบ้านเมือง แต่ถ้าปล่อยทิ้งสิ่งที่อยู่ในแตงโมก็ได้แพร่กระจายขึ้นมา ตนหมายถึงประชาธิปไตยที่อยู่ภายในแตงโมนั้น