สรุปไทม์ไลน์ ‘19 กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร’ จาก มธ.ลงกลอนห้ามเข้า ถึงปักหมุด ยื่นฎีกา

สรุปไทม์ไลน์ 19 กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร’ จาก มธ.ลงกลอนห้ามเข้า ถึงปักหมุด ยื่นฎีกา

จากกรณี ที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกาศนัดชุมนุม ครั้งใหญ่ ในวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทวงคืนอำนาจคืนราษฎร โดยหลังจากประกาศนัดรวมพลไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม ก็ได้รับความสนใจจากโลกโซเชียลไม่น้อย

กระทั่งวันที่ 10 กันยายน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่เอกสาร ไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการจัดงาน ขณะที่แกนนำยังคงยืนยันที่จะจัดงาน

วันที่ 11 กันยายน รุ้ง-นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำพวงหรีดสีเหลืองแดง เดินทางไปวางหน้ารูปปั้น อ.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฟ้องว่าอธิการบดีไม่อนุญาตให้จัดงาน อย่างไรก็ตามจะจัดงานที่ธรรมศาสตร์อย่างแน่นอน แม้จะนำกุญแจมาคล้อง ก็จะใช้คีมตัดเหล็กแน่นอน ในวันเดียวกัน มีภาพปรากฏในโซเชียลมีเดีย เป็นภาพชายหัวเกรียน เข้าไปในพื้นที่มหาวิทยาลัย

16-17 กันยายน โซเชียลมีเดีย ได้เผยแพร่ภาพของเจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์ต่างๆ ไปติดตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อาทิ กล้องวิดีโอวงจรปิด

17 กันยายน รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่เอกสารงดการเรียนการสอนในวันที่ 19-20 กันยายน เนื่องจากได้รับการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคง โดยจะปิดประตูทางเข้าและออก ด้านสนามหลวงและท่าพระจันทร์ ให้เข้าโดยประตูพระอาทิตย์ประตูเดียว และต้องแสดงบัตรประจำตัว เช่นเดียวกับ ที่ท้องสนามหลวง ที่กรุงเทพมหานคร อนุญาตให้ใช้พื้นที่แค่การออกกำลังกายเท่านั้น

วันที่ 18 กันยายน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ

เวลา 16.30 น. โดยรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการติดตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่ตามจุดต่างๆ แต่ไม่ระบุหน่วยงาน บริเวณประตูท่าพระจันทร์ ประตูฝั่งถนนพระอาทิตย์ ภายในรั้งชวโรงละครแห่งชาติ และประตูฝั่งสนามหลวง 2 จุด
ขณะที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร ออกประกาศปิดทำการมหาวิทยาลัย วันที่ 19-20 กันยายนเช่นกัน

มวลชนราว 20 ราย เดินทางมานั่งรอสมทบ กับนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ที่นัดเตะตะกร้อที่สนามหลวง โดย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “มาซ้อมเปิดประตู”

จากนั้น 16.35 น. หมอทศพรได้นำมวลชนเข้าเตะตะกร้อที่สนามหลวง โดยตะกร้อมีการติดภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ร่วมเตะตะกร้อ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาชี้แจงให้ออกจากพื้นที่ ขณะที่ ภาคีศาลายาได้ประกาศว่า จะมีแพทย์และพยาบาลเข้าร่วมกับม็อบในวันที่ 19-20 กันยายนนี้

19.30 น. นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือช่อ แกนนำคณะก้าวหน้า เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประตูสนามหลวง ระบุว่า จราจรส่วนไหนเปิด-ปิดเท่าใด และเอาใจช่วยนิสิต นักศึกษา หมุนวงล้อประวัติศาสตร์

20.00 น. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปิดประตู และนำแม่กุญแจมาล็อกประตูฝั่งสนามหลวง ขณะที่ประตูฝั่งท่าพระจันทร์ เจ้าหน้าที่ได้นำโซ่มาพันและใช้กุญแจล็อก และมีการติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธเรียบร้อย

กลางดึกของวันที่ 18 กันยายน มีรายงานว่า ประชาชนที่เดินทางมาจากภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ลำพูน ถูกเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัด ขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน อย่างไรก็ตามประชาชนได้ชู 3 นิ้ว และประกาศหยุดคุกคามประชาชน พร้อมกันนี้ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้บุกถามนายกรัฐมนตรี หลังการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณางบประมาณ ในประเด็นดังกล่าว และนายกฯ รับปากจะดูแลให้

19 กันยายน กลุ่มแกนนำได้นัดหมายเยาวชนร่วมชุมนุมในเวลา 14.00 น. แต่มีประชาชนจำนวนมาก ที่เดินทางมาที่บริเวณโดยรอบตั้งแต่เช้า โดยมีเจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิ คัดกรองโควิด

09.00 น. นางสาวอินทิรา เจริญปุระ หรือทราย เจริญปุระ นำโรงครัว ประกอบด้วย อาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม คอยให้บริการกลุ่มผู้ชุมนุน ที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยเป็นอาหาร 3 มื้อ จนถึงเช้าวันที่ 20 กันยายน ขณะที่การจราจรยังเปิดให้สัญจรปกติ ร้านค้าขายอาหารตามปกติ

เวลาประมาณ 10.30 น. กลุ่มอีสานปลดแอก มหาสารคาม นำรถขยายเสียงจอดหน้า มธ. ฝั่งสนามหลวง มีการปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างดุเดือด หนึ่งในเนื้อหาปราศรัยกล่าวถึงการวางยุทธศาสตร์ 20 ปี ว่ารัฐบาลควรให้นักศึกษาวางยุทธศาสตร์ของตัวเอง

ในส่วนของกำลังเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาเตรียมความพร้อม ได้มีการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ในสังกัด กก.4 บก.ส.3 และกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 (บก.น.9) เข้ามาเตรียมความพร้อม มีการเรียกรวมพลที่บริเวณลานที่จอดรถหน้าอาคาร 20 ติดกับกองร้อยสันติบาล 3

เวลา 10.35 น. มวลชนหนาแน่นขึ้นทุกขณะ โดยในช่วงท้ายของการปราศรัย มวลชนตะโกน ‘ประยุทธ์ออกไป ประวิตรออกไป วิษณุออกไป’ โดยมีการนำผ้าถุงผืนหนึ่งออกมาคลี่ ก่อนระบุว่าจะมีการจัดส่งให้พลเอกประยุทธ์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือข้อเรียกร้องที่แกนนำเตรียมมาแจกประชาชนจำนวน 50,00 เล่ม ได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้ายึด เช่นเดียวกับเครื่องเสียงต่างๆ ที่ถูกบุกยึดเช่นกัน

เวลา 10.40 น. มวลชนเสื้อแดงตะโกนว่าจะมีการซ้อมเขย่าประตู มธ. จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงเขย่าประตู มีการกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ‘หัวใจเราอยู่ในธรรมศาสตร์แล้ว’

เวลา 11.50 น. มวลชนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปพากันยืนล้อมหน้าประตู มธ.ฝั่งหอประชุมใหญ่ ตะโกนกดดันให้มีการเปิดประตู โดยระบุว่า ประตูนี้สร้างด้วยภาษีประชาชน พร้อมกู่ร้องว่า ‘ขี้ข้าเผด็จการๆๆ’ ในช่วงหนึ่งมีการเขย่าประตู และปีนป่ายประตู ชู 3 นิ้ว ระหว่างนี้ นางณัฐยา มิตรมูลพิทักษ์ ผอ.กองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ เข้าเจรจากับมวลชนโดยยืนอยู่ในฝั่งประตูด้าน มธ.

เวลา 12.04 น. มวลชนสามารถเคลื่อนขบวนเข้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝั่งหอประชุมใหญ่สำเร็จ เคลื่อนขบวนสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เวลา 12.05 น. มวลชนเปิดประตูใหญ่ ฝั่งหอประชุมใหญ่ให้มวลชนที่เหลือเดินเข้าสู่ มธ. จากนั้นทั้งหมด เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสนามฟุตบอล โดยชู 3 นิ้ว ตะโกนกึกก้อง เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เวลา 13.45 น. เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ นำแกนนำมวลชนเปิดประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งท่าพระจันทร์ได้สำเร็จ โดยมีการ์ด นำคีมมาตัดโซ่และเหล็กออก

เวลา 14.10 น. สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เต็มไปด้วยมวลชน ที่กางร่มรอฟังปราศรัย เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก บางส่วนได้เคลื่อนย้ายเข้าสู่อาคารโดยรอบ โดยบนเวทีมีการผลัดกันปราศรัยของเหล่าแกนนำ อาทิ การทำพิธีสวนอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งเครือข่ายแรงงาน นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง

เวลา 14.40 น. มวลชนรวมตัวที่บริเวณประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งหอประชุม กลุ่มแอลจีบีที และกลุ่มผู้หญิงปลดแอก นำธงสีรุ้ง 15 เมตร สัญลักษณ์ความหลากหลายทางเพศเข้าสู่สนามหลวง ปักธงลงบนพื้นปูนเป็นสัญลักษณ์ ประกาศหมุดหมายประชาธิปไตย รอมวลชนมาสมทบ จากนั้นมวลชนได้เดินทางเข้าไปสู่สนามหลวงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริเวณโดยรอบ กลุ่มกิจกรรมต่างๆ ต่างตั้งเต็นท์ทำกิจกรรม เช่น การร่วมลงชื่อแก้ไข ม.32 พ.ร.บ.สุรา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งมีกลุ่มเสื้อแดงจอดรถตั้งเวทีคู่ขนาน

เวลา 15.23 น. แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ขึ้นรถ 8 ล้อ ชู 3 นิ้ว นำกลุ่มคนย้ายไปยังสนามหลวง ตะโกน “ประยุทธ์ออกไป” ขณะที่ตำรวจได้สั่งให้ผู้ชุมนุม ยุติการชุมนุมใน 1 ชั่วโมง

เวลา 15.40 น. มวลชนและรถปราศรัยจาก มธ. เคลื่อนถึงสนามหลวง ตั้งเวทีขนาดใหญ่หันหน้าสู่ศาลฎีกา และหลั่งไหลเข้าสู่สนามหลวงอย่างต่อเนื่อง

เวลา 16.20 น. มวลชนจำนวนมาก ฝ่าแนวกั้นรั้วเหล็กของตำรวจ บุกเข้าไปในพื้นที่สนามหญ้าของสนามหลวง โดยเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนถอยมาตั้งหลักและพยายามคล้องแขนกันไว้ แต่ไม่อยู่ แกนนำประกาศ พื้นที่ในสนามหลวงเป็นของประชาชนแล้วทุกตารางนิ้ว จากนั้นมีรายงานว่าจะยังไม่กดดันให้เปิดรั้วเหล็ก จนกว่ามวลชนจะสมทบ 70-80%

เวลา 16.35 น. รถบรรทุกน้ำราว 10 คัน เข้าพื้นที่สนามหลวง โดยมีมวลชนร่วมโห่ไล่ และมีการประกาศผ่านเครื่องเสียงให้มวลชนที่ผลักดันรั้วไปยังสนามหลวงอีกฝั่ง กลับมาเวทีปราศรัย และปักหลักเริ่มปราศรัย

เวลา 17.20 น. นางสาวปนัสยาประกาศบนเวทีว่า ขอชี้แจงความเข้าใจให้ตรงกันว่า จะมีทีมรักษาความปลอดภัยพับเก็บรั้วสีเขียวออกจากพื้นที่ ให้มีพื้นที่กับประชาชนมากที่สุด และอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นมือที่ 3 จอให้จับตาการปราศรัยครั้งนี้ว่า “เบิ้มๆ คือลือนะ” อย่างแน่นอน ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงก็ใช้โทรโข่งปราศรัยเช่นกัน

เวลา 17.30 น. กองสะบัดชัย เริ่มการแสดง เปิดเวทีปราศรัย มีไฟซ้อนและลูกมาร์ก รับหน้าที่พิธีกรบนเวที โดยเป็น 2 พิธีกรที่ถูกดำเนินคดีจากการเป็นพิธีกรวันที่ 10 สิงหาคม ที่ธรรมศาสตร์ และประกาศว่ามีผู้เข้าชุมนุมถึงแสนรายเรียบร้อย

หลังจากนั้น บนเวทีมีการสลับกันขึ้นปราศรัยของเหล่าแกนนำกลุ่มต่างๆ อาทิ นักเรียนเลว อีสานพอกันที ผู้หญิงปลดแอก กลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ นิสิตจุฬาฯ ขึ้นมาจี้เลิกเกณฑ์ทหาร สอดคล้องกับหมู่อาร์ม ยังมี จ่านิว-สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ การแสดงของแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ที่เปิดเผยว่าถูกยกเลิกงานไปทั้งหมดจนถึงสิ้นปี เพราะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย รวมทั้ง RAD กลุ่มคนเสื้อแดง และแกนนำอย่าง นายอานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ไผ่ ดาวดิน และพริษฐ์ ชิวารักษ์ โดยบนเวทีมีการระบุว่า ม็อบถึง 2 แสนคน

20 กันยายน แกนนำนัดเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล

เวลา 01.00 น. โลกออนไลน์แชร์คลิปรถตำรวจจำนวนมาก เคลื่อนเข้ามาจากสะพานปิ่นเกล้า หวั่นสลายการชุมนุม มีเจ้าหน้าที่รวมพลหน้าศาลาว่าการ กทม.

เวลา 02.00 น. เพนกวิน แนะนำยุทธศาสตร์ต้านเผด็จการ อาทิ ให้ชู 3 นิ้วเมื่อได้ยินเพลงชาติ, ผูกโบขาวที่บ้าน กระจกรถ, หยุดงานประท้วงวันที่ 14 ตุลาคม และประกาศว่า 6 โมงเช้า จะปักหมุดคณะราษฎร

เวลา 02.40 น. ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนไม่ย่อท้อ ตั้งเต็นท์ ปักหลักรอเวลาช่วงเช้า และมีการแสดงของวง RAD เสียดสีทางการเมือง มีรายงานว่าเกิดเหตุวุ่นวาย เมื่อรถห้องน้ำไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา จากนั้นมีการฉายภาพยนตร์สารคดี เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย ก่อนที่ในเวลา 04.00 น. ประชาชนจะปักหลักพักผ่อนในพื้นที่

เวลา 05.45 น. ไมค์และเพนกวิน ให้สัมภาษณ์ยืนยัน 6 โมงเช้าจะปักหมุดราษฎร ท้องสนามหลวงอีกครั้งแน่นอน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นบริเวณหน้าเวที ขณะที่ประชาชนจับกลุ่มเล่นว่าวท้องสนามหลวง

เวลา 06.09 น. นายพริษฐ์และนายอานนท์ ขึ้นเวทีปลุกมวลชน นำหมุดใหม่ขึ้นโชว์ ระบุจะมีขนาด 11.61 นิ้ว หล่อด้วยทองเหลือง 100%

เวลา 06.27 น. นายพริษฐ์ขึ้นเวที อัญเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียสละเพื่อประชาธิปไตยในพื้นที่ท้องสนามหลวง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมประกาศศักดาปักหมุด ชวนผู้ชุมนุม ชู 3 นิ้ว 6 วินาที ระลึกถึงหลัก 6 ประการ คณะราษฎร และเริ่มพิธี เทปูนหล่อหมุดและอ่านประกาศคณะราษฎร ก่อนประกาศนัดประชาชนอีกครั้งในเวลา 08.00 น. เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำเอาบังเกอร์ รั้วลวดหนาม มากั้นรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล และมี นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รอรับข้อเรียกร้อง

เวลา 08.04 น. นายพริษฐ์นำมวลชนร้องเพลงชาติเสร็จสิ้น ประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ ไม่ไปทำเนียบรัฐบาล แต่จะส่งตัวแทนยื่นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบองคมนตรีแทน

เวลา 08.20 น. แกนนำขึ้นรถแห่ที่เตรียมไว้ 3 คัน เคลื่อนขบวนไปจุดหมาย โดยมีการ์ดแต่งกายชุดรัดกุม ใส่หน้ากากกันแก๊สน้ำตา คอยรักษาความปลอดภัย

เวลา 08.30 น. ตำรวจควบคุมฝูงชน บล็อกพื้นที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน โดยกลุ่มม็อบได้ส่งนางสาวปนัสยาไปเจรจากับตำรวจ เพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุม

เวลา 08.45 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครนครบาล (ผบช.น.) เข้าเจรจากับรุ้ง ก่อนจะเปิดทางให้เข้าไปหลังแนวกั้น และให้สื่อเข้าไปได้

เวลา 08.58 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจากรุ้ง อ่านข้อเรียกร้อง โดย ผบช.น.รับปากว่าจะดำเนินการ ซึ่งรุ้งกล่าวว่า เข้าใจว่าเป็นข้อจำกัดจริงๆ ไม่อยากให้เกิดการปะทะ ไม่อยากให้ใครเจ็บ

เวลา 09.09 น. แกนนำประกาศชัยชนะที่หน้าศาลฎีกา โดยนายพริษฐ์ย้ำยุทธศาสตร์ในการต้านเผด็จการ

เวลา 09.30 น. นายพริษฐ์ได้ประกาศยุติการชุมนุม ก่อนให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าจะเข้าสังเกตการณ์ประชุมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา

และแม้ว่าแกนนำจะประกาศยุติการชุมนุมแล้ว แต่ประชาชนจำนวนมากก็ยังเดินเก็บขยะรอบสนามหลวง เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 19 กันยายน ที่เก็บทำความสะอาดเรียบร้อย และยังต่อแถว ถ่ายภาพกับหมุดคณะราษฎรอีกด้วย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon