‘ม็อบ19ก.ย.’กดดันแก้รธน. เสียงสะท้อนส.ส.-จับตาส.ว.

‘ม็อบ19ก.ย.’กดดันแก้รธน. เสียงสะท้อนส.ส.-จับตาส.ว.

หมายเหตุ – ความเห็นจาก ส.ส.กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ อาทิ ให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก และให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะเป็นแรงกดดันกับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นลดบทบาท ส.ว.หรือไม่ โดยวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสมาชิก (ส.ว.) จะนัดหารือกันในวันที่ 22 กันยายนนี้ ก่อนสภาจะมีการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 กันยายนนี้

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย
ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

เท่าที่ดูข้อเรียกร้องการชุมนุมที่เกิดขึ้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ประเด็นการเมืองเรื่องร่างรัฐธรรมนูญน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ เพราะวันที่ 23-24 กันยายน ทางสภาก็จะมีวาระการพิจารณาประเด็นเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นมาตรา 256 กับการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ถูกบรรจุไว้แล้วและเมื่อเป็นร่างของรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากในสภา รวมทั้งเสียงของฝ่ายค้านที่คิดตรงกันเรื่องแก้มาตรา 256 และตั้ง ส.ส.ร. ก็น่าจะเป็นไปในทางเดียวกัน

ดังนั้น ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ ส.ว. ว่าจะคิดอย่างไร ไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงจุดนี้ ทางฝ่าย ส.ว.มีท่าทีอย่างไรบ้าง เพราะดูเหมือนจะเงียบไปกว่า 2 อาทิตย์แล้ว และประเด็นที่กังวล เมื่อมีประเด็นการเรียกร้องเรื่องอื่น อาจจะไปกระทบต่อความรู้สึกของหลายฝ่ายได้ และบางฝ่ายมีท่าทีรับไม่ได้กับข้อเสนอในหลายเรื่อง จึงอยากให้ ส.ว.แยกเรื่องออกจากกัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่ได้เป็นการกดดัน ส.ว.เพราะเงื่อนไขมาตรา 256 เสียง ต้องมาจาก 2 ฝ่ายคือ ส.ส.และ ส.ว. ประเด็นคือ ส.ส.แสดงเจตนาชัด แต่ ส.ว.ยังไม่ชัดเจน แต่ก็พอเห็นสัญญาณที่ดี ส.ว.หลายคนออกมาแสดงท่าทีบ้าง ต้องการ 84 เสียง ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

ทราบข่าวมาว่าทางแกนนำรัฐบาลพยายามต่อสายพูดคุยกับทาง ส.ว.หลายฝ่าย คิดว่าเป็นท่าทีที่ดี เพราะการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. เป็นทิศทางที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยอยู่แล้ว ส่วนอีก 4 ฉบับ คิดว่าสภายังมีเวลาจะพิจารณาได้ เช่น ก่อนปิดสมัยประชุมนี้สมมุติว่ามีการพิจารณามาตรา 256 กับการตั้ง ส.ส.ร.ไปก่อน อีก 4 ฉบับอาจจะหารือว่าจะขยายเวลาการประชุมสภาหรือรอการพิจารณาในสมัยการประชุมหน้าอีกประมาณ 1 เดือน

สุทิน คลังแสง
ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)
ประธานคณะกรรมการประสานงาน
พรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)

การเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเขาเรียกร้องมาตั้งแต่แรก เราก็ถือว่าได้รับไม้ และทำงานประสานสัมพันธ์กับทาง
ผู้ชุมนุมในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยิ่งเขามาย้ำบนเวทีเมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายน ก็ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น เราถือว่าเราทำตามเสียงของประชาชน
ไม่เฉพาะผู้ชุมนุม แต่เราได้ฟังเสียงของคนที่ไม่มาชุมนุมด้วย เป็นไปในแนวทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับเสียงจากทางฟากฝั่ง ส.ว. จำเป็นต้องมีเสียง ส.ว.ร่วมด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราได้มีการพูดคุยกันอยู่ในระดับหนึ่ง เช่น การคุยกันของวิป 3 ฝ่าย ก็มีการรับฟังแนวคิดกัน เบื้องต้นเขาเห็นอย่างไร เราเห็นอย่างไร อันไหนพอจะพูดคุย หรือขอความร่วมมือกันได้ เราก็จะขอ แต่ถ้าอันไหนขอกันไม่ได้ หรือเขาไม่สนับสนุนให้ร่างนี้ประสบผลสำเร็จ เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้ากระบวนการในสภาจบ เราเป็นคนในสภาก็ต้องจบ ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของนอกสภาไปดำเนินการต่อ

สำหรับการชุมนุมเรียกร้องในเรื่องนี้ เราไม่จำเป็นต้องนำไปกดดันใคร เพราะการที่กลุ่มนักศึกษาเขาขยับก็เป็นการกดดันในตัวอยู่แล้ว ส.ส.ไม่ต้องไปพูดย้ำอีก ถือว่าทาง ส.ว.เขารับรู้ รับทราบอยู่แล้ว ขณะที่เนื้อหาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นร่างของฝ่ายการเมืองในสภา หรือประชาชนนั้น เราคิดว่าอยู่ที่ประเด็น อย่างประเด็นแรกเขาอยากได้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทางตรง ในร่างของฝ่ายค้านใช่เลย ตรงกัน แต่ของทางฝ่ายรัฐบาลอาจจะไม่มาจากการเลือกตั้งทางตรงทั้งหมด ตรงนี้ก็เป็นเรื่องของรายละเอียดสามารถปรับแก้กันได้ในวาระ 2 ส่วนเรื่องเนื้อหาอื่นๆ ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ก็รับฟังร่วมกันจากเวทีเมื่อคืน และต่อจากนี้เป็นเรื่องที่นักการเมืองทั้ง ส.ว.และ ส.ส. ต้องรับฟังความต้องการของประชาชน อาจจะไปทำในขั้น ส.ส.ร. หรือหากมาตราใดสามารถทำได้เลยตอนนี้ เช่น 4 ญัตติเราได้เสนอไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจ ส.ว. หรือเรื่องระบบเลือกตั้งก็ต้องรับฟังข้อเรียกร้อง

นพคุณ รัฐผไท
ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

การชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล มาจากอำนาจเผด็จการ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ผู้ชุมนุมสามารถแสดงออกได้ภายใต้กรอบกฎหมาย ข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ยอมรับว่าเดาใจยาก เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น ถ้าลาออกทุกอย่างก็สงบ จากนั้นเข้าสู่กระบวนการทางสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะรัฐธรรมนูญยังใช้อยู่ ไม่ได้ถูกฉีกอย่างใด

หาก พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือขั้วรัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีอาจมาจากพรรคสนับสนุนประชาธิปไตยและประชาชนเลือกมาเป็น ส.ส.ส่วนใหญ่ แต่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ยอมง่ายๆ เพราะมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หนุนหลังอยู่ โดยอ้างว่ามีภารกิจสานต่ออีกมาก ทั้งที่ทำสำเร็จเพียงเรื่องเดียวคือ สภาอนุมัติกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเท่านั้น ไม่ตอบโจทย์ความต้องการประชาชน

นราพัฒน์ แก้วทอง
รองหัวหน้าพรรค ปชป.

กรณีม็อบทั้งนักการเมืองนักศึกษาจำนวนมากออกมาชุมนุมเรียกร้องแล้วบุกไปธรรมศาสตร์ จนถึงสนามหลวงนั้น อยากให้มองย้อนหลังไปยังอดีตว่าความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตไปจนยังปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียว แต่มีเรื่องของความคิดต่าง วันหนึ่งที่มีการชุมนุมใหญ่ มีทางทหารเข้ามารัฐประหารเพื่อยึดอำนาจ สาเหตุประเด็นแรกย้อนกับไปดูว่าสาเหตุอะไร ต้องดูว่าการที่เขามายึดอำนาจเพื่อแก้ไขอะไร หลังจากแก้ไขแล้วจนได้กฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมา อาจออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมต่อสถานการณ์นั้นๆ จึงได้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา แต่หลังจากที่มีการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญแบบนี้แล้ว ก็ต้องมาดูช่วงระยะเวลา ปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลาย ไปในทิศทางที่ดีแล้วอย่างไร

หากต้องการเรียกร้องว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องออกมาแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงข้อเรียกร้องหลายฝ่ายที่อยากให้ประเทศกลับมาสู่การเลือกตั้งสมบูรณ์แบบ เข้าใจว่าทุกคนน่าจะคิดเห็นตรงกัน น่าจะค่อยๆ ถอดบทเรียน อาจต้องกลับมาสู่การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปตามเหมาะสมความต้องการของประชาชนหรือคนส่วนใหญ่ อันนี้ก็เป็นอีกวิธีการหรือจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา หรือแบบตั้งคณะ ส.ส.ร. เพื่อออกมาแก้ไขทั้งฉบับ

วันนี้การชุมนุมเรียกร้องไม่ใช่เรียกร้อง แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว แต่มีการสอดแทรกประเด็นอื่น ตรงนี้ต้องแบ่งออกมาเป็นกลุ่มว่า กลุ่มไหนใครเรียกร้องอะไร ดังนั้นรัฐบาล ควรออกมาจัดการว่าจะแก้ไขอย่างไร เท่าที่จับกระแสประชาชนอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีเพนกวินจะนัดหยุดงานทั่วประเทศ วันที่ 14 ตุลาคม เชื่อว่าประชาชนคงไม่หยุดงานแน่นอน เพราะเขาต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ยิ่งเศรษฐกิจอย่างนี้ เชื่อว่าหากจะมีคนหยุดก็ส่วนน้อย ส่วนใหญ่น่าจะไม่หยุดงานไปชุมนุม เพราะไม่เกิดประโยชน์ไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สะพานแห่งกาลเวลา : ว่าด้วยสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ (1)
บทความถัดไปภาพเก่าเล่าตำนาน : เมื่อพุทธศาสนาต้องอพยพจาก…อินเดีย